thansettakij
thansettakij
TOA กวาดรายได้ 1.13 หมื่นล้านครึ่งปีแรก ดันรีโนเวท-เคมีภัณฑ์ก่อสร้างหนุน

TOA กวาดรายได้ 1.13 หมื่นล้านครึ่งปีแรก ดันรีโนเวท-เคมีภัณฑ์ก่อสร้างหนุน

14 ส.ค. 69 | 06:00 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ส.ค. 69 | 06:15 น.

TOA เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ 11,325 ล้านบาท เติบโต 4% กำไร 1,671 ล้านบาท พุ่ง 21% รับตลาดรีโนเวท-เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง เคาะปันผล 0.38 บาท

KEY

POINTS

  • TOA เผยผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 มีรายได้รวม 11,325 ล้านบาท เติบโต 4% และมีกำไรสุทธิ 1,671 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21%
  • การเติบโตได้รับแรงหนุนหลักจากความต้องการสินค้าในกลุ่มงานซ่อมแซมและรีโนเวทที่ขยายตัวต่อเนื่อง สวนทางตลาดก่อสร้างใหม่ที่ชะลอตัว
  • ยอดขายจากกลุ่มเคมีภัณฑ์ก่อสร้างเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันรายได้และกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ

บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA รายงานผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีรายได้รวม 11,325 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,671 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% สะท้อนการเติบโตของตลาดในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มงานซ่อมแซมและรีโนเวทที่ยังมีความต้องการต่อเนื่อง รวมถึงกลุ่มเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง ท่ามกลางตลาดก่อสร้างใหม่ที่ยังเผชิญความท้าทาย

รีโนเวท-เคมีภัณฑ์ ดันยอดขายครึ่งปีแรก

นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเติบโตของผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกได้รับแรงสนับสนุนจากยอดขายในประเทศที่ขยายตัว ทั้งกลุ่มสี สินค้า Non-decorative และเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง

ปัจจัยสำคัญมาจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การทำตลาดผ่านช่องทางค้าปลีกและ Modern Trade รวมถึงความต้องการสินค้าสำหรับ การซ่อมแซมและรีโนเวทบ้านเดิม ซึ่งยังเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตได้ แม้ภาพรวมตลาดก่อสร้างโครงการใหม่ยังอยู่ในภาวะท้าทาย

แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของตลาดวัสดุก่อสร้างที่ผู้บริโภคบางส่วนชะลอการลงทุนในโครงการก่อสร้างใหม่ และหันมาให้ความสำคัญกับการปรับปรุงพื้นที่อยู่อาศัยเดิมมากขึ้น ส่งผลให้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับงานซ่อมแซมและปรับปรุงบ้านยังมีดีมานด์รองรับ

ขณะเดียวกัน TOA ยังได้รับแรงหนุนจากกลุ่ม เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่ช่วยกระจายแหล่งรายได้ ท่ามกลางภาวะตลาดที่อยู่อาศัยและการก่อสร้างใหม่ยังมีความไม่แน่นอน

ปรับราคาสินค้ารับต้นทุนพลังงาน-วัตถุดิบ

อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทยังคงต้องรับมือกับความผันผวนของต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ รวมถึงสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาต้นทุนบางรายการ โดย TOA ได้ปรับราคาสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและบริหารโครงสร้างต้นทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์

การบริหารต้นทุนดังกล่าว ประกอบกับการเติบโตของยอดขายในประเทศ ทำให้บริษัทสามารถรักษาอัตราการทำกำไรได้ดีขึ้น สะท้อนผ่านกำไรสุทธิครึ่งปีแรกที่เพิ่มขึ้นถึง 21% แม้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจยังมีปัจจัยกดดันจากเศรษฐกิจและต้นทุนการดำเนินงาน

บอร์ดไฟเขียวปันผลระหว่างกาล 0.38 บาท

ด้านผลตอบแทนผู้ถือหุ้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2569 ในอัตรา 0.38 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 11 กันยายน 2569

การจ่ายปันผลดังกล่าวสะท้อนฐานะทางการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทที่ยังมีความแข็งแกร่ง แม้ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของตลาดและต้นทุนวัตถุดิบในช่วงที่ผ่านมา

ดันสินค้า Green เจาะตลาดอาคารเขียว

นอกจากการขยายตลาดสินค้าหลักแล้ว TOA ยังเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับแนวโน้มความต้องการวัสดุก่อสร้างที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านความยั่งยืนมากขึ้น

ปัจจุบันบริษัทได้รับการรับรอง ฉลากสิ่งแวดล้อม EPD (Environmental Product Declaration) จำนวน 33 รายการ และเป็นผู้ผลิตสีรายแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองในระดับดังกล่าว

การมีผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองและมีข้อมูลด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยเพิ่มโอกาสให้ TOA เข้าถึงตลาดที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานอาคารสีเขียว หรือ Green Building รวมถึงกลุ่มสถานพยาบาลที่มีข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมและวัสดุที่ใช้ภายในอาคารมากขึ้น ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตในระยะยาว

TOA กวาดรายได้ 1.13 หมื่นล้านครึ่งปีแรก ดันรีโนเวท-เคมีภัณฑ์ก่อสร้างหนุน

ครึ่งปีหลังรับแรงกดดัน เน้นคุมต้นทุน-บริหารความเสี่ยง

นายจตุภัทร์กล่าวว่า แนวโน้มการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ยังคงมีความท้าทาย ทั้งจากความผันผวนของราคาพลังงาน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการฟื้นตัวของภาคก่อสร้างที่ยังไม่แน่นอน

บริษัทจึงเตรียมรับมือด้วยการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการจัดการความเสี่ยงในหลายด้าน รวมถึงปรับกลยุทธ์การขายให้มีความยืดหยุ่นและสอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและผลการดำเนินงาน

พร้อมกันนี้ TOA จะเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ รักษาฐานลูกค้าเดิม และขยายโอกาสเข้าสู่ตลาดใหม่ เพื่อสร้างแหล่งรายได้เพิ่มเติมและสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

นายจตุภัทร์กล่าวว่า บริษัทจะยังให้ความสำคัญกับการสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจ ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การรักษาฐานลูกค้า และการขยายโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อผลักดันการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน แม้ภาพรวมตลาดในช่วงครึ่งหลังของปียังต้องเผชิญความผันผวนจากปัจจัยเศรษฐกิจ ต้นทุนพลังงาน และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์