
อดีตบอร์ด กสทช. เตือน “กฎ Must Have” ยกเลิกแล้ว! ชี้รัฐไม่ควรใช้เงินซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก 2026 แนะดึงเงินกองทุนกีฬาฯ แทน
อดีตกรรมการ กสทช. ออกโรงเตือนรัฐบาล ย้ำชัดกฎเหล็ก “Must Have” ปลดล้อกแล้ว เสนอทางออกให้ภาคเอกชน หรือ ไปใช้เงิน “กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ” ที่มีงบรองรับกว่า 4,000 ล้านบาทแทน
KEY
POINTS
- อดีตกรรมการ กสทช. ชี้ว่ากฎ Must Have ที่เคยบังคับให้มหกรรมกีฬาสำคัญต้องถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวี ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว
- ดังนั้น ภาครัฐจึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้งบประมาณซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 และควรเปิดทางให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการแทน
- หากรัฐต้องการสนับสนุนงบประมาณ แนะให้ใช้เงินจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งมีงบประมาณรองรับโดยตรง แทนการใช้งบของ กสทช.
ความคืบหน้ากรณีการจัดหาลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ล่าสุด นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา อดีตกรรมการ กสทช. ได้แสดงความเห็นกับ “ฐานเศรษฐกิจ” โดยมองว่าสถานการณ์ในปัจจุบันมีความแตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากกฎ “Must Have” (กฎที่กำหนดให้รายการกีฬาสำคัญต้องถ่ายทอดสดให้ประชาชนรับชมได้ฟรี) ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว
นายประวิทย์ ชี้แจงว่า ในเมื่อเงื่อนไขบังคับทางกฎหมายไม่มีผลผูกพันอีกต่อไป การใช้งบประมาณจากภาครัฐเพื่อซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดจึงไม่มีความจำเป็นและไม่เหมาะสม โดยเสนอทางออกดังนี้:
ผลักภาระให้เอกชน : ควรเปิดทางให้ภาคเอกชนเป็นผู้รับความเสี่ยงและดำเนินการจัดซื้อลิขสิทธิ์ด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดการแข่งขันและการบริหารจัดการเชิงธุรกิจที่โปร่งใส
·ใช้กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ : หากรัฐต้องการสนับสนุนงบประมาณ นายประวิทย์เสนอว่าควรใช้เงินจาก “กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ” ซึ่งมีงบประมาณรองรับอยู่ถึง 4,000 ล้านบาท แทนการดึงเงินจากงบของ กสทช. หรือกองทุน กทปส. มาใช้ผิดประเภท
สอดคล้องกับความเห็นของ นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ อดีตกรรมการ กสทช. ที่ระบุว่า กสทช. ไม่มีความจำเป็นต้องซื้อลิขสิทธิ์ เพราะกฎที่เคยเป็นข้อบังคับถูกปลดล็อกแล้ว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากรัฐบาลฝืนนำเงิน กสทช. มาใช้ อาจเกิดคำถามถึงความเหมาะสม โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่อุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลยังไร้ความชัดเจนเรื่องโรดแมปการดำเนินงาน ทั้งที่สัญญาสัมปทานจะสิ้นสุดลงในปี 2572 ทั้งนี้ หากจะมีการถ่ายทอดสด ต้องรับประกันว่าประชาชนทุกครัวเรือนต้องได้รับชมอย่างทั่วถึง ไม่เกิดเหตุการณ์ “จอดำ” ซ้ำรอยเดิม เหมือนเช่นที่เคยเกิดขึ้นในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 ที่ผ่านมา
ว่าด้วยเรื่องกฏ Must Have
"Must Have" หรือ "หลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะทางฟรีทีวี" ถูกประกาศใช้ในปี 2555 โดยคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กฎนี้กำหนดให้รายการโทรทัศน์ที่มีความสำคัญระดับชาติ เช่น การแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ ต้องเผยแพร่ผ่านฟรีทีวี เพื่อให้ประชาชนสามารถรับชมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย Must Have ระบุว่าการแข่งขันกีฬาสำคัญ 7 รายการต้องเผยแพร่ผ่านฟรีทีวี ได้แก่
- การแข่งขันฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย
- การแข่งขันกีฬาซีเกมส์
- การแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์
- การแข่งขันอาเซียนพาราเกมส์
- การแข่งขันเอเชียนพาราเกมส์
- การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก
- การแข่งขันกีฬาพาราลิมปิก







