

In Brief
นายนภดล รมยะรูป อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการยกระดับการจัดการของเสียอย่างเป็นระบบ ควบคู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ
โดยเป็นการดำเนินงานผ่านกระบวนการ Co-processing in Cement Kilns ภายใต้แนวคิด Turning Waste into Purpose for Net Zero 2050 ซึ่งเป็นความร่วมมือของผู้ผลิตปูนซีเมนต์ทุกรายในประเทศ โดยเป็นการสนับสนุนเชิงนโยบายของภาครัฐ และการขับเคลื่อนเชิงพื้นที่ผ่าน SARABURI SANDBOX เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero 2050 อย่างเป็นรูปธรรม
“TCMA ทำงานร่วมกันในระดับอุตสาหกรรม เพื่อยกระดับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยมีจุดแข็งจากกระบวนการผลิตที่ใช้ความร้อนสูง โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมใช้งานทั่วประเทศ และระบบควบคุมสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสากล ซึ่งเอื้อต่อการจัดการของเสียอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ”
สำหรับการดำเนินงานของ TCMA เป็นไปตาม Thailand Net Zero Cement and Concrete Roadmap 2050 ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางโลกของGlobal Cement and Concrete Association (GCCA) ที่กำหนดให้ Co-processing และเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นกลไกหลักในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero 2050 ควบคู่กับการรักษาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม โดย Co-processing ถือเป็นแนวปฏิบัติที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล มีการใช้อย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลก
อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทยมีศักยภาพในการเป็น Solution เชิงระบบด้านการจัดการของเสีย จากศักยภาพของเตาเผาปูนซีเมนต์ที่ใช้ความร้อนสูงถึง 1,450 องศาเซลเซียส สามารถทำลายของเสียได้อย่างสมบูรณ์ ไม่เกิดสารตกค้าง และไม่กระทบต่อคุณภาพปูนซีเมนต์ รองรับของเสียจากภาคอุตสาหกรรม ชุมชน และเกษตร ประกอบกับเครือข่ายโรงงานที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ช่วยให้การจัดการของเสียสามารถขยายผลได้อย่างรวดเร็วและลดต้นทุนในระดับระบบเศรษฐกิจ
ด้านกลไกสำคัญที่ TCMA ผลักดัน คือ Co-processing in Cement Kilns กระบวนการเผาร่วมในตาเผาปูนซีเมนต์ ด้วยการนำของเสียมาใช้เป็นพลังงานและวัตถุดิบทดแทนในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์
ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเปลี่ยนของเสียให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจ ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและการพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ สนับสนุนนโยบายรัฐด้านการจัดการของเสียและการลดก๊าซเรือนกระจก พร้อมช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์และมีเทน บรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 และลดการฝังกลบ ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมสำคัญของประเทศไทย
“Co-processing เป็นตัวอย่างของเศรษฐกิจหมุนเวียนที่วัดผลได้จริง จากความร่วมมือของสมาชิก TCMA ทั้งอุตสาหกรรม ในช่วงปี 2563–2567 สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 13.4 ล้านตันคาร์บอน พร้อมตั้งเป้าเพิ่มอัตราการใช้พลังงานทดแทนเป็น 68% ภายในปี 2573 และ 100% ในปี 2593 สอดคล้องกับโรดแมปของอุตสาหกรรมและเป้าหมาย NDC ของประเทศไทย”
ขณะเดียวกัน TCMA ยังผลักดัน SARABURI SANDBOX ในฐานะพื้นที่นำร่องที่บูรณาพัฒน์ความร่วมมือการจัดการของเสียด้วย Co-processing ในโรงงานปูนซีเมนต์ เข้ากับความร่วมมือของภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคประชาสังคม โดยใช้ศักยภาพของโรงงานปูนซีเมนต์ เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการแปรรูปของเสียอย่างปลอดภัย พร้อมแสวงหาความช่วยเหลือจากต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและการเงินจากต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นว่า การลดคาร์บอน การจัดการของเสีย และการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ สามารถเดินหน้าไปพร้อมกันได้จริง และสามารถต่อยอดขยายผลสู่พื้นที่อื่นในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง