

KEY
POINTS
สยามโกลบอลเฮ้าส์ ผนึก เออีเอสคอน และ Integra R.E. เดินหน้าขยายการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ครอบคลุมทุกสาขาทั่วประเทศ โดยมีหัวเว่ยเทคโนโลยี บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายและอุปกรณ์โทรคมนาคมสัญชาติจีน เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อยกระดับเครือข่ายสู่การบริหารจัดการพลังงานที่สะอาด อัจฉริยะ และยืดหยุ่น รองรับการเติบโตของธุรกิจ C&I ณ เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน
พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ถือเป็นจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของโครงการพัฒนาและขยายการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) นำโดยนายวิทูร สุริยวนากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน), นายอภิลาศ สุริยวนากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เออีเอสคอน จำกัด, นายจุนเร คาสโตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท Integra R.E. จำกัด และมีนาย Zeng Yong ประธานกลุ่มธุรกิจหัวเว่ย ดิจิทัล พาวเวอร์ ประเทศไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน
การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดทิศทางและแนวทางการนำเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงาน BESS มาประยุกต์ใช้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของสยามโกลบอลเฮ้าส์ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานสะอาดให้ครอบคลุมทุกสาขาทั่วประเทศ
หัวใจสำคัญด้านเทคโนโลยีของความร่วมมือครั้งนี้ คือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ BESS รุ่น Huawei LUNA2000-241-2S1 ซึ่งมีขนาดความจุ 241 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ต่อชุด โดยระบบดังกล่าวจะเข้ามาแก้ปัญหาข้อจำกัดเดิมของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar PV) ที่สามารถผลิตได้เฉพาะในช่วงที่มีแสงแดดกลางวันเท่านั้น
กลไกการทำงานของ BESS ในโครงการนี้แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่:
1. การบริหารการใช้พลังงานสูงสุด (Max-self Consumption): ระบบจะจัดเก็บพลังงานไฟฟ้าส่วนเกินที่ระบบ Solar PV ผลิตได้ในช่วงกลางวัน และนำพลังงานดังกล่าวกลับมาปล่อยใช้ในช่วงเย็น หรือช่วงเวลาที่โซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าได้ลดลงหรือไม่สามารถผลิตได้ ทำให้แต่ละสาขาใช้พลังงานสะอาดที่ผลิตได้เองอย่างคุ้มค่าสูงสุด
2. การบริหารจัดการต้นทุนค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลา (Time of Use: TOU): ระบบสามารถทำการชาร์จพลังงานเก็บไว้ในแบตเตอรี่ในช่วงเวลากลางคืน (Off-Peak) ซึ่งเป็นช่วงที่อัตราค่าไฟฟ้าจากระบบสายส่งมีราคาต่ำ จากนั้นจะทำการจ่ายพลังงานดังกล่าวออกมาใช้ในช่วงเวลากลางวัน หรือช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง (On-Peak) ซึ่งเป็นช่วงที่ต้นทุนค่าไฟฟ้าจากระบบสายส่งมีราคาสูงกว่า
กลไกทั้งสองส่วนนี้จะทำงานผสานกันเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้พลังงาน ลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบสายส่งหลัก (Grid) และช่วยควบคุมต้นทุนดำเนินงานของสาขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายวิทูร สุริยวนากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ที่ผ่านมาการติดตั้ง Solar PV ช่วยให้องค์กรสามารถผลิตและใช้พลังงานสะอาดได้ดีในช่วงเวลากลางวัน แต่ความท้าทายสำคัญคือกระบวนการจัดการพลังงานส่วนเกินให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ดังนั้น ระบบ Battery Energy Storage จึงเข้ามาเป็นองค์ประกอบสำคัญในการจัดเก็บพลังงานส่วนเกินดังกล่าว เพื่อนำกลับมาใช้ในช่วงเย็นหรือช่วงที่โซลาร์เซลล์ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ ส่งผลให้สามารถลดการพึ่งพาพลังงานจาก Grid และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของแต่ละสาขาได้อย่างเป็นรูปธรรม
การลงนาม MOU ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการทดลองใช้งานในระดับสาขาเดี่ยว แต่เป็นจุดเริ่มต้นของแผนการขยายผลการติดตั้งระบบ BESS ให้ครอบคลุมทุกสาขาของสยามโกลบอลเฮ้าส์ทั่วประเทศ การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นแบบอย่างของการนำเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานมาปรับใช้ในภาคธุรกิจค้าปลีกและภาคพาณิชย์ (Commercial & Industrial: C&I) ในสเกลขนาดใหญ่
ความร่วมมือในครั้งนี้ จึงเป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานพลังงานรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Smart Energy Ecosystem ผ่านการผสานการทำงานอย่างสมบูรณ์ระหว่าง Solar PV และ BESS ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดและลดสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าจากสายส่งแล้ว ยังเป็นการวางรากฐานทางเทคโนโลยีที่รองรับการเติบโตของธุรกิจตามเป้าหมายด้านความยั่งยืนและการบริหารจัดการพลังงานอย่างยืดหยุ่นในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง