

KEY
POINTS
บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เดินหน้าขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ผ่านความร่วมมือกับ GC YOUเทิร์น แพลตฟอร์มบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้วแบบครบวงจร ภายใต้ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC เปิดตัวแคมเปญ “ORIGIN GIVE X GC YOUเทิร์น : CARE & SHARE” เปลี่ยนขวดพลาสติก PET ใช้แล้วให้กลายเป็น “เสื้อวิบวับอัพไซเคิล” หรือเสื้อกั๊กสะท้อนแสง เพื่อส่งมอบให้พนักงานดูแลความสะอาดและสิ่งแวดล้อมของกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต
โครงการดังกล่าวเริ่มต้นนำร่องด้วยการผลิตและส่งมอบเสื้อจำนวน 100 ชุด ภายใต้แนวคิด “เสื้อตัวนี้...ทำจากขวดน้ำที่คุณทิ้ง เพื่อดูแลคนที่เก็บให้คุณ” โดยมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของพนักงานเก็บกวาดและพนักงานสวนของกรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญเบื้องหลังความสะอาดและความน่าอยู่ของเมือง
คณะผู้บริหารจากกลุ่มบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) และผู้บริหารจาก GC ได้เข้าพบ รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมส่งมอบเสื้อกั๊กวิบวับอัพไซเคิลจากขวดน้ำดื่มใช้แล้ว รุ่นปี 2026 จำนวน 100 ชุด
การส่งมอบครั้งนี้นำโดย นายอภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด นายกฤษณ์ เตชะสัมมา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI และนางสุพินท์ มีชูชีพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI พร้อมด้วยผู้แทนจากบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน)
ออริจิ้นระบุว่า การคัดแยกขยะอย่างถูกต้องไม่เพียงช่วยลดภาระด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับวัสดุเหลือใช้ โดยขวดพลาสติกใสประเภท PET ที่ถูกรวบรวมเข้าสู่ระบบ จะถูกนำไปรีไซเคิลเป็นเส้นใยสำหรับผลิตเสื้อกั๊กสะท้อนแสง ซึ่งรายได้จากการจำหน่ายขวดพลาสติกยังถูกนำกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณในการออกแบบ ผลิต และตัดเย็บเสื้อ
สำหรับเสื้อวิบวับอัพไซเคิล 1 ตัว ผลิตจากขวด PET ขนาด 600 มิลลิลิตร จำนวน 11 ขวด โดยใช้กระบวนการผลิตตามมาตรฐานสากล EN ISO 20471 ทำให้ได้เสื้อที่มีคุณสมบัติสะท้อนแสง มองเห็นได้ชัดในพื้นที่แสงน้อย ระบายอากาศได้ดี ทนทานต่อการใช้งานหนัก และตอบโจทย์การทำงานภาคสนามของพนักงานเก็บกวาดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
นอกจากนี้ ยังออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานจริง ด้วยการเพิ่มกระเป๋าพร้อมซิปสำหรับเก็บอุปกรณ์ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวระหว่างปฏิบัติงาน ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนและการทำงานในพื้นที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุบนท้องถนน
GC ระบุว่า แพลตฟอร์ม GC YOUเทิร์น เป็นระบบบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้วแบบครบวงจรแห่งแรกของไทยที่ดำเนินงานในรูปแบบ Closed Loop ตั้งแต่การคัดแยก รวบรวม รีไซเคิล และอัพไซเคิล จนกลับมาเป็นวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อให้พลาสติกสามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน GC YOUเทิร์น มีจุดรับทิ้งขวดพลาสติกใช้แล้วมากกว่า 400 จุดทั่วประเทศ โดยความร่วมมือครั้งนี้จะเข้ารับพลาสติกใช้แล้วจากโครงการของ ORIGIN ทั้งบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมรวม 5 จุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและกลับมาเป็นเสื้อวิบวับสำหรับพนักงานทำความสะอาดของ กทม.
แคมเปญดังกล่าวยังสอดคล้องกับโครงการ “บ้านนี้ไม่เทรวม” ของกรุงเทพมหานคร ที่มุ่งส่งเสริมการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางและนำขยะกลับคืนสู่ระบบจัดการอย่างถูกต้อง โดย ORI ระบุว่า กลุ่มบริษัทได้สนับสนุนแนวทางดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันการจัดการขยะอย่างยั่งยืนจากระดับชุมชนสู่ระดับประเทศ
ทั้งนี้ แคมเปญ ORIGIN GIVE X GC YOUเทิร์น : CARE & SHARE ถือเป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้าน ESG ระหว่างกลุ่มบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ได้แก่ บริษัท ออริจิ้น เวอร์ติเคิล คอร์ปอเรชั่น จำกัด บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) และบริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ผ่านแพลตฟอร์ม GC YOUเทิร์น ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิก “ภาคีมือวิเศษกรุงเทพ” ที่สนับสนุนนโยบาย “ส่งขยะคืนสู่ระบบ” ของกรุงเทพมหานคร
ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทออริจิ้นมีโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมเข้าร่วมแคมเปญดังกล่าวรวม 29 โครงการ และยังมีแผนดำเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2569 เพื่อขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับ ORI ได้ปรับโครงสร้างธุรกิจในรูปแบบ Holding Company โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียม ภายใต้ ORIGIN VERTICAL ธุรกิจบ้านจัดสรรภายใต้ BRI ธุรกิจบริการภายใต้ PRI ธุรกิจ Hospitality and Tourism & Service ภายใต้ ORIGIN HOTEL และธุรกิจ Logistics and Warehouse ภายใต้ ALPHA เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาวและขยายการดำเนินธุรกิจอย่างครบวงจรควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง