
คพ. ผนึกกำลัง ปทส. วาง 5 ขั้นตอน สกัดลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม
กรมควบคุมมลพิษจับมือ บก.ปทส. ยกระดับปราบลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม วางกรอบทำงานร่วม 5 ขั้นตอน ตั้งแต่รับแจ้งเหตุจนถึงดำเนินคดี หวังคุมเข้มมลพิษและปกป้องสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ ดร.ยุทธชัย สาระไทย ผู้อำนวยการกองตรวจมลพิษ นำทีมเจ้าหน้าที่กองตรวจมลพิษ พร้อมผู้แทนจากกองกฎหมาย เข้าร่วมประชุมหารือแนวทางความร่วมมือกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เพื่อยกระดับการป้องกันและปราบปรามการลักลอบทิ้งกากของเสียอุตสาหกรรมและการปล่อยมลพิษผิดกฎหมาย
การประชุมดังกล่าวมี พลตำรวจตรี เอนก เตาสุภาพ ผู้บังคับการ ปทส. เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้กำกับการกองกำกับการ 1-6 เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดยทั้งสองหน่วยงานเห็นพ้องในการยกระดับการบังคับใช้กฎหมายและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ
ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า ปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมและการปล่อยมลพิษ ถือเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพประชาชน สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศในหลายพื้นที่
ภาครัฐจึงจำเป็นต้องยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจัง พร้อมเร่งปฏิรูปกลไกการทำงานร่วมกัน ทั้งด้านการประสานงาน การแลกเปลี่ยนฐานข้อมูลเชิงลึก การสนธิกำลังลงพื้นที่ปฏิบัติการ และการเร่งรัดดำเนินคดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
ทั้งนี้ คพ. และ บก.ปทส. ได้ร่วมกันกำหนดกรอบการปฏิบัติงานร่วมอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุม 5 ขั้นตอนสำคัญ ได้แก่
- การแจ้งเหตุและรับเบาะแส โดยพัฒนาระบบรับแจ้งและคัดกรองข้อมูลการลักลอบปล่อยมลพิษหรือทิ้งกากอุตสาหกรรม เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้รวดเร็วมากขึ้น
- การขอหมายศาล ใช้การบูรณาการข้อมูล พยานหลักฐาน และข้อมูลเชิงเทคนิค เพื่อสนับสนุนการยื่นคำร้องขอหมายค้นต่อศาลอย่างมีประสิทธิภาพ
- การเตรียมการก่อนเข้าปฏิบัติการ ร่วมกันวางแผนยุทธวิธี ประเมินความเสี่ยงด้านสารเคมี รวมถึงจัดเตรียมอุปกรณ์และบุคลากรที่เกี่ยวข้องก่อนลงพื้นที่
- การเข้าพื้นที่ปฏิบัติการ โดยสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปทส. และผู้เชี่ยวชาญจากกรมควบคุมมลพิษ ลงตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุและเก็บหลักฐานทางสิ่งแวดล้อม
- การดำเนินคดีทางกฎหมาย บังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเอาผิดผู้กระทำความผิดมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรการควบคุมมลพิษของประเทศ และเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนไปยังกลุ่มผู้ประกอบการหรือกลุ่มทุนที่กระทำผิดว่า ภาครัฐจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเต็มรูปแบบ เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสุขอนามัยของประชาชนในระยะยาว
“การบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะช่วยให้การป้องกันและปราบปรามการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมมีความรวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าปัญหามลพิษจะได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและยั่งยืน” ดร.สุรินทร์ กล่าวทิ้งท้าย







