

KEY
POINTS
พลังงานแสงอาทิตย์กำลังก้าวขึ้นเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านพลังงานโลก หลังต้นทุนลดลงต่อเนื่องและกลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าที่แข่งขันได้มากที่สุด ขณะที่ไทยยังพึ่งพาก๊าซธรรมชาติกว่า 60% ของการผลิตไฟฟ้า ทำให้ Solar ไม่ใช่แค่พลังงานสะอาด แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการลดต้นทุน สร้างความมั่นคงทางพลังงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
หากวันหนึ่งไฟฟ้าดับ ระบบสื่อสารหยุดทำงาน อินเทอร์เน็ตใช้งานไม่ได้ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้ เศรษฐกิจแทบทุกภาคส่วนจะหยุดชะงักทันที
นี่คือเหตุผลที่ “พลังงาน” ไม่ได้เป็นเพียงต้นทุนของครัวเรือนหรือธุรกิจ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจโลก และในวันนี้ พลังงานแสงอาทิตย์ หรือ Solar กำลังกลายเป็นพระเอกของการเปลี่ยนผ่านพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
รายงาน Renewable Capacity Highlights 2026 ของ IRENA ระบุว่า กำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนทั่วโลกในปี 2568 เพิ่มขึ้นแตะ 5,149 กิกะวัตต์ (GW) เพิ่มขึ้น 692 GW หรือขยายตัว 15.5% จากปีก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นการเติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ในจำนวนนี้ พลังงานแสงอาทิตย์เติบโตโดดเด่นที่สุด โดยเพิ่มขึ้นถึง 511 GW สู่ระดับ 2,392 GW หรือขยายตัว 27.2% จากปีก่อน ขณะที่พลังงานลมเพิ่มขึ้น 159 GW ส่วนพลังน้ำยังคงเติบโตในอัตราที่ช้ากว่า
การเติบโตดังกล่าวสะท้อนว่า Solar และ Wind กำลังเป็นกำลังหลักของการเปลี่ยนผ่านพลังงานโลก และเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าใหม่ที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Solar เติบโตอย่างรวดเร็ว คือการลดลงของต้นทุนการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ตลอดช่วงสิบปีที่ผ่านมา
การผลิตในระดับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ การแข่งขันของผู้ผลิตทั่วโลก การพัฒนาเทคโนโลยีแผงที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น รวมถึงการขยายตัวของห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะจากจีน ทำให้ต้นทุนพลังงานแสงอาทิตย์ลดลงอย่างต่อเนื่อง
จากเดิมที่เคยเป็นพลังงานทางเลือกที่มีต้นทุนสูง ปัจจุบัน Solar กลายเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตไฟฟ้าที่มีต้นทุนแข่งขันได้มากที่สุดในหลายประเทศทั่วโลก
ในอดีต การลงทุนด้านพลังงานสะอาดมักถูกเชื่อมโยงกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
แต่ในปัจจุบัน ต้นทุนพลังงานกำลังกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยุคใหม่ เช่น Data Center อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่ต้องใช้ไฟฟ้าปริมาณมหาศาล
ประเทศที่สามารถจัดหาพลังงานสะอาดในต้นทุนต่ำได้ จะมีความได้เปรียบทั้งด้านต้นทุนการผลิต การดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการรักษาฐานอุตสาหกรรมในระยะยาว
ในภูมิภาคอาเซียน เวียดนามถือเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของการผลักดันพลังงานแสงอาทิตย์ ผ่านมาตรการสนับสนุนการรับซื้อไฟฟ้า การอนุมัติโครงการที่รวดเร็ว และการเปิดให้ภาคเอกชนมีบทบาทมากขึ้น
ผลลัพธ์คือ เวียดนามกลายเป็นหนึ่งในตลาด Solar ที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาค
ขณะที่ประเทศไทย แม้จะมีศักยภาพด้านแสงอาทิตย์สูงและมีฐานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่การเติบโตยังช้ากว่าศักยภาพ เนื่องจากข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ ความล่าช้าในการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า และความไม่ต่อเนื่องของนโยบายในบางช่วงเวลา
ปัจจุบันไทยยังพึ่งพาก๊าซธรรมชาติและ LNG มากกว่า 60% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศ ส่งผลให้ค่าไฟฟ้ามีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของราคาพลังงานโลก
ด้วยเหตุนี้ ภาครัฐจึงเริ่มสนับสนุนการติดตั้ง Solar Rooftop มากขึ้น ผ่านมาตรการต่างๆ เช่น การเปิดให้ขายไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบ การลดหย่อนภาษีค่าติดตั้งสูงสุด 200,000 บาท และสิทธิประโยชน์จาก BOI สำหรับภาคธุรกิจ
ข้อดีของ Solar ไม่ได้จำกัดเพียงการลดการปล่อยคาร์บอน แต่ยังช่วยลดค่าไฟฟ้า ควบคุมต้นทุนระยะยาว เพิ่มความมั่นคงทางพลังงาน และตอบโจทย์มาตรฐาน ESG และ Net Zero ที่คู่ค้าระดับโลกให้ความสำคัญมากขึ้น
น่าสนใจว่า จุดเริ่มต้นของ Solar Cell เกิดขึ้นจากการค้นพบโดยบังเอิญของนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส อเล็กซองด์ เอ็ดมงด์ เบ็กเคอเรล เมื่อปี 1839 ก่อนที่ทีมนักวิจัยของ Bell Labs จะพัฒนาโซลาร์เซลล์ซิลิคอนที่ใช้งานได้จริงเป็นครั้งแรกในปี 1954
จากเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในดาวเทียมและยานอวกาศ ปัจจุบัน Solar กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดต้นทุนพลังงานของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจทั่วโลก
โลกกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานครั้งสำคัญ และพลังงานแสงอาทิตย์กำลังเปลี่ยนสถานะจาก “พลังงานทางเลือก” ไปสู่ “โครงสร้างพื้นฐานหลัก” ของเศรษฐกิจยุคใหม่
สำหรับประเทศไทย การเร่งพัฒนา Solar ไม่ได้เป็นเพียงการเดินหน้าสู่พลังงานสะอาด แต่คือการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ลดต้นทุนการผลิต และรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศในโลกที่ต้นทุนพลังงานกำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญทางเศรษฐกิจ
เพราะในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน “พลังงานราคาถูก มั่นคง และยั่งยืน” อาจกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยชี้ขาดอนาคตของประเทศในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า
บทความโดย Bnomics ธนาคาร กรุงเทพ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง