
วิธีช่วยลูกบ้าน "LPN - LPP" ตั้ง War Room 24ชม. ดูแล 290 โครงการ เร่งฟื้นฟูหลังน้ำลด
น้ำท่วม LPN และ LPP เปิด War Room24 ชั่วโมง ศูนย์กลางรวบรวมข้อมูล ดูแล290 โครงการ พร้อมเร่งเร่งฟื้นฟูโครงการหลังน้ำลด อำนวยความสะดวกลูกบ้าน
KEY
POINTS
- LPN และ LPP ตั้ง War Room ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อติดตามสถานการณ์และประสานงานช่วยเหลือลูกบ้านใน 290 โครงการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
- แบ่งระดับการช่วยเหลือเป็น 4 ระดับตามความรุนแรงของสถานการณ์ พร้อมจัดหาอุปกรณ์ฉุกเฉิน เช่น เครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย รถ และเรือ เพื่ออำนวยความสะดวกและอพยพผู้พักอาศัย
- เตรียมทีมงานเข้าฟื้นฟูหลังน้ำลด โดยตรวจสอบระบบสาธารณูปโภคที่สำคัญและทำความสะอาดครั้งใหญ่ (Big Cleaning) เพื่อคืนพื้นที่ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
สถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน2569 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งการเดินทาง การอยู่อาศัยในชุมชน ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนให้การช่วยเหลือ
เช่นเดียวกับบริษัท แอลพีเอ็น ดีเวลลอปเมนท์จำกัด(มหาชน) หรือ LPN และ บริษัทแอลพีพี พรอพเพอร์ตี้ มาเนจเมนท์ จำกัด หรือ LPP ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และทีมบริหารโครงการลงพื้นที่ดูแลลูกค้าและพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ ในช่วงที่ผ่านมา พร้อมเปิด War Room24 ชั่วโมง ตั้งแต่เกิดเหตุ เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูล ประเมินความเสี่ยง ประสานทีมเข้าช่วยเหลือ ในโครงการภายใต้การดูแลจำนวน 290 โครงการ โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของทุกคนเป็นอันดับแรก
การรับมือสถานการณ์อย่างเป็นระบบ
จัดตั้ง War Room เพื่อติดตามและสื่อสารกับลูกค้าแต่ละโครงการและพนักงาน พร้อมบริหารอัตรากำลังทีมงานให้เหมาะสมกับการเข้าช่วยเหลือในแต่ละพื้นที ทั้งนี้ระดับการช่วยเหลือโดยแยกเป็น 4 ระดับ เพื่อวางแนวทางการจัดการที่เหมาะสม ได้แก่
- ระดับสีแดงเข้ม : น้ำเข้าพื้นที่ส่วนกลาง และลิฟต์ ติดตั้งปั๊มสูบน้ำเพิ่มในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบ กรณีกระทบระบบไฟฟ้า หรือประปา อาจมีการตัดการจ่ายไฟ หรือน้ำในอาคาร เพื่อความปลอดภัย โดยนิติฯ จะแจ้งล่วงหน้า
- ระดับสีแดง : น้ำเข้าโครงการ แต่ส่วนกลางและห้องเครื่องใช้งานได้ปกติ ติดตั้งปั๊มเพิ่มที่ประตูระบายน้ำเพื่อเร่งระบาย และวางกระสอบทรายกั้นแนวห้องเครื่อง และห้องส่วนกลาง
- ระดับสีเหลือง : เฝ้าระวัง ยังไม่ได้รับผลกระทบ เฝ้าระวังและเตรียมปั๊มสูบน้ำไว้ที่ประตูระบายน้ำพร้อมใช้งานทันที
- ระดับสีเขียว : สถานการณ์ปกติ นิติบุคคลเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด จะแจ้งให้ทราบทันทีหากมีการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์
นอกจากนี้ยังเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินและอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลให้พร้อมใช้งาน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากไฟฟ้ารั่วหรือไฟฟ้าดูด รวมถึงสัตว์มีพิษ
มาตรการเข้าช่วยเหลือ
- เสริมแนวกั้นน้ำในจุดเสี่ยงด้วยสมาร์ทบอร์ดและกระสอบทรายกว่า 10,000 กระสอบ
- ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และติดตามระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันพื้นที่สำคัญและระบบสาธารณูปโภค อาทิ ห้องเครื่อง ระบบน้ำ และระบบไฟฟ้า
- จัดรถและเรือสำหรับเข้าช่วยเหลือในพื้นที่ที่มีระดับน้ำสูงเพื่ออพยพ – เคลื่อนย้ายผู้ป่วย – ส่งอาหาร
- เตรียมพื้นที่พักพิงหรือห้องพักชั่วคราวในกรณีฉุกเฉิน อำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือลูกค้า – พนักงาน อย่างต่อเนื่อง
- จัดส่งถุงยังชีพ และสิ่งของจำเป็นให้แก่ลูกค้า และพนักงานที่ได้รับผลกระทบ
- สำหรับพนักงานที่ได้รับผลกระทบ บริษัทฯ เปิดช่องทางให้แจ้งข้อมูลและขอรับความช่วยเหลือ ปรับรูปแบบการทำงานเป็น WFH สำหรับพนักงานที่มีข้อจำกัดด้านการเดินทาง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและลดผลกระทบจากสถานการณ์
- มอบเงินช่วยเหลือพนักงานที่ได้รับผลกระทบ 3,000 บาทต่อราย พร้อมวงเงินกู้เพื่อการซ่อมแซมบ้านพักอาศัยหลังน้ำลด
- จัดเตรียมทีมงานแต่ละส่วน ทั้งทีมก่อสร้างจาก LPN, นิติบุคคลจาก LPP, แม่บ้านจาก LPC รวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจาก LSS ให้ความช่วยเหลือ
แนวทางการฟื้นฟูหลังน้ำลด
- ทีมงาน LPS ตรวจสอบพื้นที่และระบบสำคัญ ได้แก่ ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ ระบบลิฟต์ ห้องเครื่อง และระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ เช่น ระบบระบายน้ำ ท่อ รางน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงจากการอุดตัน ก่อนทยอยเปิดใช้งานตามความพร้อมของแต่ละโครงการ
- ทีมงาน LPC จัดเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์เพื่อดำเนินการ Big Cleaning เพื่อเร่งคืนพื้นที่ให้แก่ลูกค้า “สะอาด–ปลอดภัย–พร้อมใช้งาน”
ทั้งนี้ จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กลุ่มบริษัท LPN สามารถบริหารจัดการและเข้าดูแลช่วยเหลือโครงการที่ได้รับผลกระทบได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบัน โครงการส่วนใหญ่สามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่โครงการที่ยังคงได้รับผลกระทบ บริษัทฯ ยังคงจัดกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมอุปกรณ์และทรัพยากรที่จำเป็นเข้าดูแลและเร่งฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง
LPN และ LPP ยังคงติดตามสถานการณ์ในหลายโครงการและพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งให้ความช่วยเหลือตามความจำเป็นอย่างเต็มกำลัง เพื่อดูแลทั้ง เพื่อนบ้าน ชุมชน และพนักงานของเรา ให้ผ่านสถานการณ์นี้ไปอย่างปลอดภัย เพราะเราเชื่อว่า การดูแลที่ดีไม่ใช่แค่ในวันที่ทุกอย่างปกติ แต่คือการอยู่เคียงข้างกันในวันที่ต้องการความช่วยเหลือที่สุด







