thansettakij
thansettakij
AIS ส่งน้ำดื่ม 1.2 หมื่นขวดช่วยผู้ประสบภัย ผนึกกลาโหม–ทอ. เฝ้าระวังโครงข่าย 24 ชม.

AIS ส่งน้ำดื่ม 1.2 หมื่นขวดช่วยผู้ประสบภัย ผนึกกลาโหม–ทอ. เฝ้าระวังโครงข่าย 24 ชม.

28 ก.ย. 69 | 06:26 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ก.ย. 69 | 07:16 น.

AIS มอบน้ำดื่ม 1,000 โหล ผ่านกระทรวงกลาโหมและกองทัพอากาศ กระจายสู่พื้นที่น้ำท่วมกรุงเทพฯ–ปริมณฑล พร้อมใช้ AI วิเคราะห์ความเสี่ยง

KEY

POINTS

  • AIS มอบน้ำดื่ม 12,000 ขวด ผ่านกระทรวงกลาโหมและกองทัพอากาศ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
  • ยกระดับการดูแลโครงข่ายสื่อสารทั่วประเทศ โดยจัดทีมเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง
  • เตรียมทีมวิศวกร อุปกรณ์สำรองไฟฟ้า และสถานีฐานเคลื่อนที่ เพื่อให้การสื่อสารเป็นไปอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ประสบภัย

AIS เร่งส่งความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยระดมพนักงานอุ่นใจอาสาจัดเตรียมน้ำดื่มจำนวน 1,000 โหล หรือ 12,000 ขวด ส่งมอบผ่านกระทรวงกลาโหมและกองทัพอากาศ เพื่อนำไปกระจายสู่พื้นที่ประสบภัย

การส่งมอบแบ่งเป็นน้ำดื่มจำนวน 500 โหลให้แก่กองทัพอากาศ โดยมี พล.อ.ต.สมบัติ วงศาโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรมกิจการพลเรือนทหารอากาศ เป็นผู้แทนรับมอบ

อีก 500 โหลส่งมอบให้กระทรวงกลาโหม โดยมี พ.อ.ณัฐพล บุญกระพือ เสนาธิการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ เป็นผู้แทนรับมอบ เพื่อกระจายความช่วยเหลือไปยังประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

น.ส.กานติมา เลอเลิศยุติธรรม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจองค์กร AIS กล่าวว่า บริษัทดำเนินการภายใต้แนวคิด “ทำทันที” เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ประสบภัยโดยเร็ว พร้อมนำบุคลากร เทคโนโลยี และโครงข่ายสื่อสารมาสนับสนุนการติดต่อระหว่างประชาชน ครอบครัว และหน่วยงานช่วยเหลือ

AIS ส่งน้ำดื่ม 1.2 หมื่นขวดช่วยผู้ประสบภัย ผนึกกลาโหม–ทอ. เฝ้าระวังโครงข่าย 24 ชั่วโมง

ขณะเดียวกัน AIS ได้ยกระดับการดูแลโครงข่ายทั่วประเทศ โดยติดตามสถานะเครือข่าย สภาพอากาศ ระดับน้ำ และระบบไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมนำเทคโนโลยี AI มาใช้วิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วม

AIS ส่งน้ำดื่ม 1.2 หมื่นขวดช่วยผู้ประสบภัย ผนึกกลาโหม–ทอ. เฝ้าระวังโครงข่าย 24 ชั่วโมง

บริษัทให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับโครงข่ายที่รองรับโรงพยาบาล ศูนย์ช่วยเหลือประชาชน หน่วยงานภาครัฐ และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เพื่อรักษาความต่อเนื่องของการติดต่อสื่อสารในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน

นอกจากนี้ ยังได้เตรียมทีมวิศวกร เครื่องกำเนิดไฟฟ้า แบตเตอรี่และพลังงานสำรอง เชื้อเพลิง รวมถึงสถานีฐานเคลื่อนที่ เพื่อรองรับกรณีระบบไฟฟ้าขัดข้องหรือเส้นทางเข้าสู่พื้นที่ประสบภัยได้รับผลกระทบ

AIS ระบุว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือและดูแลโครงข่ายสื่อสารให้พร้อมรองรับภารกิจของประชาชนและเจ้าหน้าที่ในทุกพื้นที่.