thansettakij
thansettakij
น้ำเหนือจ่อกรุงเทพฯ นักวิชาการชี้โจทย์ใหญ่คุมคันกั้นน้ำ–เร่งระบาย

น้ำเหนือจ่อกรุงเทพฯ นักวิชาการชี้โจทย์ใหญ่คุมคันกั้นน้ำ–เร่งระบาย

มวลน้ำเหนือจากเขื่อนเจ้าพระยาจ่อเข้ากรุงเทพฯ โดยมีโจทย์สำคัญคือการควบคุมแนวคันกั้นน้ำทางตอนเหนือซึ่งมีจุดอ่อนหรือ "ฟันหลอ" เพื่อป้องกันน้ำเข้าพื้นที่ชั้นใน นักวิชาการชี้การระบายน้ำทำได้จำกัด เนื่องจากพื้นที่ฝั่งตะวันตกและตะวันออกก็ประสบปัญหาน้ำท่วม

KEY

POINTS

  • มวลน้ำเหนือจากเขื่อนเจ้าพระยาจ่อเข้ากรุงเทพฯ โดยมีโจทย์สำคัญคือการควบคุมแนวคันกั้นน้ำทางตอนเหนือซึ่งมีจุดอ่อนหรือ "ฟันหลอ" เพื่อป้องกันน้ำเข้าพื้นที่ชั้นใน
  • การระบายน้ำทำได้จำกัด เนื่องจากพื้นที่ฝั่งตะวันตกและตะวันออกก็ประสบปัญหาน้ำท่วม ทำให้ต้องพิจารณาระบายผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาลงสู่กรุงเทพฯ ซึ่งต้องบริหารจัดการอย่างระมัดระวังและเผชิญข้อจำกัดจากน้ำทะเลหนุน
  • นักวิชาการเสนอแนวทางแก้ปัญหาระยะยาว ได้แก่ การสร้างทางผันน้ำสายใหม่ (ชัยนาท-ป่าสัก) และปรับปรุงระบบชลประทานฝั่งตะวันออก เพื่อลดปริมาณน้ำที่ไหลผ่านกรุงเทพฯ และเพิ่มประสิทธิภาพการระบาย

รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีน้ำเหนือเพิ่มปริมาณและเตรียมเข้าสู่พื้นที่ภาคกลางว่า น้ำที่ระบายจากเขื่อนเจ้าพระยาได้ไหลเข้ามาใกล้พื้นที่รังสิตแล้ว โดยแนวทางรับมือสำคัญคือการใช้คันกั้นน้ำทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ เพื่อสกัดและควบคุมทิศทางน้ำ ไม่ให้ไหลเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน

อย่างไรก็ตาม แนวคันกั้นน้ำบางจุดยังมีช่องว่างหรือจุดที่เรียกว่า “ฟันหลอ” ซึ่งต้องใช้กระสอบทรายเข้ามาเสริมปิดกั้น ทำให้การดูแลแนวป้องกันน้ำเป็นภารกิจสำคัญในช่วงที่มวลน้ำเหนือเคลื่อนตัวลงมา

รศ.ดร.สุทธิศักดิ์ อธิบายว่า การจัดการน้ำเหนือแตกต่างจากการรับมือน้ำฝนในกรุงเทพฯ เพราะน้ำฝนที่ตกลงมาในพื้นที่เมืองเปรียบเสมือนน้ำในแอ่งที่ต้องเร่งสูบออก ขณะที่น้ำเหนือเป็นมวลน้ำจากภายนอกซึ่งต้องควบคุมไม่ให้ไหลเข้าพื้นที่ และหาทางผันหรือระบายออกไปยังปลายทาง
ชี้ทางเลือกผันน้ำมีจำกัด ต้องรักษาคันกั้นน้ำ

สำหรับการผันน้ำไปยังพื้นที่ฝั่งตะวันตกหรือตะวันออกเพื่อระบายออกทะเลนั้น มีข้อจำกัดจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ปลายน้ำ โดยฝั่งตะวันตกมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำในลุ่มน้ำแม่กลองและท่าจีน ขณะที่ฝั่งตะวันออกและพื้นที่ฉะเชิงเทราก็เผชิญปัญหาน้ำเช่นกัน

ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว การระบายน้ำผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา ลงสู่กรุงเทพฯ และออกสู่อ่าวไทย จึงเป็นแนวทางที่มีการพิจารณาในสถานการณ์ขณะนั้น แต่ต้องบริหารจัดการอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้มวลน้ำสร้างผลกระทบต่อพื้นที่เมืองมากขึ้น อีกปัจจัยที่ต้องติดตามคือระดับน้ำทะเลหนุน ซึ่งเป็นข้อจำกัดต่อการระบายน้ำ 

เปิดแผนบริหารน้ำระยะยาว ลดแรงกดดันกรุงเทพฯ

นอกจากการรับมือเฉพาะหน้าแล้ว การเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำยังเป็นอีกแนวทางสำคัญ โดยมี 2 โครงการที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณา ได้แก่

1. ทางผันน้ำชัยนาท–ป่าสัก ลงสู่อ่าวไทย
แนวทางนี้มุ่งเพิ่มทางเลือกในการผันน้ำจากพื้นที่ลุ่มน้ำป่าสักและน้ำเหนือให้ระบายออกสู่ทะเลได้โดยไม่ต้องผ่านกรุงเทพฯ ทั้งหมด โดยรศ.ดร.สุทธิศักดิ์ มองว่า หากมีเส้นทางผันน้ำดังกล่าว จะช่วยลดปริมาณน้ำที่ต้องไหลผ่านพื้นที่กรุงเทพฯ และบรรเทาแรงกดดันต่อระบบป้องกันน้ำท่วมในเขตเมืองได้

2. ปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาตอนล่างฝั่งตะวันออก
อีกแนวทางคือการปรับปรุงคลองชลประทานและอาคารระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำลงสู่อ่าวไทย โดยสามารถช่วยได้ทั้งน้ำเหนือที่ต้องจัดเส้นทางระบาย และน้ำฝนที่สะสมในพื้นที่ลุ่มต่ำของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกและจังหวัดสมุทรปราการ เช่น ลาดกระบังและบางบ่อ

ทั้งนี้ การจัดการน้ำจำเป็นต้องแยกให้ชัดระหว่างน้ำเหนือกับน้ำฝน เพราะเป็นน้ำคนละประเภทและต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานรองรับแตกต่างกัน การเพิ่มความสามารถในการระบายน้ำฝั่งตะวันออกจึงอาจช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่เมืองได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทดแทนมาตรการป้องกันน้ำเหนือได้ทั้งหมด