
เดอะมอลล์ ชูงาน ‘หลงไทย Amazeซิ่ง’ ปั้น Experiential Retail
เดอะมอลล์ กรุ๊ป เปิดตัวงาน "เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ หลงไทย Amazeซิ่ง กิน เที่ยว ทั่วไทย" นำซอฟต์พาวเวอร์ด้านอาหารผสานการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ปรับพื้นที่ศูนย์การค้าสู่ Experiential Retail
KEY
POINTS
- เดอะมอลล์ กรุ๊ป จัดงาน "หลงไทย Amazeซิ่ง" เพื่อสร้างมิติใหม่ของการค้าปลีกเชิงประสบการณ์ (Experiential Retail) โดยผสมผสานวัฒนธรรมอาหารและการท่องเที่ยวจากเมืองรอง
- ชูไฮไลต์การจำลองพื้นที่ห้างให้เป็นแผนที่ประเทศไทย พร้อมกิมมิกรถไฟ M TRAIN พาเที่ยวแลนด์มาร์กจำลองจาก 4 ภูมิภาค
- รวบรวมร้านอาหารดังกว่า 300 ร้านค้า ทั้งร้านระดับมิชลินไกด์และร้านในตำนาน เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าใช้เวลาในศูนย์การค้านานขึ้น
- กลยุทธ์นี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ ทำให้ลูกค้าต้องการกลับมาใช้บริการซ้ำ
การแข่งขันของธุรกิจศูนย์การค้าในปัจจุบันปรับเปลี่ยนจากการขายสินค้าไปสู่การสร้างประสบการณ์เด่นเฉพาะตัว เดอะมอลล์ กรุ๊ป ยกระดับมิติการให้บริการผ่านกลยุทธ์นำวัฒนธรรมอาหารและการท่องเที่ยวเมืองรองมาเชื่อมโยงวิถีชุมชน ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการมากกว่าการเดินซื้อของหรือรับประทานอาหารทั่วไป
Experiential Retail ผ่านมิติอาหารและการท่องเที่ยว
การจัดงาน “เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ หลงไทย Amazeซิ่ง กิน เที่ยว ทั่วไทย” นับเป็นก้าวสำคัญของ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ในการตอกย้ำแนวคิด Experiential Retail ซึ่งเป็นทิศทางหลักในการพัฒนาศูนย์การค้ายุคใหม่ โดยการเปลี่ยนพื้นที่ภายในศูนย์การค้าให้กลายเป็น “แผนที่ประเทศไทย” จำลอง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานสามารถสัมผัสเสน่ห์และวัฒนธรรมของเมืองรองจาก 4 ภูมิภาคได้ภายในวันเดียว
กระแสตอบรับหลังการเปิดงานวันแรกสะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์ดังกล่าว ทั้งจากจำนวนประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงานอย่างคึกคัก รวมถึงการสร้างแรงกระเพื่อมบนโลกออนไลน์จนติดเทรนด์อันดับ 1 บนแพลตฟอร์ม X
Gimmick รวมร้านดังระดับตำนาน
จุดเด่นสำคัญที่ทำให้งานครั้งนี้แตกต่างจาก Food Event หรือเทศกาลอาหารทั่วไป คือการนำองค์ประกอบเชิงการท่องเที่ยวเข้ามาผสมผสานอย่างลงตัว ผ่านไฮไลต์ขบวนรถไฟ M TRAIN ที่พาผู้เข้าร่วมงานเดินทางรอบพื้นที่จัดงาน พร้อมสัมผัสแลนด์มาร์กจำลองจากเมืองรอง เช่น ลำปาง เลย ลพบุรี และพังงา การสร้างกลไกนี้ช่วยเปลี่ยนกิจกรรมการรับประทานอาหารจากการบริโภคเชิงเดี่ยว ไปสู่การมีส่วนร่วม (Engagement) ที่ผู้บริโภคสามารถเดินทาง ถ่ายภาพ และค้นพบเรื่องราวของแต่ละภูมิภาคไปพร้อมกัน
นอกจากนี้ ภายในงานยังได้รวบรวมร้านอาหารชั้นนำมากกว่า 300 ร้าน และเมนูอาหารกว่า 2,000 เมนู ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ร้านค้าที่ได้รับรางวัลระดับมิชลินไกด์ ร้านอาหารเก่าแก่ระดับตำนาน ไปจนถึงร้านค้าที่เป็นกระแสยอดนิยมบนโลกโซเชียล การคัดสรรเมนูที่หลากหลายและครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายนี้ ถือเป็นการดึงเสน่ห์ของอาหารไทยมาเป็นแม่เหล็กสร้างแรงดึงดูดให้ผู้บริโภคใช้เวลาอยู่ในศูนย์การค้ายาวนานขึ้น
สร้างนิเวศการบริการเชิงประสบการณ์
การขับเคลื่อนโครงการ “หลงไทย” สะท้อนถึงมุมมองของ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ต่อการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจศูนย์การค้า ซึ่งในปัจจุบันไม่ได้จำกัดการแข่งขันอยู่เพียงเรื่องของประเภทสินค้าหรือปริมาณร้านอาหารเท่านั้น แต่ต้องสามารถสร้าง Experience ที่ทำให้ลูกค้าเกิดความต้องการใช้เวลาอยู่ในพื้นที่ (Dwell Time) และสร้างการจดจำจนนำไปสู่การกลับมาใช้บริการซ้ำ การรวมเอาองค์ประกอบด้าน Food, Entertainment, Culture และ Tourism เข้าไว้ด้วยกัน จึงเป็นการสร้างระบบนิเวศการบริการแบบครบวงจรที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
งาน “เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ หลงไทย Amazeซิ่ง กิน เที่ยว ทั่วไทย” มีกำหนดจัดขึ้น ณ เอ็ม แกรนด์ ฮอลล์ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ จนถึงวันที่ 23 สิงหาคม 2569 จากนั้นจะสลับสับเปลี่ยนไปจัดแสดงยังสาขาอื่นในเครือ ได้แก่ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค งามวงศ์วาน และท่าพระ ในระหว่างวันที่ 25 ส.ค. – 2 ก.ย. 2569 และปิดท้ายการจัดงาน ณ เดอะมอลล์ โคราช ระหว่างวันที่ 10–20 ก.ย. 2569 ซึ่งเป็นการกระจายประสบการณ์การท่องเที่ยวและอาหารไทยสู่ผู้บริโภคในพื้นที่ต่างๆ อย่างทั่วถึง







