

KEY
POINTS
บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PSP เดินหน้าต่อยอดการลงทุนใน บริษัท รีไซเคิล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (RE) หลังเข้าถือหุ้น 100% เมื่อกลางปี 2568 เพื่อขยายฐานสู่ธุรกิจรีไซเคิลสารเคมีและการจัดการของเสียอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง รับกระแสเศรษฐกิจหมุนเวียนและเคมีสีเขียว
PSP วางงบลงทุนกว่า 630 ล้านบาท เพื่อยกระดับ RE สู่ศูนย์กลางรีไซเคิลสารเคมีของภูมิภาคอาเซียน พร้อมต่อยอดการดำเนินธุรกิจสู่เป้าหมาย Net Zero ผ่านการพัฒนาโซลูชันด้านการจัดการของเสียแบบครบวงจร ตั้งแต่การรีไซเคิลสารเคมีใช้แล้ว การจัดการของเสียจากห้องปฏิบัติการ การฟื้นฟูบรรจุภัณฑ์อุตสาหกรรม ไปจนถึงการรับจ้างผลิตเคมีภัณฑ์
นายเสกสรร ครองพาณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเข้าลงทุนใน RE ไม่ใช่เพียงการขยายพอร์ตธุรกิจ แต่เป็นการวางรากฐานเชิงกลยุทธ์ระยะยาวของ PSP โดยนำความเชี่ยวชาญด้านเคมีภัณฑ์อุตสาหกรรมของ PSP มาผสานกับองค์ความรู้ด้านการรีไซเคิลสารเคมีของ RE ที่ดำเนินธุรกิจมากว่า 30 ปี
“เป้าหมายสำคัญคือการเปลี่ยนของเสียจากภาคอุตสาหกรรมให้กลับมาสร้างมูลค่าใหม่ทางเศรษฐกิจ พร้อมยกระดับธุรกิจสู่การเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนและเคมีสีเขียวของภูมิภาค” นายเสกสรรกล่าว
สำหรับทิศทางการขับเคลื่อนธุรกิจของ RE ภายใต้ PSP จะดำเนินผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
1. ผสานองค์ความรู้ระดับสากล นำมาตรฐานการรีไซเคิลสารเคมีของยุโรปมาพัฒนาร่วมกับความเชี่ยวชาญด้านเคมีภัณฑ์ของ PSP เพื่อยกระดับกระบวนการจัดการของเสีย และต่อยอดสู่การผลิต “น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานกลั่นใช้ใหม่” หรือ Re-Refined Base Oil (RRBO) จากน้ำมันใช้แล้วในภาคอุตสาหกรรม
2. วางรากฐานสู่ระดับภูมิภาค ผลักดัน RE สู่ศูนย์กลางรีไซเคิลสารเคมีแห่งอาเซียน รองรับเมกะเทรนด์โลก ทั้งเศรษฐกิจหมุนเวียน เคมีสีเขียว และ Net Zero รวมถึงตอบโจทย์การเติบโตของ Digital Economy และ ESG Supply Chain โดยมุ่งขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ปิโตรเคมี และอิเล็กทรอนิกส์
3. ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนสู่การปฏิบัติจริง ยกระดับ RE จากผู้ให้บริการเฉพาะด้าน สู่ผู้ให้บริการ Total Waste Management แบบครบวงจร พร้อมต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าใหม่ เช่น Carbon Credit ภายใต้แนวคิด BCG Economy Model และการพัฒนา Green Platform เพื่อบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
ปัจจุบัน RE ให้บริการหลัก 6 ด้าน ครอบคลุมตั้งแต่การรีไซเคิลสารเคมีและน้ำมันใช้แล้ว การกำจัดสารเคมีและบรรจุภัณฑ์ที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ การจัดการของเสียจากห้องปฏิบัติการ การล้างและฟื้นฟูบรรจุภัณฑ์อุตสาหกรรม การรับซื้อและจำหน่ายเคมีภัณฑ์รีไซเคิล ไปจนถึงการรับจ้างผลิตเคมีภัณฑ์ตามมาตรฐาน ISO 9001
หนึ่งในธุรกิจที่ PSP และ RE ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ การล้างและฟื้นฟูถังเหล็ก 200 ลิตร และถัง IBC เพื่อกลับมาใช้งานใหม่ โดยผ่านกระบวนการทดสอบการรั่วซึมและได้รับการรับรองมาตรฐาน UN Certified ซึ่งช่วยลดต้นทุนการจัดซื้อบรรจุภัณฑ์ของภาคอุตสาหกรรมได้เฉลี่ย 40-50%
นอกจากนี้ ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 80% หรือเหลือน้อยกว่า 5 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อถัง เมื่อเทียบกับการใช้บรรจุภัณฑ์ใหม่ ส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถลด Carbon Footprint ใน Scope 3 ได้อย่างเป็นรูปธรรม
อีกหนึ่งโครงการสำคัญที่อยู่ระหว่างการเร่งพัฒนา คือ RRBO หรือ Re-Refined Base Oil ซึ่งเป็นการนำน้ำมันใช้แล้วจากภาคอุตสาหกรรมมาผ่านกระบวนการกลั่นและฟื้นฟูคุณภาพ จนสามารถนำกลับมาใช้เป็นน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานได้ในระดับเดียวกับน้ำมันใหม่
PSP มองว่า RRBO จะเป็นธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับ Green Supply Chain และการลดต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันยังช่วยให้ผู้ประกอบการไทยเตรียมพร้อมรับมาตรการภาษีคาร์บอนที่จะมีผลบังคับใช้ในอนาคต
นายเสกสรร กล่าวว่า ท่ามกลางต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งที่ยังอยู่ในระดับสูง PSP ต้องการใช้จุดแข็งของทั้ง PSP และ RE เข้ามาช่วยภาคอุตสาหกรรมไทยเปลี่ยน “ต้นทุนที่สูญเปล่า” ให้กลับมาเป็น “กำไรทางธุรกิจ” ผ่านการบริหารจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ
“เราต้องการสร้างโมเดลธุรกิจที่ทำให้การจัดการของเสียไม่ใช่ภาระต้นทุนอีกต่อไป แต่เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่ ลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง