
GAC Group ผลิตรถยนต์ครบ 30 ล้านคันทั่วโลก ดันไทยฐานผลิต EV อาเซียน
GAC Group ผลิตรถยนต์สะสมครบ 30 ล้านคันทั่วโลก พร้อมฉลองโรงงานระยองผลิตครบ 10,000 คัน เดินหน้าเพิ่มกำลังผลิต ยกระดับไทยเป็นฐานผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค
KEY
POINTS
- GAC Group ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ ผลิตรถยนต์สะสมครบ 30 ล้านคันทั่วโลก โดยมอบรถยนต์คันประวัติศาสตร์ให้แก่ จา พนม นักแสดงชาวไทย
- บริษัทวางยุทธศาสตร์ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- โรงงาน GAC AION ในจังหวัดระยองสามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้าครบ 10,000 คันแล้ว และมีแผนลงทุนพัฒนาระบบนิเวศ EV ในไทยอย่างต่อเนื่อง
GAC Group หรือ กว่างโจว ออโตโมบิล กรุ๊ป ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ หลังผลิตรถยนต์สะสมครบ 30 ล้านคันทั่วโลก พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าในตลาดต่างประเทศ โดยประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ล่าสุดโรงงาน GAC AION จังหวัดระยอง ผลิตรถยนต์ครบ 10,000 คัน และเตรียมต่อยอดสู่การเป็นฐานผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค
บริษัทจัดงาน "30 Million Customers Appreciation Event" ภายใต้แนวคิด "Trusted by 30 Million, Powered by Quality" เพื่อขอบคุณลูกค้ากว่า 30 ล้านรายทั่วโลก พร้อมประกาศหมุดหมายการผลิตรถยนต์ครบ 30 ล้านคัน ภายในระยะเวลาเพียง 29 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท สะท้อนการเติบโตของผู้ผลิตรถยนต์จีนจากผู้ผลิตแบบรับจ้าง สู่การพัฒนาแบรนด์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของตนเอง
ส่งมอบรถยนต์คันประวัติศาสตร์ให้ "จา พนม"
ภายในงาน รถยนต์คันที่ 30 ล้าน คือ GAC M8 PHEV หรือ GN8 ในตลาดต่างประเทศ ซึ่งเป็นรถยนต์ MPV พลังงานใหม่แบบพวงมาลัยขวา โดย นายเฟิง ซิงยา ประธานกรรมการ GAC Group เป็นผู้ส่งมอบรถยนต์คันประวัติศาสตร์ให้แก่ Tony Jaa (จา พนม) นักแสดงแอ็กชันชาวไทย ในฐานะตัวแทนลูกค้าคนสำคัญของบริษัท
นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์พลังงานใหม่อีกหลายรุ่นทยอยออกจากสายการผลิตก่อนถึงคันที่ 30 ล้าน สะท้อนการเดินหน้าสู่ยุคยานยนต์พลังงานใหม่ของ GAC อย่างเต็มรูปแบบ
เร่งต่างประเทศ ยอดส่งออกโตทะลุ 132%
GAC ระบุว่า ภายใต้ยุทธศาสตร์ One GAC 2.0 บริษัทเร่งขยายตลาดต่างประเทศทั้งด้านเทคโนโลยี คุณภาพ การบริการ และระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า
ในปี 2568 บริษัทส่งออกรถยนต์กว่า 130,000 คัน เพิ่มขึ้น 47% จากปีก่อน ขณะที่ช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ส่งออกรถยนต์แล้วกว่า 120,000 คัน เพิ่มขึ้น 132% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ยอดส่งออกสะสมแตะ 540,000 คัน
ปัจจุบัน GAC ดำเนินธุรกิจครอบคลุม 110 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ ผ่านเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการ 746 แห่ง โรงงานผลิตในต่างประเทศ 7 แห่ง และคลังอะไหล่ระดับภูมิภาค 9 แห่ง พร้อมตั้งเป้ายอดขายต่างประเทศ 1 ล้านคันต่อปีภายในปี 2573
โรงงานระยองผลิตครบ 10,000 คัน
สำหรับประเทศไทย โรงงาน GAC AION Smart Factory ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง ซึ่งเปิดดำเนินการตั้งแต่ปี 2567 สามารถผลิตรถยนต์ไฟฟ้าครบ 10,000 คัน แล้ว ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการลงทุนในไทย
โรงงานแห่งนี้ใช้ระบบ Flexible Manufacturing รองรับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นบนสายการผลิตเดียว ปัจจุบันผลิต AION V และ AION UT พร้อมเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (Localization) และพัฒนาศักยภาพบุคลากรไทยอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน GAC มียอดขายสะสมในประเทศไทยกว่า 35,000 คัน และวางบทบาทให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต
เดินหน้าลงทุนระบบนิเวศ EV ในไทย
Mr. Andrew Wang ประธานกรรมการบริหาร GAC AION Thailand กล่าวว่า ความสำเร็จของการผลิตรถยนต์ครบ 30 ล้านคันทั่วโลก และครบ 10,000 คันในประเทศไทย สะท้อนศักยภาพของฐานการผลิตไทยและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคไทยที่มีต่อแบรนด์
บริษัทมีแผนเดินหน้าพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ทั้งด้านพลังงาน การเดินทาง และบริการหลังการขาย โดยเตรียมขยายเครือข่ายศูนย์บริการ สถานีสลับแบตเตอรี่ และความร่วมมือกับ Huawei เพื่อพัฒนาระบบนิเวศพลังงานสะอาดแบบครบวงจร รวมถึงยกระดับศูนย์บริการ ศูนย์ซ่อมสี ตัวถัง และศูนย์ซ่อมแบตเตอรี่ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยในระยะยาว
ความสำเร็จของ GAC ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงสะท้อนการเติบโตของผู้ผลิตรถยนต์จีนในตลาดโลกเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสำคัญของภูมิภาค ท่ามกลางการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ที่ทวีความเข้มข้นมากขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้







