
AIS รับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ ส่งรถสถานีฐาน–เปิดจุดชาร์จ ใช้ AI เฝ้าโครงข่าย 24 ชม.
ประสานภาครัฐเสริมสัญญาณศูนย์พักพิงในกรุงเทพฯ ระดมทีมวิศวกร เครื่องกำเนิดไฟฟ้า แบตเตอรี่และเชื้อเพลิงสำรอง ดูแลสถานีฐานในพื้นที่เสี่ยง พร้อมใช้ AI วิเคราะห์สถานการณ์เพื่อรักษาการสื่อสารในช่วงวิกฤต
KEY
POINTS
- AIS ส่งรถสถานีฐานเคลื่อนที่เพื่อเสริมสัญญาณในพื้นที่ศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย พร้อมเปิดจุดให้บริการชาร์จแบตเตอรี่มือถือ
- ระดมทีมวิศวกรเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ และเตรียมความพร้อมด้านพลังงานสำรอง เช่น เครื่องปั่นไฟและแบตเตอรี่
- ใช้เทคโนโลยี AI ช่วยวิเคราะห์และประเมินพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้ศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายสามารถเฝ้าระวังและวางแผนรับมือได้ตลอด 24 ชั่วโมง
AIS ยกระดับมาตรการดูแลโครงข่ายสื่อสาร รับมือสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมซึ่งยังส่งผลกระทบในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยระดมทีมวิศวกรทุกภูมิภาคติดตามสถานการณ์ พร้อมประสานหน่วยงานภาครัฐส่งรถสถานีฐานเคลื่อนที่เข้าเสริมสัญญาณบริเวณศูนย์พักพิง และเปิดจุดบริการชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือให้ประชาชน
การดำเนินงานมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ประสบภัยสามารถติดต่อครอบครัว ติดตามข้อมูลข่าวสาร และประสานขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างต่อเนื่องในสถานการณ์ฉุกเฉิน
เสริมสัญญาณศูนย์พักพิงกรุงเทพฯ
ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร AIS ได้นำรถสถานีฐานเคลื่อนที่เข้าเสริมประสิทธิภาพการให้บริการบริเวณศูนย์พักพิงชั่วคราวภายในสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. และศูนย์พักพิงในพื้นที่ร่มเกล้า
พร้อมกันนี้ ยังเปิดจุดบริการชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เข้าพักพิง และลดความเสี่ยงจากการขาดช่องทางติดต่อสื่อสารระหว่างเกิดเหตุฉุกเฉิน
ระดมทีมวิศวกรดูแลพื้นที่เสี่ยง
สำหรับพื้นที่ต่างจังหวัด ทีมวิศวกร AIS ในทุกภูมิภาคยังคงติดตามสถานการณ์ฝนและระดับน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงในภาคเหนือตอนล่าง พื้นที่ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก พร้อมปรับแผนดูแลโครงข่ายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่
แม้ปริมาณฝนในบางพื้นที่ภาคตะวันออกจะเริ่มลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำจากการระบายน้ำของเขื่อน รวมถึงผลกระทบจากการตัดกระแสไฟฟ้าในบางจุด ซึ่งอาจกระทบต่อการทำงานของสถานีฐาน
AIS จึงเร่งนำเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเข้าประจำจุดและสนับสนุนสถานีฐานที่ได้รับผลกระทบ พร้อมเตรียมแบตเตอรี่สำรอง เชื้อเพลิง และอุปกรณ์ที่จำเป็น เพื่อรักษาความต่อเนื่องของบริการภายใต้ข้อจำกัดด้านการเดินทางและระดับน้ำในพื้นที่
ใช้ AI เฝ้าโครงข่ายตลอด 24 ชั่วโมง
ศูนย์ปฏิบัติการเครือข่าย AIS ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ครอบคลุมทั้งสถานะของโครงข่าย สภาพอากาศ ระดับน้ำ และระบบไฟฟ้า เพื่อให้สามารถประเมินความเสี่ยงและตอบสนองต่อเหตุขัดข้องได้อย่างรวดเร็ว
ขณะเดียวกัน AIS ได้นำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและประเมินพื้นที่เสี่ยง เพื่อสนับสนุนการวางแผนของทีมวิศวกรภาคสนาม รวมถึงช่วยจัดสรรกำลังคน เครื่องกำเนิดไฟฟ้า แบตเตอรี่ เชื้อเพลิง และอุปกรณ์ไปยังพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างเหมาะสม
มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรักษาการติดต่อสื่อสารของประชาชน ควบคู่กับการสนับสนุนภารกิจของหน่วยงานภาครัฐและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ให้สามารถประสานงานและส่งต่อความช่วยเหลือได้ตลอดช่วงสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วม.







