thansettakij
thansettakij
เอลนีโญมีแนวโน้มพุ่งครึ่งหลังปี 2569 เสี่ยงอากาศโลกผันผวนรุนแรงขึ้น

เอลนีโญมีแนวโน้มพุ่งครึ่งหลังปี 2569 เสี่ยงอากาศโลกผันผวนรุนแรงขึ้น

15 เม.ย. 69 | 09:00 น.

ระบบเอนโซเข้าสู่สถานะเฝ้าระวังเอลนีโญ ขณะสภาวะยังเป็นกลาง แต่แนวโน้มชี้โอกาสเกิดเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2569 โดยเฉพาะครึ่งหลังของปี แม้ระดับความรุนแรงยังไม่ชัดเจน แต่เพิ่มความเสี่ยงต่อความแปรปรวนของสภาพอากาศในหลายภูมิภาค

KEY

POINTS

  • ระบบเตือนภัยปรับสู่สถานะ "เฝ้าระวังเอลนีโญ" โดยคาดว่าจะเริ่มก่อตัวในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2569 และมีแนวโน้มชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี
  • ความน่าจะเป็นของการเกิดเอลนีโญจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและมีโอกาสสูงสุดถึง 93% ในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2569
  • แม้ระดับความรุนแรงยังไม่แน่นอน แต่การมาของเอลนีโญจะเพิ่มความเสี่ยงให้สภาพอากาศโลกผันผวนรุนแรงขึ้น เช่น ก่อให้เกิดภาวะแห้งแล้งในภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตก

วันที่ 15 เมษายน 2569 สถานการณ์ภูมิอากาศโลกเริ่มส่งสัญญาณเปลี่ยนผ่าน หลังระบบเตือนภัยเอนโซ (ENSO Alert System) ปรับสู่สถานะ “เฝ้าระวังเอลนีโญ” ภายหลังสิ้นสุดอิทธิพลลานีญา สะท้อนแนวโน้มที่เอลนีโญอาจกลับมาในปี 2569

ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 ระบุว่า ปัจจุบันสภาวะเอนโซยังอยู่ในระดับปกติ (ENSO-neutral) โดยอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรตอนกลางถึงตะวันออกยังใกล้เคียงค่าเฉลี่ย อย่างไรก็ตาม แนวโน้มกำลังเคลื่อนเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน

การคาดการณ์ชี้ว่า สภาวะปกติจะยังคงต่อเนื่องถึงช่วงเดือนเมษายน–มิถุนายน 2569 ด้วยความน่าจะเป็น 80% ก่อนที่เอลนีโญจะเริ่มก่อตัวในช่วงเดือนพฤษภาคม–กรกฎาคม ด้วยโอกาส 61% และมีแนวโน้มดำเนินต่อไปอย่างน้อยจนถึงสิ้นปี

เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางปี ความน่าจะเป็นจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยช่วงมิถุนายน–สิงหาคมอยู่ที่ 62% และตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป มีโอกาสเพิ่มขึ้นเกิน 80–90% ก่อนแตะระดับสูงสุดราว 93% ในช่วงเดือนตุลาคม–ธันวาคม 2569 

ขณะเดียวกัน การประเมินระดับความรุนแรงในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 ถึงมกราคม 2570 พบว่า เอลนีโญมีโอกาสเกิดได้ทุกระดับใกล้เคียงกันที่ประมาณ 25% ทั้งระดับอ่อน ปานกลาง และรุนแรงมาก (Very Strong) สะท้อนความไม่แน่นอนของทิศทางความรุนแรง

แหล่งข้อมูลยังระบุว่า แม้เหตุการณ์ที่มีความรุนแรงมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะก่อให้เกิดผลกระทบที่รุนแรงกว่าเสมอไป แต่จะเพิ่มโอกาสในการเกิดความแปรปรวนของสภาพอากาศในบางลักษณะ

ในเชิงพื้นที่ ภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตก เช่น อินโดนีเซียตอนบนและฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มเผชิญสภาพอากาศแห้งแล้งกว่าปกติ ขณะที่บริเวณตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตร จะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น

ด้านเกณฑ์วัดความรุนแรง เอลนีโญระดับรุนแรงมากจะถูกกำหนดจากค่าดัชนี RONI ตั้งแต่ +2.0 องศาเซลเซียสขึ้นไป ซึ่งสะท้อนการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในระดับสูง

ทั้งนี้ การประเมินผลกระทบระยะยาวยังต้องพิจารณาปัจจัยร่วมอื่น เช่น แนวโน้มภูมิอากาศระยะยาว ความชื้นในดิน และตัวแปรด้านบรรยากาศ เพื่อคาดการณ์อุณหภูมิและปริมาณฝนในระดับฤดูกาล

ภาพรวมสะท้อนว่า แม้เอลนีโญยังไม่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนในปัจจุบัน แต่แนวโน้มที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 อาจทำให้ความแปรปรวนของสภาพอากาศโลกเด่นชัดมากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาคเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในหลายภูมิภาค

อ้างอิง 

ENSO: Recent Evolution, Current Status and Predictions