
‘กูร์เมต์ มาร์เก็ต’ เอาใจสายเฮลท์ตี้ ชี้เป้าสัญลักษณ์สุขภาพ รับเทรนด์ Longevity
ปรับเกมรุก “กูร์เมต์ มาร์เก็ต” ยกระดับสู่ศูนย์กลางสุขภาพรับกระแส Longevity ติดป้ายสัญลักษณ์ ชี้เป้าสินค้าสุขภาพ เอาใจสายเฮลท์ตี้
KEY
POINTS
- กูร์เมต์ มาร์เก็ต ปรับกลยุทธ์รับเทรนด์ Longevity หรือการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ ที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพเชิงรุกมากขึ้น
- เปิดตัว "สัญลักษณ์สุขภาพ" 14 ประเภทบนชั้นวางสินค้า เพื่อช่วยให้ลูกค้าเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามความต้องการด้านสุขภาพได้ง่ายและรวดเร็ว
- สัญลักษณ์ครอบคลุมสินค้าหลากหลายกลุ่ม เช่น Organic, Plant-Based, Low Sugar, High Protein เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรักสุขภาพ
- นำร่องกลยุทธ์ที่สาขาเอ็มสเฟียร์ พบว่าลูกค้ากลุ่มสุขภาพมีกำลังซื้อสูงและพร้อมลงทุนกับสินค้าที่ดีกว่า และมีแผนขยายไปยังสาขาอื่นต่อไป
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลกที่หันมาให้ความสำคัญกับแนวคิด "Longevity" หรือการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ ได้กลายเป็นกรอบความคิดหลักในการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน สอดคล้องกับรายงานจาก McKinsey ที่ระบุว่า ผู้บริโภคมากกว่า 60% ในหลายตลาดทั่วโลกจัดให้การมีสุขภาพดีในระยะยาวเป็นความสำคัญสูงสุดในชีวิต
จากซูเปอร์มาร์เก็ตสู่ศูนย์กลางสุขภาพ
นางสาวพลอยชมพู อัมพุช ผู้อำนวยการใหญ่บริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ต บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า การปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญของกูร์เมต์ มาร์เก็ต ในการรุกตลาดจุดหมายปลายทางแห่งสุขภาพ (Wellness Destination) เพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนผ่านสู่การดูแลสุขภาพเชิงรุกและการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ
สำหรับบริบทของประเทศไทย ผู้บริโภคกำลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาวะที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดผ่านตัวเลขการใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในกลุ่มสินค้าอาหาร วิตามิน และอาหารเสริม ที่น่าสนใจคือ กลุ่มผู้บริโภค Gen Z และมิลเลนเนียลในไทยได้เปลี่ยนผ่านจากการดูแลสุขภาพเชิงรับหรือการรักษาเมื่อเจ็บป่วย มาเป็นการดูแลสุขภาพเชิงรุก โดยมองว่าพฤติกรรมเหล่านี้คือ "การลงทุนในไลฟ์สไตล์" มากกว่าการเป็นภาระค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ในอนาคต
ชูกลยุทธ์ Health-Led Merchandising
กูร์เมต์ มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้นำข้อมูลเชิงพฤติกรรมของลูกค้ามาวิเคราะห์จนพบว่า สินค้ากลุ่มสุขภาพไม่ได้เพียงแค่เติบโตขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นปัจจัยหลักที่ผู้บริโภคใช้ในการตัดสินใจเลือกสถานที่จับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวัน
โดยสินค้าหมวดสุขภาพที่ได้รับความนิยมสูงและมียอดจำหน่ายเติบโตอย่างชัดเจน ประกอบด้วย กลุ่มวัตถุดิบปลอดภัยและปลอดสาร กลุ่มอาหารโปรตีนสูง กลุ่มน้ำตาลน้อย (Low Sugar) และกลุ่มอาหารจากพืช (Plant-Based)
จากข้อมูลพฤติกรรมดังกล่าว กูร์เมต์ มาร์เก็ต ทั้ง 15 สาขา จึงได้ปรับยุทธศาสตร์เพื่อรุกตลาดสุขภาพอย่างเต็มตัว ด้วยการเพิ่มสัดส่วนสินค้าสุขภาพให้ครอบคลุมมากกว่า 400 แบรนด์ รวมกว่า 3,500 รายการ พร้อมทั้งขับเคลื่อนการตระหนักรู้ผ่านแผนยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า "Health-Led Merchandising" ด้วย
การติดตราสัญลักษณ์สุขภาพครอบคลุม 14 ประเภท บนทุกชั้นวางสินค้า ได้แก่:
- Organic, Naturally Grown, Plant-Based, และ Pesticide Controlled
- Beta-Agonist Free, Antibiotic Free, Low Fat, และ Low Sugar
- No Sugar, Low Sodium, Gluten Free, No MSG, High Protein, และ Eco-Friendly
การออกแบบระบบสัญลักษณ์นี้มีเป้าหมายเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าที่ตรงกับเป้าหมายสุขภาพของตนเองได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาอ่านฉลากข้อมูลโภชนาการด้านหลังบรรจุภัณฑ์ทีละชิ้น ซึ่งช่วยลดระยะเวลาในการตัดสินใจและตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เร่งรีบของคนเมือง
การนำร่องและพฤติกรรมการใช้จ่ายของกลุ่มเป้าหมาย
ยุทธศาสตร์การติดตราสัญลักษณ์สุขภาพนี้ได้เริ่มต้นบูรณาการที่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขาเอ็มสเฟียร์ เป็นสาขาแรก เนื่องจากสาขาดังกล่าวตั้งอยู่บนทำเลที่เป็นศูนย์กลางและมีกลุ่มลูกค้าที่มีความหลากหลายสูง ทั้งกลุ่มชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทย (Expat) และกลุ่มคนเมืองที่มีไลฟ์สไตล์ใส่ใจสุขภาพ
จากการเก็บข้อมูลทางสถิติพบว่า กลุ่มลูกค้าที่เลือกซื้อสินค้าสุขภาพมีตัวเลขอัตราค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบิลในระดับที่สูง ซึ่งเป็นข้อมูลที่สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มเป้าหมายนี้ไม่เพียงแต่มีความตั้งใจในการดูแลรักษาทางสุขภาวะเท่านั้น แต่ยังมีกำลังซื้อและพร้อมที่จะลงทุนกับตัวเลือกสินค้าที่ดีกว่าเมื่อได้รับผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ ทั้งนี้ เดอะมอลล์ กรุ๊ป มีแผนที่จะขยายแนวคิดการจัดวางและระบุสัญลักษณ์นี้ไปยังสาขาอื่นๆ อย่างต่อเนื่องในอนาคต
การเชื่อมโยง Ecosystem
นอกเหนือจากการปรับเปลี่ยนบนชั้นวางสินค้าแล้ว กูร์เมต์ มาร์เก็ต ยังได้ร่วมมือกับ กูร์เมต์ อีทส์ ในการสร้างสรรค์อีเว้นท์ "The Good Living Harvest" ณ เอ็มสเฟียร์ ภายใต้แนวคิด "Longevity is the Future of Everyday Living" เพื่อเป็นเวทีในการเชื่อมโยงประสบการณ์ระหว่างผู้บริโภคกับผู้ผลิตท้องถิ่น เกษตรกร และผู้ประกอบการด้านสุขภาพจากทั่วประเทศ
กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้เกิดการพบปะและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านอาหารสุขภาพรวมถึงวิถีการดูแลตัวเองแนวใหม่ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มผู้รักสุขภาพใจกลางกรุงเทพมหานคร การดำเนินงานทั้งหมดนี้มุ่งสู่เป้าหมายสำคัญในการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ด้าน Wellness ที่ช่วยให้การมีสุขภาพดีกลายเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่าย มีความสนุกสนาน และสามารถเกิดขึ้นได้จริงในวิถีชีวิตประจำวันของผู้บริโภคยุคใหม่







