

KEY
POINTS
วันที่ 24 มีนาคม 2569 ในวันที่ผืนน้ำกว้างใหญ่ของทะเลสาบสงขลาถูกใช้เป็นดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ตัวเลขประชากร “โลมาอิรวดี” กลับสวนทาง ข้อมูล ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2568 ระบุว่าเหลืออยู่ไม่ถึง 14 ตัวเท่านั้น และในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา มีสถิติการตายสะสมถึง 144 ตัว หรือเฉลี่ย 8.4 ตัวต่อปี สถานะปัจจุบันจึงอยู่ในขั้น “ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง”
นี่คือที่มาของภารกิจท้าทายระดับประเทศ เมื่อกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) โดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ตัดสินใจเดินหน้าแผนงานอนุรักษ์ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
ความพยายามในการรักษา “โลมาอิรวดี” ที่เหลืออยู่ไม่ถึง 14 ตัวในทะเลสาบสงขลา ถูกยกขึ้นมาเป็นวาระสำคัญอีกครั้ง ในการปฐมนิเทศแผนงานขับเคลื่อนการอนุรักษ์ ศ. ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เป็นประธาน
เวทีดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการเปิดแผน แต่เป็นการรวมหน่วยงานนโยบาย ภาครัฐ นักวิจัย ภาคประชาชน และชุมชนในพื้นที่ เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ ปัญหา และทิศทางการอนุรักษ์โลมาอิรวดีในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการขับเคลื่อนมาตรการอนุรักษ์ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่น
คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 เห็นชอบกรอบค่าใช้จ่ายแผนอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา (พ.ศ. 2567-2571) วงเงิน 402.818 ล้านบาท โดยใช้เงินช่วยเหลือจากต่างประเทศและกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) เป็นลำดับแรก
ภายใต้แผนดังกล่าว สกสว. สนับสนุนงบประมาณวิจัยเพื่ออนุรักษ์โลมาอิรวดี ฟื้นฟูระบบนิเวศของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา และพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชุมชนโดยรอบ
กองทุน ววน. จัดสรรงบวิจัย 89.3 ล้านบาท ผ่านสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ภายใต้แผนงานแก้ปัญหาและตอบสนองภาวะวิกฤติเร่งด่วนของประเทศ เพื่อศึกษาแนวทางการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรโลมาอิรวดีและระบบนิเวศทะเลสาบสงขลา ควบคู่กับการบริหารจัดการด้านเศรษฐกิจและสังคมของชุมชน โดยตั้งเป้าดำเนินการอย่างน้อย 3 ปี
ผู้อำนวยการ สกสว. ระบุว่า งานวิจัยต้องเชื่อมโยงไปสู่การกำหนดนโยบาย การบริหารจัดการทรัพยากร การสร้างทางเลือกทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน และการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการพัฒนา เพื่อให้ทะเลสาบสงขลาเป็นต้นแบบการบริหารจัดการระบบนิเวศของประเทศ
6 แผนงาน 15 โครงการ 36 กิจกรรม
แผนอนุรักษ์โลมาอิรวดีประกอบด้วย 6 แผนงาน 15 โครงการ 36 กิจกรรม ครอบคลุมการลดภัยคุกคามต่อโลมาและแหล่งอาศัย การกำหนดเขตพื้นที่คุ้มครอง การห้ามใช้เครื่องมือประมงที่เป็นอันตราย การฟื้นฟูความสมบูรณ์ของทะเลสาบ การเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำ การสร้างแหล่งอาศัยสัตว์น้ำชายฝั่งโดยชุมชน รวมถึงการศึกษาวิจัยด้านนิเวศวิทยา ชีววิทยา การสำรวจจำนวนและการกระจายตัวของโลมาอิรวดี และการแก้ไขปัญหาสภาพแวดล้อมในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนเงินให้เปล่าจากกองทุน PROBLUE ของธนาคารโลก จำนวน 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 132.36 ล้านบาท เพื่อยับยั้งการลดลงของประชากรโลมาอิรวดี และฟื้นฟูแหล่งอาศัยสัตว์น้ำในทะเลสาบสงขลา
ติดตั้งเครื่องมือ 64 จุด ติดตามโลมา
นายสันติ นิลวัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในฐานะหัวหน้าโครงการ ระบุว่า จะติดตั้งเครื่องมืออะคูสติก 64 ตัว เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของโลมาในแต่ละฤดูกาล พร้อมขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่อาศัย
ข้อมูลระบุว่า ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา พบอัตราการตายของโลมาเพิ่มขึ้นรวม 144 ตัว หรือเฉลี่ย 8.4 ตัวต่อปี โดยภัยคุกคามสำคัญมาจากเครื่องมือประมง มลพิษสะสมในทะเลสาบสงขลา แม้โลหะหนักยังไม่เกินเกณฑ์ และปัญหาที่อยู่อาศัย โดยโครงการตั้งเป้าลดภัยคุกคาม ขณะที่ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและดูแลทรัพยากร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง