

ถ้านึกย้อนไปซัก 30 ปี การเข้าปั๊มแต่ละครั้งเหตุผลเดียวก็คือ "เติมน้ำมัน" เเต่ในยุคนี้ปั๊มกลายเป็นมากกว่าที่เติมน้ำมันไปแล้ว จอดรถทีเดียวมีให้ครบ โดยเฉพาะ สถานีปั๊มน้ำมันในเครือ ปตท. ดูมีชีวิตชีวาขึ้นกว่ายุคสมัยก่อน มีร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ที่ผู้คนเเวะเวียนเข้าไปจับจ่ายใช้สอย กระจายตัวอยู่จำนวนมากในประเทศ รวมทั้ง Cafe Amazon ที่เติบโตมากทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงธุรกิจน้อยใหญ่ที่เปิดเรียงรายในพื้นที่
นี่คือหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดในการปรับตัวเพื่อสอดรับกับเทรนด์ของโลกของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR พัฒนาการของ "พีทีที สเตชั่น" ที่ไม่ได้มีไว้แค่เติมน้ำมัน ห้องน้ำสะอาด แต่ยังเป็นศูนย์กลางของรูปเเบบไลฟ์สไตล์ของผู้คน ชุมชน
ปีหน้า (2567) จะเป็นปีที่ดีของธุรกิจ OR เชื่อเเบบนั้น เพราะจากการประเมินคาดว่ายอดขายน้ำมันยังเติบโตตามอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งตามปกติแล้วยอดขายน้ำมันจะเติบโตสูงกว่าจีดีพีประมาณ 1% โดยในปีนี้ 2566 มีการประมาณการว่าจีดีพีจะเติบโตประมาณ 2.8-2.9% ทำให้ยอดขายน้ำมันปีนี้คาดว่าจะโตประมาณ 4% ตามทิศทาง GDP ของประเทศ
ในแง่การแข่งขันจะเห็นว่าปั๊มน้ำมันพยายามเสนออะไรใหม่ ที่ลูกค้าต้องการ พยายามที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าพึงพอใจ ซึ่งไม่หยุดพัฒนาเเค่ภายในประเทศไทยเท่านั้น
พันธกิจ (Mission) ที่สำคัญอย่างหนึ่งของ OR คือ "Global Market" การทำตลาดให้สำเร็จเเละเป็นที่ยอมรับของตลาดโลก ในปี 2567 บริษัทฯ เตรียมงบลงทุนกว่า 2 หมื่นล้านบาท จากงบประมาณ 5 ปี (2567-2571) ที่วางไว้ 67,000 ล้านบาท โดยประมาณ 12% ใช้สำหรับ "กลุ่มธุรกิจต่างประเทศ" คิดเป็นเงิน 8,007 ล้านบาท เน้นขยายสถานีบริการพีทีที สเตชั่น คาเฟ่ อเมซอน และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในประเทศที่มีศักยภาพ ตั้งเป้าการเติบโตให้มีกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) 15% ภายในปี 2571 ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 7%
"ความท้าทายในต่างประเทศคือการที่เราเป็นคนไทย จึงต้องทำให้เป็นที่ยอมรับ เป็นที่รักของประเทศนั้น ไม่ใช่แค่แข่งขันแต่ต้องเป็นเพื่อนกับเจ้าของประเทศ ถ้ามุ่งทำธุรกิจแต่ไม่มีใครรักเลยเราก็เหนื่อย" นายดิษทัต ปันยารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กล่าว
เรียกได้ว่าเป็นการคงคอนเซ็ปต์ในการบริหารงานต่างประเทศของ OR คือ "ดีที่สุด" เเต่ต้อง "บาลานซ์" เป็น "Good Citizen" ไม่ทำอะไรออกนอกลู่นอกทาง เป็นเรื่องสำคัญ เพราะ OR เชื่อว่าการทำสิ่งที่ถูกต้องจะทำให้เกิดความยั่งยืนได้จริงในระยะยาวเเละความยั่งยืนเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องบริหารความเสี่ยงในการดำเนินงานธุรกิจในต่างประเทศเพราะไม่เหมือนกับในประเทศ นายรชา อุทัยจันทร์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจต่างประเทศ กล่าวเสริม
"Empowering All toward Inclusive Growth" In Action
ภายใต้วิสัยทัศน์ของ OR "Empowering All toward Inclusive Growth" เติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโต ร่วมกัน สิ่งที่เป็นตัวเร่งให้ธุรกิจเติบโตในต่างประเทศ OR เชื่อในการลงมือทำ หรือ "Action" เพราะไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ ระหว่างทางของการลงมือทำย่อมมีบทเรียนเกิดขึ้นเสมอ
"คำว่า Action เป็นสิ่งที่ OR โฟกัส เพราะการลงมือทำเเล้วประสบความสำเร็จก็อีกเรื่อง ไม่สำเร็จก็เป็นผลลัพธ์อย่างหนึ่ง ถ้าเราไม่ก้าวเดินหรือไม่ลงมือทำ ก็จะไม่ไปไหน การเดินไปข้างหน้าหรือถอยหลัง ไม่ใช่ประเด็นเพราะอย่างน้อยเราก็ได้บทเรียนที่สำคัญระหว่างทาง" รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจต่างประเทศ OR ย้ำถึงการที่ OR ให้ความสำคัญกับการลงมือทำจริง
หมุดหมายเเน่น "กัมพูชา" บ้านหลังที่ 2 ของ OR
หมุดหมายในต่างประเทศ "กัมพูชา" เป็นหนึ่งประเทศเป้าหมายและยุทธศาสตร์ในการดำเนินธุรกิจที่สำคัญของ OR ซึ่งเปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 (2nd Homebase) รองจากประเทศไทย หากถามว่าทำไมต้องเป็นประเทศกัมพูชา ?
คงต้องยอมรับว่าหลังจากสถานการณ์โควิดประเทศนี้มีการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทั้งยังมีปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental) ที่สนับสนุนให้บริษัทฯ เติบโตได้อีกมาก แม้ว่าจะมีประชากรไม่ถึง 17 ล้านคน เเละเพราะเป็นประเทศที่ไม่มีโรงกลั่น น้ำมันที่ใช้ในกัมพูชาจึงเป็นการนำเข้า 100%
ตัวเลขเศรษฐกิจ "กัมพูชา" บ่งบอกการเติบโต
นายณัฐพงศ์ แก้วตระกูลพงษ์ Managing Director บริษัท ปตท. (กัมพูชา) จำกัด (PTTCL) ยืนยันด้วยตัวเลขทางเศรษฐกิจ ว่า กัมพูชา มีจีดีพี 5.3-6% ซึ่งสูงกว่าช่วงโควิด ที่สำคัญคือ การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) 3.88% ในปี 2565 การว่างงานน้อย
ขณะที่โออาร์ถือว่ามีความได้เปรียบคู่แข่งจากประเทศอื่นเพราะการขนส่งน้ำมันจากไทยไปกัมพูชามีต้นทุนต่ำด้วยระยะทางที่ใกล้ และเป็นการขนส่งน้ำมันทางเรือ รวมทั้งแบรนด์ต่างๆ ติดตามสื่อจากประเทศไทย ทำให้โปรดักซ์ที่เข้ามากัมพูชาง่าย จึงทำให้โออาร์พยายามหาสินค้าใหม่ๆ เพื่อขยายตลาดมากขึ้น และยังเป็นตลาดเสรีที่สามารถแข่งขันโดยการนำเข้าได้ด้วย
ในกัมพูชา OR ดำเนินธุรกิจทั้งกลุ่มธุรกิจ Mobility ได้แก่ การจำหน่ายน้ำมันผ่านสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น คลังเก็บผลิตภัณฑ์ และธุรกิจหล่อลื่น PTT Lubricants รวมทั้งได้ร่วมลงทุนในบริษัทร่วมค้า (Joint Venture) เพื่อให้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน ณ สนามบินนานาชาติแห่งใหม่ในกรุงพนมเปญ
ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้างมีกำหนดแล้วเสร็จไตรมาส 3 ปี 2567 รวมถึงแสวงหาโอกาสในการดำเนินธุรกิจพลังงานอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น Battery Swapping และ สถานีชาร์จไฟฟ้า EV station PluZ และกลุ่มธุรกิจ Lifestyle มีการดำเนินธุรกิจ ได้แก่ ร้าน Cafe Amazon
ในปีหน้า 2567 OR จะใช้งบประมาณลงทุนราว 50 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.6 -1.7 พันล้านบาท ลงทุนขยายสถานีบริการพีทีที สเตชั่น ในกัมพูชา 27 แห่ง จากปัจจุบันมี 172 แห่ง แบ่งเป็น COCO 12 แห่ง และ DODO 160 แห่ง และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีเพิ่มขึ้น 175 แห่ง โดยเน้นขยายให้ครบทุกจังหวัดของประเทศ ปัจจุบันยังเหลืออีก 3 จังหวัด ที่ยังไม่ได้ขยายเข้าไป
สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ตั้งอยู่ใน 22 จังหวัดจาก 25 จังหวัดในกัมพูชา มีมาร์เก็ตแชร์ 17.3% เป็นอันดับ 2 รองจากอันดับ 1 ซึ่งเป็นเเบรนด์ในท้องถิ่น คือ Tela ที่มีมาร์เก็ตแชร์เกือบ 39.3%
เช่นเดียวกันกับ คาเฟ่ อเมซอน คาดว่าจะมีการขยาย เพิ่มอีก 31 สาขา ปัจจุบันมีสาขา 231 สาขา แบ่งเป็น COCO 20 สาขา และ DODO 211 สาขา มาร์เก็ตแชร์ 23% เป็นอันดับ 1
แผนลงทุนคลัง LPG ในกัมพูชา ความจุ 2,200 ตัน
บริษัทฯ ยังมีแผนลงทุนคลัง LPG ในกัมพูชา ความจุ 2,200 ตัน โดยจะใช้งบลงทุนรวม 12.5 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยคาดว่าต้นปีหน้าจะเริ่มเซ็นสัญญากับผู้รับเหมาก่อสร้าง และมีกำหนดเปิดดำเนินการในปีถัดไป (2568) เบื้องต้นจะขาย LPG ให้กับภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก จากนั้นจะขยายจำหน่ายให้กับกลุ่มอาคารพาณิชย์ที่มีถังเก็บขนาดใหญ่ และยังมองการลงทุนธุรกิจยางมะตอยด้วย
มองโอกาสเเละเป้าหมายลงทุนต่างประเทศ
OR ยังคงมองโอกาสอย่างต่อเนื่อง โดยใน "เมียนมา"ยังมีปัญหาด้านการเมืองภายใน ทำให้ต้องชะลอการลงทุนไปก่อน ส่วน "สปป.ลาว" วางเป้าเป็นแหล่งซัพพลายในอนาคต โดยเฉพาะกาแฟ ขณะที่ "เวียดนาม" ยังไม่สามารถเปิดสถานีบริการน้ำมันได้ เนื่องจากทางการยังไม่เปิดให้ต่างชาติเข้าไปลงทุน แต่ได้เข้าไปใน "ธุรกิจรีเทล" Food and Beverage ร่วมกับ "เซ็นทรัลกรุ๊ป" เเละยังมีโครงการที่ทำงานร่วมกับบริษัทน้ำมันแห่งชาติ เพื่อนำธุรกิจไลฟ์สไตล์เข้าไป "ฟิลิปปินส์" เป็นการขายน้ำมันเครื่องบินและขายให้อุตสาหกรรมต่างๆ
ทุกย่างก้าวของ OR มั่นคง ยั่งยืน
การเป็นแบรนด์ชั้นนำระดับสากลที่จะสร้างคุณค่าให้สังคมผ่านการทำธุรกิจของ OR การตั้งศูนย์กลางไว้ที่ผู้บริโภคอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะบริษัทที่จะอยู่ได้ในโลกวันนี้และมีทิศทางสำหรับเติบโตในอนาคต คงไม่ได้มองหาเพียงกำไรอย่างเดียว ต้องคืนสู่สังคมด้วยว่าจะดูแลซึ่งกันและกัน เติบโต และเติมเต็มกันได้อย่างไร
ด้วยแนวคิด Living Community (ศูนย์กลางชุมชน) ในการขยายฐานธุรกิจเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในประเทศกัมพูชา มีแนวคิด "Betterment for Cambodian Community and Lifestyle" ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างการเติบโต ใน 3 มิติ ทั้ง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่ง OR เน้นการตอบโจทย์การใช้ชีวิตทุกรูปแบบของผู้บริโภค โดยในการใช้พลังงานไฟฟ้า มีทั้ง การนำร่องติดตั้ง Solar Rooftop บนหลังคาสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น สาขา Chbar Ampov การติดตั้งและเปิดให้บริการสถานีชาร์จ EV Station PluZ ในประเทศกัมพูชาแล้ว 3 แห่ง เป็นต้น
"เรื่องสิ่งเเวดล้อมเป็นเรื่องใหญ่ของโลกที่ต้องมุ่งไป ถ้าไม่ทำอะไรเลยก็คงเห็นภาพหลายอย่างไม่ว่าจะน้ำท่วม อากาศร้อนจัด เเต่การผลักดันในต่างประเทศต้องเป็นไปตามนโยบายของประเทศนั้นด้วย" รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านธุรกิจต่างประเทศ OR กล่าว
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการดูแลชุมชนผ่านการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอีกหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็น Cafe Amazon for Chance การมอบทุนการศึกษา การเปิดพื้นที่ในสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ให้เป็นจุดจำหน่ายสินค้าสำหรับเกษตรกร เป็นต้น
ทั้งหมดนี้เป็น "การลงมือทำ" ในคัมภีร์ธุรกิจต่างประเทศผ่านกลยุทธ์ที่เเหลมคม ไปพร้อมกับการกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจของ OR ที่ไม่ได้ละทิ้ง เป้าหมาย OR 2030 ใน 3 มิติ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของ OR "Empowering All toward Inclusive Growth" เติมเต็มโอกาส เพื่อทุกการเติบโต ร่วมกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง