
ASW โชว์ผลประกอบการ 9 เดือน กำไรสุทธิ 1,080 ล้าน พุ่ง 57% ลุยโอนต่ออีก 5 โครงการ
ASW โตต่อเนื่องทำรายได้ 9 เดือน 8,512 ล้าน กำไรสุทธิ 1,080 ล้าน เพิ่มขึ้น 57% โฟกัสโอนโครงการพร้อมอยู่-สร้างเสร็จใหม่อีก 5 โครงการ หนุนรายได้เข้าเป้า
KEY
POINTS
- ASW ประกาศผลประกอบการ 9 เดือนแรก มีกำไรสุทธิ 1,080 ล้านบาท เติบโต 57% และมีรายได้รวม 8,512 ล้านบาท
- รายได้หลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการในภูเก็ตภายใต้แบรนด์ "เดอะ ไทเทิล" และโครงการคอนโดมิเนียมใกล้มหาวิทยาลัย
- ไตรมาสสุดท้ายของปี บริษัทเตรียมส่งมอบและโอนกรรมสิทธิ์โครงการสร้างเสร็จใหม่อีก 5 โครงการ มูลค่ารวม 10,400 ล้านบาท
ผลการดำเนินการ ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ทยอยออกมา ท่ามกลางการแข่งขันเร่งโอนกรรมสิทธิ์เพื่อให้การรับรู้รายได้เป็นไปตามเป้าหมาย เช่นเดียวกับบริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW ที่สามารถสร้างรายได้และผลกำไรตลอด9เดือนปี2569เติบโตต่อเนื่อง
นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของ ASW ในช่วง 9 เดือนแรก (ม.ค.-ก.ย.) ของปี 2569 บริษัททำรายได้สะสมทั้งสิ้น 8,512 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ขณะเดียวกัน ASW ยังบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ได้ 43% และทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิสะสม 1,080 ล้านบาท เติบโตขึ้น 57% (YoY) หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ราว 13%
รายได้หลัก Q3 มาจาก Leisure Residence ภูเก็ต
โดยแรงขับเคลื่อนรายได้หลักใน Q3/2569 มาจากยอดโอนโครงการ Leisure Residence สร้างเสร็จใหม่ในภูเก็ต ภายใต้การพัฒนาของบริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE บริษัทในเครือ ทั้งไฮไลต์โปรเจกต์อย่าง เดอะ ไทเทิล เฮอริเทจ บางเทา (THE TITLE Heritage Bang-Tao) มูลค่ารวม 6,000 ล้านบาท และเดอะ ไทเทิล เซเรนิตี้ ในยาง (THE TITLE Serenity Naiyang) มูลค่า 4,000 ล้านบาท ที่ส่งมอบอย่างต่อเนื่องแม้อยู่นอกฤดูกาลท่องเที่ยว
รวมถึงโครงการคอนโดมิเนียมใกล้มหาวิทยาลัย โดยเฉพาะโมดิซ วอลท์ เกษตร-ศรีปทุม (MODIZ Vault Kaset-Sripatum) มูลค่ารวม 2,200 ล้านบาท และเคฟ วันเดอร์แลนด์ (KAVE Wonderland) แคมปัสคอนโดใกล้ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต มูลค่ารวม 2,550 ล้านบาท ที่ทำยอดโอนต่อเนื่องได้อย่างแข็งแกร่งในช่วงเปิดภาคเรียนที่ผ่านมา
ไตรมาสสุดท้าย ปัจจัยบวกจากมาตรการรัฐ
นายกรมเชษฐ์ กล่าวอีกว่า สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในไตรมาสสุดท้าย คาดว่า จะได้รับปัจจัยบวกจากมาตรการรัฐ ทั้งโครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS และการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับต่ำที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ความสามารถในการผ่อนได้มากขึ้น ตลอดจนการผ่อนคลายหลักเกณฑ์ LTV และการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองซึ่งจะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อโครงการพร้อมอยู่ (Ready to Move) ในช่วงปลายปี
ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตยังมีดีมานด์แข็งแกร่งสอดรับกับภาคการท่องเที่ยวที่เข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นจากกลุ่ม High-Net-Worth Individuals (HNWIs) ที่มองหาบ้านหลังที่สอง และกลุ่ม Digital Nomad ที่ต้องการอยู่อาศัยแบบ Long-stay เพื่อท่องเที่ยวร่วมงานเทศกาลหรืออีเวนต์ต่าง ๆ รวมถึงพักผ่อนเพื่อหลบอากาศหนาวเย็นตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้จนถึงต้นปีหน้า และการเปิดเส้นทางบินตรงใหม่จากต่างประเทศมายังภูเก็ต ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำศักยภาพของภูเก็ตในการเป็น World Destination ของคนทั่วโลก
เร่งโอนอีก 5 โครงการใหม่ สิ้น Q3/2569 มูลค่า38,163 ล้านทยอยรับรู้รายได้ถึงปี 2571
ทั้งนี้ คาดว่า ASW จะสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในไตรมาสสุดท้าย เนื่องจากมีแผนส่งมอบโครงการสร้างเสร็จใหม่เพิ่มอีก 5 โครงการ มูลค่าโครงการทั้งหมด 10,400 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ทั้ง “เควาลอน” (KAVALON) มูลค่ารวม 4,500 ล้านบาท “เคฟ เพลย์กราวด์ ลาดพร้าว-บดินทรเดชา” (Kave Playground Ladprao-Bodindecha) มูลค่า 1,600 ล้านบาท “โมดิซ โวยาจ ศรีนครินทร์” (Modiz Voyage Srinakarin) มูลค่า 2,600 ล้านบาท และโครงการในภูเก็ต คือ “เดอะ ไทเทิล วิลล่า เอสเตลลา ในยาง” (THE TITLE Villa Estella Naiyang) มูลค่า 500 ล้านบาท และ “เดอะ ไทเทิล เชียโล่ ราไวย์” (THE TITLE Cielo Rawai) มูลค่า 1,200 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ยังมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้น Q3/2569 มูลค่าทั้งสิ้น 38,163 ล้านบาท ที่จะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องจนถึงปี 2571
“ช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ ASW โฟกัสกับการบริหารจัดการ Inventory ซึ่งคาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ ช่วยเร่งการตัดสินใจซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงปลายปี ส่วนพอร์ตภูเก็ต ด้วยกระแสตอบรับที่ดีจากการเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงก่อนหน้า ไฮซีซั่นนี้เราจึงสานต่อโมเมนตัมบวกด้วยการพัฒนาโครงการใหม่กระจายในหลากทำเลศักยภาพ พร้อมกับเร่งโอนโครงการสร้างเสร็จใหม่ ซึ่งมีจุดแข็งสำคัญคือสัดส่วนการชำระเงินโอนล่วงหน้าในระดับสูง ด้วยแรงบวกเหล่านี้ทำให้เราเชื่อมั่นว่า ASW จะสามารถผลักดันรายได้ให้เติบโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้” นายกรมเชษฐ์ กล่าว







