
‘สุริยะ’พาชมพืชสวนโลกอุดร ปักหมุดเที่ยว Wetland แห่งแรกโลก ชูเสน่ห์ “หนองแด” เชื่อมคน-น้ำ-พืช สู่เมืองสีเขียวแห่งอนาคต
"สุริยะ” พาชมพืชสวนโลกอุดรฯ ปักหมุด Wetland แห่งแรกของโลก ชู “หนองแด” ต้นแบบเมืองสีเขียวแห่งอนาคต เชื่อมคน-น้ำ-พืชสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมโชว์ความคืบหน้ากว่า 70% มั่นใจเปิดงาน 1 พ.ย.นี้ คาดดึงนักท่องเที่ยว 3.6 ล้านคน สร้างเงินสะพัดกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท
KEY
POINTS
- นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ เชิญชวนเที่ยวงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลกบนพื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland) บริเวณ "หนองแด"
- ชูแนวคิด "ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต" ที่เชื่อมโยง "คน-น้ำ-พืช" เข้าด้วยกัน เพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองสีเขียวแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน
- ภายในงานมีไฮไลต์สำคัญ เช่น อาคารเฉลิมพระเกียรติที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัดป่าภูก้อน และโซน "Pocket Park" ที่จัดแสดงพรรณไม้นานาชนิด
- คาดการณ์ว่าจะดึงดูดผู้เข้าชม 3.6 ล้านคน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท และมีแผนพัฒนาพื้นที่หลังจบงาน (Expo Legacy) เพื่อประโยชน์ระยะยาว
ท่ามกลางผืนธรรมชาติของ “หนองแด” จังหวัดอุดรธานี พื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่กำลังค่อย ๆ ถูกปลุกให้มีชีวิต กลายเป็นแลนด์มาร์กระดับโลกแห่งใหม่ของภาคอีสาน ที่ไม่เพียงเป็นสถานที่จัดงานพืชสวน แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การท่องเที่ยว และการอยู่ร่วมกันของธรรมชาติอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย วัชรพล ขาวขำ และคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้างานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 พร้อมชวนคนไทยปักหมุดเที่ยว “Wetland” แห่งแรกของโลก เวทีจัดแสดงพืชสวน นวัตกรรม และวิถีชีวิตที่เชื่อมโยง “ผู้คน สายน้ำ และธรรมชาติ” เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน
โดยมีนายรพีภัทร์ จันทร์ศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และ นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ให้การต้อนรับ พร้อมพาคณะเยี่ยมชมจุดไฮไลต์สำคัญภายในพื้นที่จัดงานเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง
ชวนเที่ยว Wetland แห่งแรกโลก
นายสุริยะ กล่าวว่า งานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569 ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่มีการจัดงานพืชสวนระดับนานาชาติบนพื้นที่ชุ่มน้ำ หรือ Wetland อย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้แนวคิด “Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living” หรือ “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต เชื่อมโยงผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน”
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนภาพของการพัฒนาเมืองและการเกษตรยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับความสมดุลระหว่างคน ธรรมชาติ ระบบนิเวศ เทคโนโลยี และเศรษฐกิจสีเขียว พร้อมย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินงานให้แล้วเสร็จตามแผน รักษามาตรฐานระดับนานาชาติ และเกิดประโยชน์ระยะยาวต่อประชาชนหลังจบงาน
“นี่ไม่ใช่แค่งานแสดงพืชสวน แต่คือการต่อยอดแนวคิด Beyond Horticulture ที่เชื่อมการท่องเที่ยว วัฒนธรรม เศรษฐกิจสีเขียว และการพัฒนาเมืองเข้าด้วยกัน ซึ่งในสถานที่จัดงานมีหลายจุดเด่นที่สำคัญ” นายสุริยะกล่าว
“วัดป่าภูก้อน” แรงบันดาลใจอาคารเฉลิมพระเกียรติ ชูอัตลักษณ์อุดร
เริ่มจาก “อาคารเฉลิมพระเกียรติ” ที่สร้างและออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจาก วัดป่าภูก้อน ถ่ายทอดความงดงามของสถาปัตยกรรมร่วมสมัยผสานอัตลักษณ์ท้องถิ่นอีสาน ภายในจัดแสดงนิทรรศการสำคัญเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจ พระอัจฉริยภาพ และประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า เชื่อมโยง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตย์ และศิลปวัฒนธรรม
ประกอบด้วยนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติครบ 10 ปีแห่งการครองราชย์ ภายใต้แนวคิด “สืบสาน รักษา ต่อยอด” นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติครบ 6 รอบ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รวมถึงนิทรรศการครบรอบ 134 ปี จังหวัดอุดรธานี ที่บอกเล่าเรื่องราวการเติบโตของเมืองแห่งนี้ผ่านมิติประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต
นอกจากสวนดอกไม้และพรรณพืชนานาชาติ ภายในงานยังมีนิทรรศการหมุนเวียนภายในอาคาร อาทิ พืชชุ่มน้ำอนุรักษ์และหายาก จัดแสดงในตู้หรือภาชนะไม่น้อยกว่า 5 ชนิดในพื้นที่ อาคารนิทรรศการ ได้แก่ พลับพลึงธาร หญ้าหัวไม้ขีด ดาวกระจาย หางนกยูงใบสั้น และเทปยักษ์ เป็นต้น รวมถึงพืชชุ่มน้ำเศรษฐกิจและส่งออกไม่น้อยกว่า 90 ชนิด และชนิดพันธุ์ไม้น้ำที่มีการผลิตขยายพันธุ์เพื่อส่งออกได้แก่ ไส้ปลาไหล สันตะวาใบข้าว สาหร่ายฉัตร ตลอดจนพืชสมุนไพรชนิดต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน พันธุ์พืชสมุนไพรที่มีมูลค่าสูง สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางอาหาร เครื่องสำอางและยา เพื่อเสริมสร้างสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน
เปิดโซน “Pocket Park” ผสานโลกดึกดำบรรพ์ สุดอลังการ
ถัดมาเป็นโซน “Pocket Park” หรืออาคารปลูกต้นไม้รูปแบบใหม่ ก็ถูกออกแบบให้เป็นอีกหนึ่งโซนยอดนิยมของนักท่องเที่ยวและคนรักต้นไม้ แบ่งออกเป็น 4 อาคาร ทั้งไม้ในร่ม กล้วยไม้ แคคตัส ไม้ประดับ และพืชพื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้เรื่องการจัดสวน การเลือกพันธุ์ไม้ และการดูแลต้นไม้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน รอบพื้นที่ยังตกแต่งด้วยไม้ในพุทธประวัติ ไม้มูลค่าสูง และโซนไดโนเสาร์จำลองที่เชื่อมโยงกับการค้นพบฟอสซิลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สร้างสีสันให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นทั้งสวนสาธารณะ แหล่งเรียนรู้ และจุดเช็กอินใหม่ของอุดรธานีในอนาคต
ปัจจุบันมีประเทศและองค์กรระหว่างประเทศตอบรับเข้าร่วมจัดแสดงแล้วกว่า 17 ประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา จีน เม็กซิโก ตุรกี ภูฏาน เนปาล และ ลาว สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของนานาชาติต่อเวทีพืชสวนโลกบนพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งแรกของโลก
คาดเงินสะพัด 3.6 หมื่นล้าน
ระหว่างการชมบรรยากาศในสวนสองฝั่ง ซ้ายขวา จะมีตุ๊กตาปูนปั้นทั้งผลไม้ไทย ไม่ว่าจะทุเรียน ขนุน เงาะ รวมถึงสัตว์ต่างๆ เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ สนุกไปพร้อมกับเรื่องราวไม่เบื่อ รัฐมนตรีฯ ได้กำชับ 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่ เร่งรัดงานก่อสร้างให้เป็นไปตามแผน รักษาคุณภาพมาตรฐานระดับโลก บริหารงบประมาณอย่างโปร่งใส และเตรียมระบบรองรับผู้เข้าชมงานอย่างครบวงจร ทั้งการเดินทาง ระบบขนส่ง ที่พัก ร้านอาหาร ความปลอดภัย และระบบแพทย์ฉุกเฉิน พร้อมย้ำว่า “งานระดับโลกต้องไม่พร้อมเฉพาะพื้นที่จัดงาน แต่ทั้งเมืองอุดรธานีต้องพร้อมต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลก”
เบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานประมาณ 3.6 ล้านคน สร้างรายได้หมุนเวียนกว่า 32,000 ล้านบาท เพิ่มมูลค่า GDP กว่า 20,000 ล้านบาท และสร้างการจ้างงานกว่า 81,000 อัตรา โดยผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจะกระจายสู่โรงแรม ร้านอาหาร ผู้ประกอบการท้องถิ่น เกษตรกร และภาคการท่องเที่ยวในจังหวัดอุดรธานีและพื้นที่ใกล้เคียง
คืบหน้ากว่า 70% มั่นใจ เปิดฉากความยิ่งใหญ่ 1 พ.ย.
ด้าน นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี ว่า ในฐานะที่เป็นคนพื้นที่และเป็นผู้ผลักดันโครงการนี้มาตั้งแต่เริ่มต้น ตั้งแต่สภาพพื้นที่ยังเป็นป่าจนกระทั่งเกิดเป็นโครงการระดับโลก ปัจจุบันมีความมั่นใจอย่างยิ่งในความพร้อมของการจัดงาน ซึ่งขณะนี้ความคืบหน้าของงานในภาพรวมอยู่ที่กว่า 70% และยืนยันว่างานจะเสร็จสมบูรณ์ทันกำหนดการเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้อย่างแน่นอน
สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ มุ่งเน้นการโชว์ศักยภาพความหลากหลายของพืชพันธุ์ไม้ภายใต้แนวคิดหลักคือ “สายน้ำ วิถีชีวิต และพืชพรรณ” ซึ่งถือเป็นอัตลักษณ์สำคัญของพื้นที่หนองแด จังหวัดอุดรธานี ที่จะถูกถ่ายทอดให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส โดยงานนี้ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่ทำงานร่วมกันอย่างเต็มกำลังเพื่อให้เมืองอุดรธานีจัดงานออกมาได้อย่างยิ่งใหญ่ที่สุด
“ผมขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยและชาวต่างชาติให้มาเที่ยวงานพืชสวนโลกที่จังหวัดอุดรธานีกันให้เยอะๆ ครับ เพราะปีนี้เราจัดอย่างยิ่งใหญ่จริงๆ รวมถึงภาคธุรกิจในจังหวัดอุดรธานีมีความตื่นตัวและพร้อมรองรับการมาเยือนของนักท่องเที่ยว ทั้งสมาคมโรงแรม สมาคมร้านอาหาร และภาคเอกชนต่างๆ ได้มีการเตรียมความพร้อมในทุกด้าน เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาจากทั่วประเทศไทยและจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ได้อย่างมหาศาล”
แผน “Expo Legacy” หลังจบงาน
นายรพีภัทร์ จันทร์ศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังเตรียมแผน “Expo Legacy” เพื่อพัฒนาพื้นที่หนองแดหลังจบงานให้เป็นสวนสาธารณะระดับโลก ศูนย์กีฬาทางน้ำ พื้นที่กิจกรรมเยาวชน ศูนย์เรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม และพื้นที่จัดกิจกรรมสำคัญของจังหวัดในอนาคต สามารถรองรับการใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย
นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาตลาดชุมชนเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นสามารถนำสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนมาจำหน่าย อันจะช่วยสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ในด้านการรองรับกิจกรรมขนาดใหญ่และมีแผนพัฒนาอาคารเอนกประสงค์ เพื่อส่งเสริมกิจกรรมนันทนาการและการท่องเที่ยว
ส่วนบริเวณศูนย์กลางของพื้นที่จะพัฒนาเป็นลานเมืองสำหรับจัดกิจกรรมสาธารณะ งานเทศกาลและกิจกรรมชุมชน พร้อมทั้งมีการแสดงน้ำพุ เพื่อสร้างดึงดูดและเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของพื้นที่นอกจากนี้ยังมีการจัดเตรียมพื้นที่จอดรองรับผู้มาใช้บริการในอนาคต รวมถึงการจัดตั้งอาคารสำนักงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาการเกษตร เพื่อเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และการให้บริการด้านการเกษตรแก่ประชาชน
“การพัฒนาพื้นที่ภายหลังการจัดงานดังกล่าว จึงเป็นการต่อยอดการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่เกิดจากการจัดงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดและก่อให้เกิดมรดกของงานที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและการพัฒนาเมืองของจังหวัดอุดรธานีในระยะยาว จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง ร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดี ต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วประเทศและนานาชาติ ในงานสำคัญระดับโลกของประเทศไทยครั้งนี้อย่างอบอุ่นและน่าประทับใจ”
ชูโมเดล Pocket Park พลิกโฉมเกษตร-ท่องเที่ยวอีสาน
นายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการ บริษัทนงนุชแลนด์สเคป แอนด์ การ์เด้น ดีไซน์ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเบื้องหลังการรังสรรค์สวนครั้งนี้ ได้เปิดเผยถึงยุทธศาสตร์การออกแบบที่มุ่งเน้นมากกว่าความสวยงาม แต่คือการสร้าง “มรดกทางปัญญา” ให้กับคนท้องถิ่น
“แรงบันดาลใจสำคัญในการรับงานนี้ไม่ใช่เพียงการสร้างความยิ่งใหญ่ในช่วงระยะเวลาจัดงาน 4 เดือนครึ่งเพื่อประกาศศักยภาพของอุดรธานีให้ชาวโลกรับรู้เท่านั้น แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือการตอบโจทย์ว่า “หลังจากจบงานแล้ว อุดรธานีจะได้ประโยชน์อะไรต้องการให้พื้นที่แห่งนี้เป็น “แหล่งเรียนรู้” (Learning Center) ที่ยั่งยืน เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้เข้ามาสัมผัสและรักธรรมชาติ ผ่านการเรียนรู้จากความสำเร็จที่สรุปบทเรียนมาจากการลองผิดลองถูกกว่า 40 ปีของสวนนงนุช
สำหรับการออกแบบพื้นที่ นายกัมพลได้นำโมเดล “Pocket Park in the Park” มาใช้ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผ่านการปรับปรุงมาตลอด 4 ปีจนประสบความสำเร็จ โดยแบ่งพื้นที่เป็นโซนย่อยๆ เช่น โซนกระบองเพชร และโซนเฉลิมพระเกียรติ เพื่อให้ผู้เข้าชม โดยเฉพาะเด็กๆ สามารถเดินเลือกดูในสิ่งที่สนใจได้โดยไม่เหนื่อยจนเกินไป ขณะที่พื้นที่ส่วนใหญ่ (Park) จะมีรถนำเที่ยวพาชมเพื่อสร้างภาพรวมที่ยิ่งใหญ่
ในแง่ของพฤกษศาสตร์ นายกัมพลได้คัดเลือกพรรณไม้ที่หลากหลาย ทั้งกระบองเพชร, สับปะรดสี, ปาล์ม, เฟิร์น และไม้ในพุทธประวัติ, โดยมีการนำเสนอ “ไม้รั้วสิงคโปร์” ซึ่งเป็นนวัตกรรมไม้รั้วที่ทนทานทั้งแดดและร่มได้ดีกว่าไทรเกาหลี เพื่อเป็นไอเดียให้ประชาชนนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญของพื้นที่คือ “สภาพดินเค็ม” และปัญหาฝันตกชุกต่อเนื่อง ซึ่งทีมงานได้แก้ปัญหาด้วยการนำดินคุณภาพดีมาผสมใหม่ และใช้เทคนิค “ยกหินสร้างฐานปลูก” (Raised Bed) เพื่อช่วยในการระบายน้ำและป้องกันต้นไม้ตายจากความชื้นเกินขนาดและดินเค็ม
ห่วงเรื่องการส่งต่อ แนะเร่งฝึกคนดูแล
ประเด็นด้านความยั่งยืนที่นายกัมพลแสดงความกังวลที่สุดคือการดูแลรักษาพื้นที่หลังจบงาน โดยได้เสนอแนะให้ทางจังหวัดส่งบุคลากรเข้ามาฝึกงานและเรียนรู้วิธีการดูแลต้นไม้ที่ถูกต้องตั้งแต่วันนี้ เพราะเมื่อจบภารกิจและต้องมอบคืนพื้นที่ หากไม่มีคนที่มีความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติของต้นไม้อย่างแท้จริงมาสานต่อ ความทุ่มเททั้งหมดอาจสูญเปล่า
“งานพืชสวนโลกที่อุดรธานีครั้งนี้ มีความกะทัดรัดแต่แน่นด้วยคุณภาพ (Compact) ยิ่งกว่าหลายประเทศที่เคยจัดมา เรามีจุดเซลฟี่และงานประติมากรรมอย่างไดโนเสาร์และกระถางดีไซน์พิเศษที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี พร้อมเชิญชวนคนไทยให้มาสัมผัสสวนสไตล์ใหม่ที่เป็นมาตรฐานระดับโลกในบ้านเกิดตัวเอง” นายกัมพลกล่าวทิ้งท้าย
นับถอยหลัง จาก “หนองแด” ในวันนี้ กำลังกลายเป็นภาพใหม่ของเมืองสีเขียวแห่งอนาคต ที่ไม่ได้มีเพียงความงดงามของดอกไม้ แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เชื่อม “คน น้ำ และธรรมชาติ” ให้เดินไปด้วยกันอย่างยั่งยืน พร้อมเปิดประตูต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลกให้มาสัมผัสเสน่ห์ใหม่ของอุดรธานีด้วยตัวเอง







