
"ประธาน กสทช." โยนกรมประชาฯ ชงแผนงบฟุตบอลโลก 2026 เข้าบอร์ด
"นพ.สรณ" เผยบอร์ด กสทช. รอความชัดเจนแผนซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 จากกรมประชาสัมพันธ์ ชี้งบ กทปส. เป็นทางเลือกแต่ต้องผ่านบอร์ดพิจารณา ท่ามกลางปมค่าลิขสิทธิ์พุ่ง 1.6 พันล้าน
KEY
POINTS
- ประธาน กสทช. มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำแผนของบประมาณเพื่อถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 เสนอต่อบอร์ด กสทช.
- การของบประมาณจากกองทุน กทปส. เป็นหนึ่งในทางเลือก แต่ยังไม่มีข้อสรุปเรื่องวงเงินและต้องรอแผนที่ชัดเจนจากกรมประชาสัมพันธ์เพื่อพิจารณา
- กสทช. ได้ถอดฟุตบอลโลกออกจากกฎ Must Have แล้ว ทำให้การถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวีไม่เป็นภาคบังคับ และการอนุมัติงบต้องพิจารณาอย่างรอบคอบจากค่าลิขสิทธิ์ที่สูงถึง 1.6 พันล้านบาท
วันที่ 12 พ.ค. 69 นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดหาลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 หลังจากหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยระบุว่าเบื้องต้น กรมประชาสัมพันธ์ จะเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบและต้องทำแผนเสนอมายังสำนักงาน กสทช.
สำหรับการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจาก กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุน กทปส.) นั้น ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกเช่นเดียวกับครั้งที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปเรื่องวงเงิน และต้องรอการเสนอแผนที่ชัดเจนเพื่อให้ที่ประชุมบอร์ด กสทช. พิจารณาตามขั้นตอน
ด้านนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กล่าวว่า เรื่องการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าจะมีอะไรบ้าง ต้องรอผลการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ว่า จะมีมติออกมาอย่างไร หากจะของบสนับสนุนจากสำนักงาน กสทช. ในการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ก็ต้องนำเรื่องบรรจุเข้าประชุมบอร์ด กสทช. เป็นผู้พิจารณา
เงื่อนไข "Must Have" เปลี่ยน-ลิขสิทธิ์พุ่ง 1.6 พันล้าน
ด้านแหล่งข่าวจาก สำนักงาน กสทช. กล่าวว่า หากทางรัฐบาลจะมีการของบสนับสนุนมา ก็ต้องนำเข้าสู่บอร์ด กสทช. เพื่อพิจารณาว่าจะเห็นชอบหรือไม่ และ ต้องดูว่าจะใช้งบจากกองทุน กทปส. ส่วนไหน เนื่องจากมีอยู่หลายกองทุน ซึ่งแต่ละกองทุนมีวงเงินและวัตถุประสงค์การใช้งานไม่เท่ากัน ส่วนบอร์ดจะมีทิศทางการพิจารณาอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบอร์ดแต่ละท่าน และต้องดูว่าขอสนับสนุนมาเท่าใด หากขอสนับสนุนจำนวนเงินไม่มาก เช่น หลักสิบหรือร้อยล้านต้นๆ อาจจะอนุมัติก็ได้
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสำนักงาน กสทช. ได้นำกีฬาฟุตบอลโลกออกจากกฎ Must Have แล้ว จึงไม่ได้บังคับให้ผู้ซื้อลิขสิทธิ์ต้องถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวีอีกต่อไป ดังนั้นจึงเป็นเรื่องของภาคเอกชนว่าจะซื้อลิขสิทธิ์หรือไม่ แต่เนื่องจากค่าลิขสิทธิ์สูงถึง 1,500-1,600 ล้านบาท ผู้ที่ซื้อลิขสิทธิ์คงต้องคำนึงถึงความคุ้มทุน หากคาดว่าจะขาดทุนคงไม่มีใครซื้อ ขณะเดียวกันหากรัฐบาลมีการของบสนับสนุนมา ก็ถือเป็นเรื่องที่หนักใจของบอร์ด กสทช. เช่นเดียวกัน เพราะก่อนหน้านี้การสนับสนุนงบซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกครั้งที่แล้วที่ประเทศกาตาร์ จำนวน 600 ล้านบาท ยังมีปัญหาในการถ่ายทอดสดหลายเรื่อง รวมถึงปัญหากับการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. และเอกชนที่ยังไม่จบสิ้น โดยมีการขอเงินสนับสนุนคืนอยู่
อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ไม่ของบสนับสนุนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ที่มีกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ หรือให้ทาง กกท. เป็นผู้ดำเนินการเหมือนครั้งที่แล้ว เข้าใจว่าตามกฎหมายไม่สามารถทำได้ เนื่องจากผิดวัตถุประสงค์ เพราะไม่มีนักกีฬาไทยเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลโลกด้วย.







