sustainable

‘TCMA’ ดันสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ปั้นเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำกินได้

In Brief

  • สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) ผลักดัน "สระบุรีแซนด์บ็อกซ์" ให้เป็นเมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย เพื่อสร้างเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่กินได้
  • เปลี่ยนการลดก๊าซเรือนกระจกให้กลายเป็นคาร์บอนเครดิตที่สามารถซื้อขายได้ เพื่อสร้างรายได้ที่เป็นรูปธรรมให้แก่ชุมชน ภาคอุตสาหกรรม และประเทศ
  • แนวคิด "Net Zero กินได้" คือการทำให้การลดคาร์บอนสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจริง ทั้งในด้านรายได้ การจ้างงาน และการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น
  • โครงการขับเคลื่อนหลายมิติ เช่น พลังงานสะอาด อุตสาหกรรมสีเขียว และเกษตรคาร์บอนต่ำ เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ดร.ชนะ ภูมี นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินการยกระดับสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ซึ่งเป็นโครงการต้นแบบเมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย ไปสู่บทบาทใหม่ในฐานะตลาดคาร์บอนที่กินได้

โดยจะเป็นกลไกเศรษฐกิจที่เปิดโอกาสให้การลดก๊าซเรือนกระจกสามารถต่อยอดเป็นคาร์บอนเครดิต สร้างรายได้ให้กับชุมชน ภาคอุตสาหกรรม และประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับสระบุรีแซนด์บ็อกซ์นั้น เป็นการแปลงนโยบาย Net Zero จากระดับประเทศ สู่การปฏิบัติจริงในระดับพื้นที่ โดยนำการลดก๊าซเรือนกระจกมาเป็นกลไกการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเติบโต

‘TCMA’ ดันสระบุีแซนด์บ็อกซ์ปั้นเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำกินได้

ส่วนแนวคิด Net Zero กินได้ คือ การทำให้การลดคาร์บอนสร้างมูลค่าได้จริง ทั้งในรูปของรายได้ การจ้างงาน และการยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่น ผ่านกลไกตลาดคาร์บอน นับเป็นแนวทางการพัฒนาที่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างรอบด้าน ครอบคลุมมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม 

รวมถึงเป็นต้นแบบในการขยายผลสู่ระดับประเทศ และสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในเวทีเศรษฐกิจโลกอย่างยั่งยืน

“สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ได้ขับเคลื่อนโครงการในหลายมิติ ทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว การจัดการของเสียให้เกิดมูลค่า การส่งเสริมเกษตรคาร์บอนต่ำ และการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในจังหวัด ส่งผลให้เกิดประโยชน์เชิงพื้นที่อย่างชัดเจน ทั้งการลดคาร์บอนควบคู่ การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน การสร้างงานใหม่ การยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอุตสาหกรรมให้สามารถอยู่ร่วมกับภาคเกษตร ชุมชน และทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างสมดุล”

การพัฒนาตลาดคาร์บอนในระดับพื้นที่จะช่วยเชื่อมโยงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้ากับห่วงโซ่เศรษฐกิจจริง ทำให้ชุมชนและผู้ประกอบการมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์โดยตรง เมื่อการลดคาร์บอนกลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ ทุกภาคส่วนจะมีแรงจูงใจในการขับเคลื่อน Net Zero อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน