thansettakij
thansettakij
TCTD เยี่ยมชมดูงานเดินหน้าผลักดันระบบขนส่งพลังงานสะอาดของประเทศ

TCTD เยี่ยมชมดูงานเดินหน้าผลักดันระบบขนส่งพลังงานสะอาดของประเทศ

19 มิ.ย. 69 | 13:25 น.
อัปเดตล่าสุด :19 มิ.ย. 69 | 13:29 น.

TCTD เข้าเยี่ยมชมศึกษาดูงานและหารือความร่วมมือด้านยานยนต์ไฟฟ้า ณ บริษัท โฟตอน ซีพี มอเตอร์ จำกัด เดินหน้าผลักดันระบบขนส่งพลังงานสะอาดของประเทศ

สมาคมสันนิบาตสหกรณ์เพื่อพัฒนาพลังงานไทย (TCTD) นำคณะผู้บริหารเข้าเยี่ยมชม บริษัท โฟตอน ซีพี มอเตอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) กลุ่มธุรกิจชั้นนำของประเทศไทย และบริษัท โฟตอน มอเตอร์ ผู้นำด้านยานยนต์เชิงพาณิชย์อันดับหนึ่งของสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อศึกษาแนวทางการผลิตยานยนต์เชิงพาณิชย์และหารือโอกาสความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของประเทศไทย

คณะผู้บริหารของสมาคมฯ นำโดย ดร.สรวิชญ์ เปรมชื่น อุปนายก นายภาณิธิ จันทรโกเมธ อุปนายก ดร.กัณวัฒน์ คำจันทร์วงศ์ เลขาธิการ นายสิทธ ชัยวณิชยา กรรมการสมาคม และนายกวิน พันธุ์ศิริ กรรมการสมาคม โดยได้รับการต้อนรับจากผู้บริหารของบริษัท โฟตอน ซีพี มอเตอร์ จำกัด ได้แก่ นายจง เจี้ยน ผู้อำนวยการฝ่ายควบคุมคุณภาพ และนายสันติ พักพ่วน ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบริหารการผลิต ซึ่งได้นำคณะเยี่ยมชมกระบวนการผลิตรถบรรทุกและนวัตกรรมการผลิตภายในโรงงาน พร้อมแลกเปลี่ยนแนวคิดด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต

TCTD เยี่ยมชมดูงานเดินหน้าผลักดันระบบขนส่งพลังงานสะอาดของประเทศ

การเข้าศึกษาดูงานในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ของสมาคมฯ ในการขยายบทบาทสู่ตลาดยานยนต์ไฟฟ้า โดยมุ่งผลักดันการเปลี่ยนผ่านจากยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อสนับสนุนนโยบายด้านพลังงานสะอาด ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และยกระดับระบบขนส่งของประเทศให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สำหรับแผนการดำเนินงานในระยะต่อไป สมาคมฯ มีเป้าหมายผลักดันโครงการประกอบรถโดยสารไฟฟ้า (EV Bus) เพื่อรองรับการให้บริการของสหกรณ์บริการเดินรถสายตะวันออก จำนวนประมาณ 2,000 คัน สำหรับการให้บริการภายใต้สัมปทานเดินรถ พร้อมทั้งมีแผนจัดตั้งระบบไฟแนนซ์สำหรับรถแท็กซี่ไฟฟ้า จำนวนประมาณ 150,000 คัน เพื่อสนับสนุนสมาชิกสมาคมแท็กซี่ โดยใช้ระบบแอปพลิเคชันที่รองรับการเติมเงินก่อนการให้บริการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพการให้บริการขนส่งสาธารณะของประเทศ

นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังมีแผนจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับหน่วยงานและพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งขยายเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายติดตั้งสถานีชาร์จจำนวน 10,000 หัวชาร์จ ภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ เพื่อรองรับการเติบโตของการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและสร้างระบบนิเวศด้านพลังงานสะอาดที่มีความพร้อมในระยะยาว

อีกหนึ่งโครงการสำคัญ คือการส่งเสริมให้ข้าราชการที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์สามารถเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลได้ง่ายขึ้น โดยสมาคมฯ มีแผนดำเนินโครงการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) พร้อมสินเชื่อผ่อนชำระระยะยาวสูงสุด 7 ปี ผ่านระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ โดยมุ่งเน้นกลุ่มสมาชิกที่สามารถหักชำระจากเงินเดือนได้โดยตรง เพื่อสร้างความมั่นคงในการชำระค่างวดและลดภาระด้านค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าจำนวน 200,000 คัน ภายในระยะเวลา 3 ปี ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการผลักดันการใช้พลังงานสะอาดในภาคครัวเรือนและภาคราชการ

TCTD เยี่ยมชมดูงานเดินหน้าผลักดันระบบขนส่งพลังงานสะอาดของประเทศ

ในด้านการบริหารความเสี่ยงและการสร้างหลักประกันให้แก่สมาชิก สมาคมฯ ยังมีแผนความร่วมมือกับบริษัทประกันภัยชั้นนำของประเทศ เพื่อร่วมพัฒนากองทุนประกันภัยสำหรับสมาชิกสหกรณ์ ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยแบบสะสมทรัพย์ (Savings Insurance) ที่เชื่อมโยงกับพฤติกรรมการใช้รถ โดยสมาชิกที่มีประวัติการขับขี่และการดูแลรักษารถที่ดี จะได้รับสิทธิประโยชน์ในรูปแบบเงินสะสมหรือผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นตามหลักเกณฑ์ของโครงการ อันเป็นการส่งเสริมวินัยในการใช้รถและสร้างหลักประกันทางการเงินในระยะยาว

พร้อมกันนี้ สมาคมฯ ยังมีแนวทางบูรณาการระบบการชำระเบี้ยประกันภัยผ่านสหกรณ์ออมทรัพย์ โดยให้สมาชิกสามารถเลือกหักชำระจากเงินเดือนผ่านกองทุนของสหกรณ์เป็นรายเดือนต่อเนื่องได้สูงสุด 12 เดือน เพื่อเพิ่มความสะดวก ลดภาระการชำระเงินก้อน และช่วยให้สมาชิกได้รับความคุ้มครองด้านประกันภัยอย่างต่อเนื่องตลอดอายุกรมธรรม์ ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดร่วมกันระหว่างสหกรณ์และบริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการ

ด้วยแผนงานดังกล่าว สมาคมสันนิบาตสหกรณ์เพื่อพัฒนาพลังงานไทยมีเป้าหมายในการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ที่ครบวงจร ครอบคลุมการผลิต การประกอบ การจัดจำหน่าย การจัดหาแหล่งเงินทุน การประกันภัย และโครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จ โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกสหกรณ์ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานสะอาดของภูมิภาคอาเซียนอย่างยั่งยืน