
‘สุริยะ’ สั่งกรมชลฯเดินหน้าเชิงรุก รับมือน้ำท่วม-เอลนีโญลากยาวปี 70
รัฐมนตรีเกษตรฯ ติดตามสถานการณ์น้ำ สั่งกรมชลประทานเดินหน้าแผนเชิงรุกทั้งป้องกันน้ำท่วมและภัยแล้ง หลังไทยมีแนวโน้มเผชิญเอลนีโญต่อเนื่องถึงปี 2570 ขณะที่น้ำต้นทุนทั่วประเทศยังอยู่ในเกณฑ์บริหารจัดการได้
KEY
POINTS
- นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ สั่งกรมชลประทานดำเนินงานเชิงรุก เพื่อเตรียมรับมือทั้งปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง
- กรมชลฯ เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัยตามมาตรการรับมือฤดูฝน โดยกำหนดพื้นที่เสี่ยงและจัดสรรทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือประชาชน
- กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าปรากฏการณ์เอลนีโญจะส่งผลกระทบยาวนานถึงปี 2570 อาจทำให้ฝนน้อยลงและเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง
วันนี้ (5 มิถุนายน 2569) ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ(SWOC) กรมชลประทาน ถนนสามเสน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ เดินทางมาติดตามสถานการณ์น้ำและมอบนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจของกรมชลประทาน โดยมี นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยรองอธิบดีกรมชลประทานทั้ง 4 ท่าน (นายเดช เล็กวิชัย นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล นายวรพจน์ เพชรนรชาติ และ นายทรงพล สวยสม) ตลอดจนคณะผู้บริหาร เข้าร่วมประชุมและบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำ
ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้มีการติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำในช่วงฤดูฝนอย่างใกล้ชิด เพื่อนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาบูรณาการ วิเคราะห์ วางแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ พร้อมพิจารณาปรับแผนการระบายน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ฝน รวมทั้งปฏิบัติตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 69 ที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เห็นชอบอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ ยังได้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัย โดยยึดหลัก “กำหนดพื้นที่ กำหนดคน จัดสรรทรัพยากร” มีการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก กำหนดผู้ที่รับผิดชอบในพื้นที่เสี่ยงที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ มีการจัดสรรทรัพยากร เช่น เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ ที่กระจายครอบคลุมในทุกพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที
ด้านสถานการณ์น้ำปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 5 มิถุนายน 2569) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำเก็บกักรวมกันทั้งสิ้น 43,093 ล้าน ลบ.ม. (56% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ทั้งนี้ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำเพิ่มเติมได้อีกเป็นจำนวนมาก เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำเก็บกักรวมกันทั้งสิ้น 13,175 ล้าน ลบ.ม. (53% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) สามารถรับน้ำได้อีก 11,696 ล้าน ลบ.ม. ภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ดีและเป็นไปตามแผนที่วางไว้
ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดการณ์ปรากฏการณ์ ENSO พบว่าประเทศไทยจะเข้าสู่สถานการณ์ “เอลนีโญอ่อน” ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป และจะพัฒนาเป็น “เอลนีโญรุนแรง” ต่อเนื่องจนถึงประมาณเดือนสิงหาคม 2570 อาจส่งผลให้ฤดูฝนสิ้นสุดเร็วกว่าปกติ และเกิดช่วงฝนทิ้งช่วงยาวนานขึ้น ปริมาณฝนโดยรวมอาจต่ำกว่าค่าปกติ กรมชลประทานได้กำชับไปยังโครงการชลประทานทั่วประเทศ ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนเป็นหลัก รวมทั้งปฏิบัติตามมาตรการรับมือฤดูฝนอย่างเคร่งครัด
ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เน้นย้ำให้กรมชลประทานดำเนินงานเชิงรุกทั้งด้านการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัยและภัยแล้ง ควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำเพื่อสนับสนุนภาคการเกษตร และการอุปโภคบริโภคให้เพียงพอในทุกพื้นที่ โดยให้เร่งรัดการพัฒนาแหล่งน้ำ การเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำ การกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด







