thansettakij
thansettakij
TOA สานต่อพระราชปณิธาน หนุน 50 ล้านสร้างโรงผลิตฝนหลวง แก้ภัยแล้ง-ฝุ่น PM

TOA สานต่อพระราชปณิธาน หนุน 50 ล้านสร้างโรงผลิตฝนหลวง แก้ภัยแล้ง-ฝุ่น PM

24 ก.ค. 69 | 11:45 น.
อัปเดตล่าสุด :24 ก.ค. 69 | 11:48 น.

TOA เดินหน้าสนับสนุนโครงการพระราชดำริฝนหลวง มอบเงิน 50 ล้านบาท สร้างโรงผลิตสารฝนหลวงสูตร 3 หรือน้ำแข็งแห้ง แห่งที่ 7 จ. นครสวรรค์ เพิ่มศักยภาพรับมือภัยแล้งและ PM2.5

บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA สนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการพระราชดำริฝนหลวง มอบเงินจำนวน 50 ล้านบาท ให้แก่มูลนิธิฝนหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อใช้ก่อสร้างโรงผลิตสารฝนหลวง หรือน้ำแข็งแห้ง แห่งที่ 7 ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง จังหวัดนครสวรรค์ หวังเพิ่มศักยภาพการปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งและลดผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5

การสนับสนุนดังกล่าวมีนายประจักษ์ ตั้งคารวคุณ ประธานผู้ก่อตั้ง TOA นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TOA และนางบุศทรี หวั่งหลี เป็นผู้มอบเงิน โดยมี พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิฝนหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ และนายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นผู้รับมอบ ณ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร

 

TOA หนุนโรงผลิตสารฝนหลวงแห่งที่ 7

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิฝนหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า การสนับสนุนจาก TOA ถือเป็นการมีส่วนร่วมในการสืบสานพระราชปณิธานของโครงการพระราชดำริฝนหลวง ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง และสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ

เงินสนับสนุนจำนวน 50 ล้านบาทจะนำไปใช้สำหรับการก่อสร้างโรงผลิตสารฝนหลวงสูตร 3 หรือน้ำแข็งแห้ง แห่งที่ 7 รวมถึงสนับสนุนภารกิจของมูลนิธิฝนหลวงฯ ในด้านการปฏิบัติการฝนหลวง ตลอดจนการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบรรเทาภัยแล้งและลดผลกระทบจากปัญหาฝุ่น PM2.5

ด้านนายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ในฐานะกรรมการและเลขานุการมูลนิธิฝนหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ปัญหาภัยแล้งและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ยังคงส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตร ทรัพยากรป่าไม้ และสุขภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนจากภาคเอกชนจึงมีส่วนช่วยเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

กรมฝนหลวงและการบินเกษตรมีภารกิจในการบรรเทาปัญหาดังกล่าวผ่านการปฏิบัติการฝนหลวงและการดัดแปรสภาพอากาศ โดยสารฝนหลวงสูตร 3 หรือน้ำแข็งแห้ง เป็นหนึ่งในสารสำคัญที่ใช้เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการ ทั้งในด้านการเพิ่มโอกาสการเกิดฝนเพื่อบรรเทาภัยแล้ง และสนับสนุนการลดผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 ในช่วงที่เกิดวิกฤต

นครสวรรค์เพิ่มกำลังผลิตสารฝนหลวง สู้ภัยแล้ง-PM 2.5

สำหรับโครงการก่อสร้างโรงผลิตสารฝนหลวง ปัจจุบันมีโรงผลิตที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดใช้งานแล้ว 6 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงในจังหวัดเพชรบุรี ตาก พิษณุโลก บุรีรัมย์ ขอนแก่น และสุราษฎร์ธานี

ขณะที่โรงผลิตสารฝนหลวงแห่งใหม่ ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก TOA จะเป็นโรงผลิตแห่งที่ 7 ของประเทศ โดย TOA ถือเป็นภาคเอกชนรายเดียวที่สนับสนุนงบประมาณสำหรับการก่อสร้างโรงผลิตสารฝนหลวงสูตร 3 แห่งนี้ทั้งหมด

ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างโรงผลิตสารฝนหลวงจำนวน 8 แห่งได้รับการรับไว้เป็นโครงการตามพระราชดำริในปี 2568 และได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ดำเนินการก่อสร้าง เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและกระจายสารฝนหลวงให้ครอบคลุมพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ

โรงผลิตแห่งใหม่ที่จังหวัดนครสวรรค์จะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เผชิญทั้งความเสี่ยงจากภัยแล้งและปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยการเพิ่มศักยภาพการผลิตสารฝนหลวงในพื้นที่จะช่วยให้การปฏิบัติการมีความคล่องตัวและตอบสนองต่อสถานการณ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

โรงงานผลิตฝนหลวง

การสนับสนุนครั้งนี้สะท้อนบทบาทของภาคเอกชนในการร่วมขับเคลื่อนภารกิจด้านทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมของประเทศ โดยมุ่งใช้ศักยภาพของโรงผลิตสารฝนหลวงเพื่อสนับสนุนการบรรเทาภัยแล้ง ลดผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 และช่วยเหลือภาคการเกษตรและประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง