thansettakij
thansettakij
IRPC พลิกกำไรครึ่งปี 1.08 หมื่นล้าน เดินหน้า Recapitalize Plus ปั้นธุรกิจใหม่

IRPC พลิกกำไรครึ่งปี 1.08 หมื่นล้าน เดินหน้า Recapitalize Plus ปั้นธุรกิจใหม่

12 ส.ค. 69 | 09:32 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ส.ค. 69 | 09:32 น.

IRPC พลิกกำไรครึ่งปีแรก 10,810 ล้านบาท จากปีก่อนขาดทุน พร้อมเดินหน้า Recapitalize Plus เร่งบริหารสินทรัพย์-ขยายพลังงานสะอาด สร้างฐานรายได้ใหม่รับความผันผวน ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน

KEY

POINTS

  • IRPC ประกาศผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 พลิกมีกำไรสุทธิ 1.08 หมื่นล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน
  • เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ Recapitalize Plus อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจและเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน
  • รุกธุรกิจใหม่ด้านพลังงานสะอาด โดยร่วมมือกับ GPSC พัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มขนาด 98 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดสงขลา

IRPC รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสุทธิ 80,797 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13,018 ล้านบาท หรือร้อยละ 19 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2569 โดยมีสาเหตุหลักจากราคาขายเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น และมี Market GIM อยู่ที่ 10,354 ล้านบาท หรือ 17.12 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นร้อยละ 31 จากไตรมาส 1/2569

ประกอบกับสถานการณ์น้ำมันดิบในไตรมาส 2/2569 ได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ตลาดน้ำมันโลกเผชิญภาวะอุปทานตึงตัวอย่างมีนัยสำคัญ ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ทำให้เกิดกำไรจากสต็อกน้ำมัน 717 ล้านบาท หรือ 1.19 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ขณะที่มีการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่ได้รับ (NRV) 3,217 ล้านบาท หรือ 5.32 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และขาดทุนจากการบริหารความเสี่ยงน้ำมันที่เกิดขึ้นจริง (Realized Oil Hedging) 1,187 ล้านบาท หรือ 1.96 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

จากรายการดังกล่าว บริษัทฯ บันทึก Net Inventory Loss รวม 3,687 ล้านบาท หรือ 6.09 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้บริษัทฯ มี Accounting GIM จำนวน 6,667 ล้านบาท หรือ 11.03 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง 11,150 ล้านบาท หรือ 18.76 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2569 ส่งผลให้ บริษัทฯ มี EBITDA จำนวน 4,070 ล้านบาท ลดลง 10,680 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2569

โดยในไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ บันทึกกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการ บริหารความเสี่ยงน้ำมัน 2,051 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2569 ที่บันทึกขาดทุน 1,981 ล้านบาท ส่งผลให้ในไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 2,921 ล้านบาท ลดลง 4,968 ล้านบาท หรือร้อยละ 63 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2569

ครึ่งปีพลิกกำไร 1.08 หมื่นล้าน EBITDA พุ่ง

สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรก บริษัทฯ มี EBITDA จำนวน 18,819 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17,000 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 10,810 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ที่ขาดทุนสุทธิ 3,338 ล้านบาท

เทอดเกียรติ พร้อมมูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน)

นายเทอดเกียรติ พร้อมมูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผยว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาด บริษัทฯ ยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความสมดุลระหว่างการสร้างผลตอบแทนและการบริหารความเสี่ยง โดยมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจหลัก บริหารต้นทุน สภาพคล่อง และวินัยทางการเงินอย่างเข้มงวด ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงด้านราคา เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน เสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจ และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

เร่ง Recapitalize Plus เสริมแกร่งฐานธุรกิจ

บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ Recapitalize Plus อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจหลัก การบริหารเงินทุนอย่างมีวินัย และการต่อยอดสินทรัพย์เพื่อสร้างแหล่งรายได้การเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน

IRPC พลิกกำไรครึ่งปี 1.08 หมื่นล้าน เดินหน้า Recapitalize Plus ปั้นธุรกิจใหม่

รุกโซลาร์ 98 MW ปั้นรายได้พลังงานสะอาด

บริษัทฯ ได้เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจพลังงานสะอาด โดยร่วมกับ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (GPSC) และพันธมิตร พัฒนาโครงการนาทับพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ ระยะที่ 1 (NSP-I) บนพื้นที่กว่า 716 ไร่ จังหวัดสงขลา ผ่านบริษัท ไออาร์พีซี คลีนพาวเวอร์ จำกัด ซึ่ง IRPC ถือหุ้น 49% โดยโครงการมีกำลังการผลิตติดตั้ง 98 เมกะวัตต์ (MWdc) และคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในเดือนธันวาคม 2571

นับเป็นก้าวสำคัญในการต่อยอดและเพิ่มมูลค่าการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่ดินของบริษัทฯ ควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและเป้าหมาย Net Zero ของกลุ่ม ปตท. พร้อมสร้างแพลตฟอร์มการเติบโตใหม่และโอกาสสร้างรายได้อย่างยั่งยืนจากธุรกิจพลังงานสะอาดในอนาคต

นอกจากนี้ บริษัทฯ เดินหน้าต่อยอดการใช้ประโยชน์จากที่ดิน และโครงสร้างพื้นฐานภายในเขตประกอบการอุตสาหกรรม IRPC จังหวัดระยอง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ EEC และมีความพร้อมด้านท่าเรือ พลังงาน น้ำ และสาธารณูปโภคครบวงจร  พร้อมรองรับโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ   

Q3 จับตาน้ำมันอ่อน ปิโตรเคมีเจอแรงกดดัน

สำหรับแนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 3/2569 บริษัทฯ คาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบมีแนวโน้มอ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อน จากการฟื้นตัวของการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซและการทยอยเพิ่มกำลังการผลิตของ OPEC+ ซึ่งส่งผลให้อุปทานน้ำมันเข้าสู่ตลาดมากขึ้น อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันยังคงมีความผันผวนจากความไม่แน่นอนของผลการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน  ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์การขนส่งน้ำมันและอุปทานในตลาดโลก 

ด้านตลาดปิโตรเคมี คาดว่าจะยังเผชิญแรงกดดันจากอุปทานที่เพิ่มขึ้น ภายหลังการขนส่งวัตถุดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซทยอยกลับสู่ภาวะปกติ และผู้ผลิตในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะจีนและมาเลเซีย กลับมาเดินเครื่องการผลิตหลังเสร็จสิ้นการปิดซ่อมบำรุง อย่างไรก็ดี ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบ ต้นทุนวัตถุดิบ และภาวะอุปทานในตลาด หากความตึงเครียดกลับมาทวีความรุนแรงอีกครั้ง 

ด้านการสร้างคุณค่าร่วมเพื่อสังคม IRPC เดินหน้าสร้างคุณค่าร่วมเพื่อสังคมและการเติบโตอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG โดยต่อยอดธุรกิจสุขภาพร่วมกับมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ผ่านการเปิด “V Care Shop” สาขา 2 ณ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล เพื่อเพิ่มการเข้าถึงเวชภัณฑ์และผลิตภัณฑ์สุขภาพคุณภาพในราคาที่เหมาะสม

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังได้รับ 9 รางวัลระดับนานาชาติ จาก Asian Excellence Awards 2026 และ 16th Institutional Investor Corporate Awards 2026 สะท้อนความเป็นเลิศด้านการกำกับดูแลกิจการ นักลงทุนสัมพันธ์ การดำเนินธุรกิจตามกรอบ ESG และภาวะผู้นำของผู้บริหาร ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส รับผิดชอบ และสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน