

KEY
POINTS
นางสาวจริยา จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายความยั่งยืน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เปิดเผยว่า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์โลก เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน และสภาวะสงครามที่ยืดเยื้อ ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของทุก ๆ ประเทศ
เซ็นทรัล รีเทล เป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกค้าส่งที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน และมีร้านค้าครอบคลุม 63 จังหวัดทั่วประเทศ เราตระหนักถึงบทบาทสำคัญในการเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตผู้คน และมุ่งมั่นพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างเป็นระบบ ครบวงจรตลอดห่วงโซ่ธุรกิจ เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนด้านพลังงาน และเสริมความแข็งแกร่งให้กับสังคมและธุรกิจในระยะยาว
โดยบริษัทเดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงานผ่านนวัตกรรมที่ทันสมัยเพื่อรับมือกับทุกวิกฤตอย่างเป็นรูปธรรมและเพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน โดยมีการตรวจสอบการใช้พลังงานอย่างสม่ำเสมอเพื่อปิดจุดอ่อนด้านการสูญเสียทรัพยากร
โดยในปี 2569 ไทวัสดุ ยังมีแผนรุกขยายการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพิ่มอีก 18 สาขา กำลังผลิตรวม 12.2 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังได้ติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) มากกว่า 450 จุด ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดให้เข้าถึงผู้บริโภคในสภาวะที่น้ำมันมีราคาสูง
นอกจากนี้ยังยกระดับศูนย์กระจายสินค้าประเภท Non-food สู่มาตรฐาน ISO 50001 เพื่อบริหารจัดการพลังงานอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ในปี 2568 สามารถลดการใช้พลังงานได้มากกว่า 5% และตั้งเป้าลดต่อเนื่องมากกว่า 2% ต่อปีในปีถัดไป
ทั้งนี้แผนงานภายในองค์กรแต่ เซ็นทรัล รีเทล ยังมุ่งมั่นสร้างระบบนิเวศแห่งความยั่งยืนที่เชื่อมโยงถึงทุกคน โดยผนึกกำลังคู่ค้าผ่านโครงการ CRC Supply Chain Networking เพื่อแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติ ESG อาทิ การจัดการพลังงานและขยะ รวมถึงนวัตกรรมที่สนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมในระยะยาว พร้อมร่วมรณรงค์แคมเปญระดับโลก Earth Hour ปิดไฟ 1 ชั่วโมงพร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งลดการใช้ไฟได้มากกว่า 0.12 ล้านหน่วยต่อปี
“เซ็นทรัล รีเทล ยังให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือผู้บริโภคในระยะสั้น เนื่องจากเล็งเห็นว่าสถานการณ์ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของผู้บริโภค เซ็นทรัล รีเทล จึงมีแนวทางส่งเสริมการประหยัดพลังงาน ควบคู่ไปกับการดูแลราคาสินค้า เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคและผู้ประกอบการรายย่อยในการลดภาระค่าใช้จ่ายรายวัน ให้ทุกภาคส่วนสามารถประคองตัวไปพร้อมกันได้ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ผันผวน”
ครอบคลุมทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และวัตถุดิบอาหาร พร้อมกันนี้ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ยังได้ร่วมกับร้านค้าภายในศูนย์ฯ และพันธมิตร ลดราคาสินค้าอีกกว่า 1,000 รายการ เพื่อช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายให้แก่ลูกค้า ณ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ที่ร่วมรายการ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง