
TOA ผนึกแม่ฟ้าหลวงฯ-จุฬาฯ ขับเคลื่อนดูแลป่า พัฒนา 111 ชุมชน
TOA เดินหน้าแคมเปญ “TOA Wood Expert ดูแลไม้ไปด้วยกัน” ผนึกมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และจุฬาฯ ขับเคลื่อนอนุรักษ์ป่า 6,000 ไร่ใน 5 จังหวัด พร้อมพัฒนาสภาพแวดล้อมโรงเรียนและส่งเสริมการเรียนรู้เยาวชน
KEY
POINTS
- TOA ร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ภายใต้แคมเปญ “ดูแลไม้ในบ้าน เท่ากับดูแลไม้ในป่า”
- ขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชุมชน 6,000 ไร่ ใน 111 ชุมชน 5 จังหวัด เพื่อจัดการคาร์บอนเครดิตและพัฒนาคุณภาพชีวิต
- จัดกิจกรรมพัฒนาสภาพแวดล้อมโรงเรียนวัดดอนชัย จ.เชียงใหม่ พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียนให้แก่เยาวชนในพื้นที่
บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA เดินหน้าแคมเปญ “TOA Wood Expert ดูแลไม้ไปด้วยกัน” ภายใต้แนวคิด “ดูแลไม้ในบ้าน เท่ากับดูแลไม้ในป่า” ขยายความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผ่านกิจกรรมอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า พัฒนาสภาพแวดล้อมโรงเรียน และส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน ณ โรงเรียนวัดดอนชัย จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 19-20 ตุลาคม 2569
นายนพคุณ ปัญญาเสริมสุข Head of Marketing บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะทำงานและผู้เข้าร่วมกิจกรรม ร่วมดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม โดย TOA มุ่งต่อยอดแนวคิดการดูแลรักษาไม้ให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น เพื่อลดการเปลี่ยนวัสดุก่อนเวลาอันควร ควบคู่กับการสร้างความตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและการดูแลสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
เชื่อมดูแลไม้ในบ้าน สู่ฟื้นฟูป่า 6,000 ไร่
ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี ผู้อำนวยการด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกิจกรรมปลูกต้นกล้าเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูผืนป่า โดยเน้นย้ำว่าป่าไม้มีความสำคัญมากกว่าการเป็นพื้นที่สีเขียว เพราะเป็นทั้งแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ และแหล่งทำกินของสิ่งมีชีวิต รวมถึงชุมชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ
การดูแลป่าให้มีความอุดมสมบูรณ์จึงเกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบนิเวศและคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ ขณะที่การฟื้นฟูป่าอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการพัฒนาชุมชน ทั้งการถ่ายทอดความรู้ การสร้างอาชีพและรายได้ ตลอดจนการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลผืนป่า ป้องกันไฟป่า และเฝ้าระวังการบุกรุกพื้นที่ เพื่อให้ชุมชนและธรรมชาติสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับแคมเปญ “TOA Wood Expert ดูแลไม้ไปด้วยกัน” ซึ่งต้องการสร้างความเข้าใจว่าการดูแลรักษาไม้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงคงความสวยงามหรือยืดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ แต่ยังเป็นวิธีหนึ่งในการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดความจำเป็นในการจัดหาวัสดุใหม่ และช่วยลดการใช้ทรัพยากรโดยไม่จำเป็น
นอกจากนี้ TOA ยังร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ภายใต้โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการป่าชุมชนอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมพื้นที่ 6,000 ไร่ ใน 111 ชุมชน 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ตาก ยโสธร และอำนาจเจริญ
โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายควบคู่กันทั้งการเพิ่มแหล่งดูดซับก๊าซเรือนกระจก (Carbon Sink) และการสร้างโอกาสพัฒนารายได้และคุณภาพชีวิตของชุมชน สะท้อนแนวทางการดำเนินงานที่เชื่อมโยงมิติสิ่งแวดล้อมเข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว
ปรับปรุงโรงเรียน ส่งเสริมการเรียนรู้นอกห้องเรียน
นอกเหนือจากการอนุรักษ์ป่า TOA ยังร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดกิจกรรมเพื่อสังคม ณ โรงเรียนวัดดอนชัย จังหวัดเชียงใหม่ โดยมุ่งปรับปรุงอาคารเรียนระดับอนุบาลและโรงอาหาร เพื่อให้มีสภาพแวดล้อมที่สะอาด สวยงาม และเหมาะสมกับการเรียนรู้และการใช้ชีวิตประจำวันของเด็ก
กิจกรรมยังสะท้อนความเชี่ยวชาญด้านการดูแลพื้นผิวไม้ของ TOA Wood Expert ผ่านการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลและปกป้องเนื้อไม้ เพื่อรักษาความสวยงามและยืดอายุการใช้งานของวัสดุไม้ให้นานขึ้น แนวทางนี้เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยมุ่งให้วัสดุที่มีอยู่สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ พร้อมปรับปรุงพื้นที่ให้เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็กและชุมชน
ด้านคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย ผศ.ดร.ชนัญชิดา ทุมมานนท์ รองคณบดี ผู้กำกับดูแลกลุ่มภารกิจกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ และศูนย์พัฒนานิสิตและบัณฑิตอุดมคติ ได้เชิญชวนนิสิตชั้นปีที่ 1-2 เข้าร่วมจัดกิจกรรมการเรียนรู้กับเด็กในชุมชน โดยเน้นการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ เปิดโอกาสให้เด็กได้สำรวจความสนใจและทำความรู้จักตนเอง พร้อมส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการค้นพบศักยภาพของตนเองผ่านประสบการณ์นอกห้องเรียน
ความร่วมมือระหว่าง TOA มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงเป็นการขยายแนวคิด “ดูแลไม้ในบ้าน เท่ากับดูแลไม้ในป่า” ให้ครอบคลุมทั้งการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า การพัฒนาสภาพแวดล้อมทางการศึกษา และการเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ให้เด็กและเยาวชน โดยอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน






