
CIIM–KMITL ผนึก BOI ปั้นบุคลากร AI–Data Center Engineering ตั้งเป้า 1,200 คน
CIIM สจล. ร่วมมือกับ BOI จัดอบรมหลักสูตรเข้มข้นเพื่อพัฒนาบุคลากรด้าน AI และวิศวกรรมศูนย์ข้อมูล (Data Center Engineering) ตั้งเป้าพัฒนาบุคลากรจำนวน 1,200 คน ครอบคลุม 4 กลุ่มเป้าหมาย
KEY
POINTS
- CIIM สจล. ร่วมมือกับ BOI จัดอบรมหลักสูตรเข้มข้นเพื่อพัฒนาบุคลากรด้าน AI และวิศวกรรมศูนย์ข้อมูล (Data Center Engineering)
- ตั้งเป้าพัฒนาบุคลากรจำนวน 1,200 คน ครอบคลุม 4 กลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่นักศึกษาไปจนถึงพนักงานที่ต้องการ Reskill/Upskill
- หลักสูตรเป็นรูปแบบ Bootcamp 7 วัน เน้นการเรียนรู้ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติในหัวข้อ AI, Prompt Engineering, Cybersecurity และ Data Center Engineering โดยร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ
วิทยาลัยการจัดการนวัตกรรมและอุตสาหกรรม (College of Innovation and Industrial Management : CIIM) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เตรียมจัดอบรมหลักสูตรเข้มข้น "AI & Prompt Engineering and Cyber Security for Data Center Engineering" ภายใต้การสนับสนุนและความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และองค์กรเทคโนโลยีชั้นนำระดับสากล มุ่งยกระดับทักษะกำลังคนไทยด้านปัญญาประดิษฐ์ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และวิศวกรรมศูนย์ข้อมูล รองรับความต้องการบุคลากรทักษะสูงในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
วิทยาลัยการจัดการนวัตกรรมและอุตสาหกรรม สจล. เดินหน้าส่งเสริมการพัฒนากำลังคนทักษะสูงของประเทศ ผ่านหลักสูตรฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ (Bootcamp) "AI & Prompt Engineering and Cyber Security for Data Center Engineering" ประจำปีงบประมาณ 2569 ซึ่งออกแบบเพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ทั้งด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) การออกแบบคำสั่งเพื่อใช้งาน AI อย่างมีประสิทธิภาพ (Prompt Engineering) ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) และวิศวกรรมศูนย์ข้อมูล (Data Center Engineering)
พิธีเปิดโครงการกำหนดจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ณ หอประชุมเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดย รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. จะกล่าวถึงที่มาและความสำคัญของโครงการ ขณะที่นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จะกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม และศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มีกำหนดกล่าวเปิดงานและปาฐกถาหลักสูตรดังกล่าวเป็นหลักสูตร Certificate Program
ในรูปแบบการฝึกอบรมเข้มข้น รวมระยะเวลา 7 วัน จำนวน 56 ชั่วโมง แบ่งเป็นภาคทฤษฎี 28 ชั่วโมง และภาคปฏิบัติ 28 ชั่วโมง โดยผสมผสานการเรียนรู้แบบ Onsite Training, Virtual Workshop และการพัฒนาโครงงาน Capstone Project เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับการทำงานจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยโครงการตั้งเป้ารองรับผู้เข้าร่วมรวม 1,200 คน ครอบคลุม 9 กลุ่มอุตสาหกรรม เป้าหมาย 4 กลุ่ม ได้แก่ นักศึกษาชั้นปีที่ 3–4 จำนวน 300 คน บัณฑิตจบใหม่ หรือผู้ที่อยู่ระหว่างรอการจ้างงาน จำนวน 300 คน พนักงานที่มีประสบการณ์ประมาณ 3–5 ปี ซึ่งต้องการยกระดับทักษะ (Upskill) จำนวน 300 คน และพนักงานอาวุโสที่มีประสบการณ์ประมาณ 5 ปีขึ้นไป ซึ่งต้องการปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มทักษะให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ (Reskill) จำนวน 300 คน
ด้านเนื้อหาการเรียนรู้ โครงการได้รับความร่วมมือจากองค์กรเทคโนโลยีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดหัวข้อครอบคลุมการประยุกต์ใช้ AI และ Quantum AI จาก IBM การประมวลผล AI และโมเดลภาษาขนาดใหญ่แบบ Open Source จาก SVOA ตลอดจนความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ Cloud Security และ Zero Trust Architecture จาก Palo Alto รวมถึง NVDIA Roadmap and Use Case และ Data Center Engineering & Operations จาก Delta
นอกจากนี้ยังมีการฝึกปฏิบัติด้าน Prompt Engineering, Generative AI, System Prompt, Workflow Automation และการออกแบบกระบวนการทำงานด้วย AI โดยความร่วมมือระหว่าง BIGBOT AI COMPANY LIMITED และคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สจล.
การฝึกอบรมจะดำเนินต่อเนื่องผ่านกิจกรรมเชิงปฏิบัติการและการพัฒนา Capstone Project เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าอบรมได้ทดลองประยุกต์ใช้ความรู้ในการแก้ไขโจทย์และสร้างผลงาน โดยมีกำหนดกิจกรรมฝึกปฏิบัติในวันที่ 13–15 พฤศจิกายน และวันที่ 20–22 พฤศจิกายน 2569 ก่อนเข้าสู่กิจกรรมสรุปผลงานและนำเสนอ Capstone Project ในวันที่ 13 ธันวาคม 2569
รองศาสตราจารย์ ดร.สุรพงษ์ สิริพงศ์ดี คณบดีวิทยาลัยการจัดการนวัตกรรมและอุตสาหกรรม สจล. เป็นผู้รับผิดชอบหลักตามข้อมูลโครงการ โดยการดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของสถาบันการศึกษาในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับเทคโนโลยีและความต้องการของภาคอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
การพัฒนาทักษะด้าน AI, Prompt Engineering, Cybersecurity และ Data Center Engineering ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการเตรียมความพร้อมกำลังคนไทยให้สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพในอุตสาหกรรมดิจิทัลที่มีความสำคัญต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ







