

KEY
POINTS
วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ตลาดไบโอชาร์โลกมีมูลค่า 995.57 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจาก 1,129.97 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 สู่ประมาณ 3,452.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2035 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 13.24% ในช่วงปี 2026-2035 ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของตลาดคือความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของไบโอชาร์ในการเพิ่มความพรุนของดินและลดการสูญเสียน้ำในดิน
รายงานระบุว่า ไบโอชาร์เป็นผลิตภัณฑ์ที่อุดมด้วยคาร์บอนซึ่งผลิตจากชีวมวล มีลักษณะเป็นถ่านที่มีรูพรุนและถูกนำมาใช้เพื่อปรับปรุงคุณภาพดินอย่างแพร่หลาย ไบโอชาร์ได้รับการมองว่าเป็นอนาคตของเกษตรกรรมยั่งยืน เนื่องจากมีประโยชน์ต่อดินและระบบนิเวศ โดยทำหน้าที่เป็นปุ๋ยธรรมชาติและสารปรับปรุงดินที่ช่วยเพิ่มคุณสมบัติทางกายภาพ เคมี และชีวภาพของดิน
ไบโอชาร์ผลิตผ่านเทคโนโลยีไพโรไลซิส โดยให้ความร้อนแก่ชีวมวลเพื่อเปลี่ยนเป็นสารคล้ายถ่าน ก่อนนำไปผสมกับปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนและใช้ในดิน รายงานระบุว่าไบโอชาร์สามารถช่วยชะลอการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นอันตรายจากดิน และช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ
นอกจากนี้ การใช้ไบโอชาร์ยังช่วยลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร ส่งเสริมผลิตภัณฑ์อินทรีย์ และให้ประโยชน์ด้านการกักเก็บคาร์บอน การลดความเป็นกรดของดิน และการเพิ่มความสามารถในการกักเก็บน้ำของดิน
รายงานยังระบุว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนอุตสาหกรรมไบโอชาร์จากกิจกรรมเชิงช่างฝีมือไปสู่เทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศที่สามารถขยายตัวในระดับอุตสาหกรรมได้ โดย AI ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพ และการเพิ่มประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมและการเกษตร
โมเดลการเรียนรู้ของเครื่องสามารถปรับพารามิเตอร์การผลิต เช่น ประเภทวัตถุดิบและอุณหภูมิไพโรไลซิสแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มผลผลิตและเสถียรภาพของไบโอชาร์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการดำเนินงาน ขณะที่ระบบวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ถูกนำมาใช้เพื่อแนะนำสูตรไบโอชาร์ที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่สำหรับเกษตรแม่นยำ ซึ่งสามารถเพิ่มสุขภาพดินและผลผลิตพืชได้ 20-35% เมื่อเทียบกับวิธีการแบบดั้งเดิม
สำหรับแนวโน้มตลาด รายงานคาดว่าตลาดไบโอชาร์จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในช่วงปี 2026-2035 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากเกษตรกรรมยั่งยืน การดูแลสุขภาพดิน แนวทางจัดการของเสีย และการขยายตัวของการใช้งานในภาคอุตสาหกรรม ขณะที่แนวโน้มด้านความยั่งยืนประกอบด้วยการกักเก็บคาร์บอน การอนุรักษ์ดินและน้ำ และการบูรณาการกับพลังงานหมุนเวียน
ด้านปัจจัยขับเคลื่อนตลาด รายงานระบุว่าการเพิ่มขึ้นของการลงทุนภาครัฐในภาคเกษตรกรรม ความตระหนักด้านผลิตภัณฑ์อินทรีย์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ความสำคัญของพลังงานหมุนเวียน และนโยบายภาครัฐที่มุ่งลดการปล่อยคาร์บอนจากภาคเกษตรกรรม เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของตลาด
นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของกิจกรรมวิจัยและพัฒนา การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การค้าระหว่างประเทศของผลิตภัณฑ์ชีวภาพทางการเกษตร และการเข้าถึงวัตถุดิบตั้งต้นได้ง่าย ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของตลาดไบโอชาร์โลก
อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่าต้นทุนการผลิตไบโอชาร์ที่สูง ระยะเวลาการผลิตที่ยาวนานกว่าปุ๋ยเคมี การขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับไบโอชาร์ การเข้าถึงปุ๋ยเคมีได้ง่าย ปัญหาการควบคุมคุณภาพ การขาดการลงทุน และผลกระทบจากการใช้ไบโอชาร์มากเกินไป ยังคงเป็นปัจจัยจำกัดการเติบโตของตลาดในระยะข้างหน้า
รายงานระบุว่าเอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดไบโอชาร์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีมูลค่า 706.85 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2,472.20 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2035 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี 13.34% ในช่วงปี 2026-2035 จากการขยายตัวของภาคการเกษตรในประเทศอย่างจีนและอินเดีย รวมถึงกิจกรรมด้านการวิจัยและพัฒนาที่มุ่งเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร
ขณะที่อเมริกาเหนือเป็นตลาดใหญ่อันดับสองของโลก ส่วนยุโรปได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับภาคการเกษตร ซึ่งช่วยเพิ่มความต้องการใช้ไบโอชาร์ในภูมิภาค
อ้างอิง