
CRC โหนกระแส K-Culture ดัน No Brand ยึดทำเลบางนาประเดิมพอร์ต Smart Value
เซ็นทรัล รีเทล แท็กทีม Emar ปักหมุดบางนาสาขาแรก ชูธงสินค้าเกาหลีราคาคุ้มค่ารับเทรนด์ Smart Shopper สบช่อง K-Culture โตแรง ดันเป้า World-Class Grocery Destination ภายในปี 2571
KEY
POINTS
- เซ็นทรัล รีเทล (CRC) ร่วมมือกับ Emart เกาหลีใต้ เปิดตัวร้านค้าปลีก "No Brand" แห่งแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
- ชูคอนเซปต์ "Smart Value" เน้นสินค้าคุณภาพดีในราคาคุ้มค่า เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยประเดิมสาขาแรกที่เซ็นทรัล บางนา
- การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการต่อยอดธุรกิจโดยอาศัยกระแสความนิยมวัฒนธรรมเกาหลี (K-Culture) ที่เติบโตต่อเนื่องในไทย
- บริษัทตั้งเป้าหมายขยายสาขา "No Brand" ให้ครบ 10 แห่งในประเทศไทยภายในปี 2571
กระแสวัฒนธรรมเกาหลี หรือ K-Culture ยังคงมาแรงในไทยต่อเนื่อง ทั้งอาหาร ความงาม และไลฟ์สไตล์ สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปิดรับสินค้าและประสบการณ์ใหม่จากต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพในราคาคุ้มค่า” เทรนด์ดังกล่าวกลายเป็นโอกาสสำคัญให้ผู้ประกอบการค้าปลีกเร่งต่อยอดธุรกิจ
ล่าสุด บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เดินหน้ารุกตลาดค้าปลีกอาหาร จับมือ Emart จากเกาหลีใต้ เปิดตัวร้าน “No Brand” อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ชูโมเดล “Value Retail” เน้นสินค้า “คุณภาพดี ราคาคุ้มค่า” รับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ควบคู่ประสบการณ์ช้อปปิ้งที่เข้าถึงได้ในชีวิตประจำวัน
ร้าน “No Brand” สาขาแรกตั้งอยู่ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล บางนา บนพื้นที่กว่า 250 ตารางเมตร โดยถือเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดธุรกิจค้าปลีกอาหารของ CRC มุ่งสู่การเป็น World-Class Grocery Destination พร้อมตั้งเป้าขยายสาขา “No Brand” ในไทยรวม 10 สาขาภายในปี 2571
นายธนวัตร จิรจริยาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ระบุว่า ผู้บริโภคยุคใหม่หันมาให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่าที่มาพร้อมคุณภาพ” หรือ Smart Value มากขึ้น ส่งผลให้พฤติกรรมการซื้อเปลี่ยนไปสู่การเป็น Smart Shopper ซึ่งกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ธุรกิจค้าปลีกต้องปรับกลยุทธ์
ขณะเดียวกัน กระแส K-Culture ยังเติบโตต่อเนื่องทั่วโลก โดยในปี 2567 มีมูลค่าตลาดกว่า 7.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (2.74 ล้านล้านบาท) และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวภายในปี 2573 สะท้อนความนิยมสินค้าและวัฒนธรรมเกาหลีที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงในประเทศไทย ที่มีมูลค่านำเข้าสินค้าเกาหลีเติบโตเฉลี่ย 8.3% ต่อปีในช่วงปี 2562–2567
ในช่วง 3–5 ปีที่ผ่านมา สินค้าเกาหลีในเครือท็อปส์เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้า HBC และขนมขบเคี้ยว ที่เติบโตเฉลี่ย 9% ขณะที่สินค้า “No Brand” ที่เริ่มนำเข้ามาจำหน่ายก่อนหน้านี้ มียอดขายเพิ่มขึ้น 1.5 เท่าในปี 2568 เมื่อเทียบกับปี 2566 การเปิดร้าน “No Brand” แบบสแตนด์อโลนครั้งนี้ จึงเป็นการต่อยอดความสำเร็จ และตอบโจทย์ทั้งเทรนด์ K-Culture และพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองหาความคุ้มค่า โดยบริษัทมีแผนเปิดสาขาที่ 2 ภายในไตรมาส 3 ปีนี้
ด้านนาย Byoung-Kan Roh ผู้บริหารสายงาน No Brand ของ Emart ระบุว่า ไทยเป็นหนึ่งในตลาดค้าปลีกที่มีศักยภาพสูงในเอเชีย ทั้งจากฐานผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ การใช้จ่ายแบบคุ้มค่า และการเปิดรับวัฒนธรรมเกาหลี
ความร่วมมือกับ CRC จะช่วยต่อยอดการเติบโตระยะยาว โดย “No Brand” ยึดแนวคิดลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น เช่น การตลาดและบรรจุภัณฑ์ เพื่อส่งมอบสินค้าคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ ปัจจุบันมีสาขามากกว่า 270 แห่งในเกาหลีใต้ และส่งออกไปกว่า 20 ประเทศทั่วโลก
ร้าน “No Brand” ในไทยวางตำแหน่งเป็น “Thailand’s Daily K-Flavour Destination” หรือจุดหมายสินค้าเกาหลีในชีวิตประจำวัน นำเสนอสินค้ากว่า 2,200 รายการ ครอบคลุมทั้งอาหาร ขนม และสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม โดยหมวดสินค้าหลัก ได้แก่
- K-Street Food และอาหารพร้อมทาน เช่น คิมบับ และต็อกบกกี
- ขนมยอดนิยมสไตล์เกาหลี (Trendy Snacks)
- สินค้าความงามและดูแลตัวเอง (K-Beauty)
- วัตถุดิบและอาหารเกาหลี (K-Cuisine)
พร้อมใช้กลยุทธ์หมุนเวียนสินค้าและพัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นการกลับมาใช้บริการซ้ำ และตอบโจทย์ผู้บริโภคหลายกลุ่ม ทั้งนี้บริษัทจัดโปรโมชั่นเปิดสาขาแรก ตั้งแต่วันนี้ – 14 เมษายน 2569
นายธนวัตร กล่าวทิ้งท้ายว่า บริษัทมุ่งสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภคไทย ควบคู่การเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจค้าปลีกอาหาร และเดินหน้าขยาย “No Brand” อย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวสู่การเป็น World-Class Grocery Destination ในระยะยาว





