thansettakij
thansettakij
CP Group ติด Top 5% โลก Sustainability Yearbook 2026 คะแนน ESG พุ่ง 82 ต่อเนื่องปีที่ 5

CP Group ติด Top 5% โลก Sustainability Yearbook 2026 คะแนน ESG พุ่ง 82 ต่อเนื่องปีที่ 5

27 ก.พ. 2569 | 10:42 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ก.พ. 2569 | 10:42 น.

เครือเจริญโภคภัณฑ์ สร้างมาตรฐาน ESG ผงาดองค์กรชั้นนำโลก S&P Global จัดอันดับ Top 5% กลุ่ม Industrial Conglomerates ตอกย้ำระบบบริหารความยั่งยืนแข็งแกร่ง ครอบคลุมเกษตร–อาหาร–ค้าปลีก–โทรคมนาคม หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนระยะยาว

KEY

POINTS

  • เครือซีพีได้รับการจัดอันดับใน The Sustainability Yearbook 2026 ให้อยู่ในกลุ่ม Top 5% ของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรม Industrial Conglomerates ด้วยคะแนน ESG 82 คะแนน ซึ่งเป็นการติดอันดับต่อเนื่องเป็นปีที่ 5
  • ซีพีเป็น 1 ใน 5 บริษัทที่ได้คะแนนสูงสุดในกลุ่ม Industrial Conglomerates ร่วมกับบริษัทชั้นนำระดับโลกจากสิงคโปร์ เยอรมนี เกาหลีใต้ และกรีซ
  • บริษัทในเครือฯ เช่น True, CP ALL, CP Axtra และ CPF ได้รับการจัดอันดับในระดับสูงในอุตสาหกรรมของตนเอง สะท้อนการขับเคลื่อนด้าน ESG ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจ

รายงานข่าวเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) ได้รับการจัดอันดับ Top 5% ในกลุ่มอุตสาหกรรม Industrial Conglomerates จากการประกาศผล The Sustainability Yearbook 2026 โดย S&P Global ด้วยคะแนนประเมิน 82 จาก 100 คะแนน นับเป็นการติดอันดับต่อเนื่องเป็นปีที่ 5

โดยการจัดอันดับปีนี้มีบริษัทจากทั่วโลกกว่า 9,200 แห่งเข้าร่วมการประเมิน และมีเพียง 848 บริษัทที่ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่ Sustainability Yearbook สะท้อนมาตรฐานการประเมินที่เข้มข้น โดยในกลุ่ม Industrial Conglomerates มีบริษัทเข้าร่วม 95 แห่ง และมีเพียง 5 บริษัทที่ได้คะแนนสูงสุดในกลุ่ม ได้แก่ Keppel (สิงคโปร์), CP Group (ไทย), Siemens (เยอรมนี), SK Inc (เกาหลีใต้) และ Metlen Energy & Metal (กรีซ)

ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนายุทธศาสตร์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า การได้รับการจัดอันดับต่อเนื่องสะท้อนถึงการยกระดับมาตรฐาน ESG เชิงระบบของเครือฯ โดยเฉพาะการบูรณาการประเด็นสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เข้ากับกลยุทธ์ธุรกิจ การบริหารความเสี่ยง และการลงทุนระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม

“วันนี้ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงโครงการ แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการบริหารองค์กร ตั้งแต่การกำหนดนโยบาย การใช้เทคโนโลยี ไปจนถึงการกำกับดูแลตามหลักธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว” ดร.ธีระพล กล่าว

นอกจากระดับเครือแล้ว บริษัทในกลุ่มยังได้รับการจัดอันดับในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม ได้แก่ True Corporation ติด Top 1% ในกลุ่ม Telecommunication Services  นอกจากนี้ CP ALL ติด Top 5% ในกลุ่ม Food & Staples Retailing และCP Axtra ติด Top 5% ในกลุ่มเดียวกัน ส่วน Charoen Pokphand Foods ติด Top 10% ในกลุ่ม Food Products สะท้อนการขับเคลื่อน ESG ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจ ตั้งแต่เกษตร อาหาร ค้าปลีก โทรคมนาคม ไปจนถึงธุรกิจดิจิทัล

สำหรับ S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) ถือเป็นหนึ่งในมาตรฐานสากลที่นักลงทุนทั่วโลกใช้ประเมินประสิทธิภาพการดำเนินงานด้าน ESG ขององค์กร โดยเชื่อมโยงผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนเข้ากับความสามารถในการแข่งขันและผลประกอบการในระยะยาว

การติดอันดับ Top 5% ครั้งนี้จึงสะท้อนว่า ธุรกิจไทยสามารถยืนอยู่ในมาตรฐานเดียวกับองค์กรชั้นนำของโลก ภายใต้เกณฑ์การประเมินที่เข้มข้น และตอบโจทย์ความคาดหวังของนักลงทุนสถาบันที่ให้ความสำคัญกับ ESG มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง