thansettakij
thansettakij
อสังหาฯ EEC ส่งสัญญาณฟื้น โอนครึ่งปีแตะ 5.7 หมื่นล้านบาท

อสังหาฯ EEC ส่งสัญญาณฟื้น โอนครึ่งปีแตะ 5.7 หมื่นล้านบาท

16 ก.ย. 69 | 09:07 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ก.ย. 69 | 09:07 น.

REIC เผยตลาดที่อยู่อาศัย EEC เริ่มฟื้นตัว รับมาตรการรัฐ หนุนโอนครึ่งปี 24,184 หน่วย มูลค่า 5.71 หมื่นล้านบาท ขณะใบอนุญาตก่อสร้างโต 27.9%

KEY

POINTS

  • ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ EEC ครึ่งแรกของปี 2569 ฟื้นตัวชัดเจน มีมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์รวม 57,060 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • การฟื้นตัวได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ เช่น การลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนอง และการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่
  • จังหวัดชลบุรีเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดใน EEC มีมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์สูงสุดที่ 39,249 ล้านบาท ตามมาด้วยระยองและฉะเชิงเทรา
  • แม้ยอดโอนจะฟื้นตัว แต่ผู้ประกอบการยังระมัดระวังในการเปิดโครงการใหม่ สะท้อนจากใบอนุญาตจัดสรรที่ดินที่ลดลง สวนทางกับใบอนุญาตก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รายงานสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ไตรมาส 2 และครึ่งแรกปี 2569 พบสัญญาณฟื้นตัวของตลาดจากแรงหนุนมาตรการภาครัฐ โดยเฉพาะการลดค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท รวมถึงการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย ส่งผลให้อุปสงค์การโอนกรรมสิทธิ์ขยายตัว ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมและการจ้างงานใน EEC ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด

โอน Q2 พุ่ง 21.7% มูลค่าโต 18.5%

REIC ระบุว่า ไตรมาส 2 ปี 2569 ตลาดที่อยู่อาศัย EEC มีการโอนกรรมสิทธิ์รวม 13,540 หน่วย มูลค่า 32,012 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.7% และ 18.5% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งมีการโอน 11,125 หน่วย มูลค่า 27,018 ล้านบาท

อสังหาฯ EEC ส่งสัญญาณฟื้น โอนครึ่งปีแตะ 5.7 หมื่นล้านบาท

เมื่อแยกตามประเภท พบว่าการโอนกรรมสิทธิ์แนวราบยังเป็นตลาดหลัก มีจำนวน 9,872 หน่วย คิดเป็น 72.9% ของการโอนทั้งหมด เพิ่มขึ้น 23.4% และมีมูลค่า 23,906 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.6% จากปีก่อน

ส่วนอาคารชุดมีการโอน 3,668 หน่วย คิดเป็น 27.1% เพิ่มขึ้น 17.4% ขณะที่มูลค่าการโอนอยู่ที่ 8,106 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.2% สะท้อนว่าการฟื้นตัวของอุปสงค์เกิดขึ้นทั้งตลาดแนวราบและคอนโดมิเนียม

สำหรับภาพรวมครึ่งแรกปี 2569 EEC มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยรวม 24,184 หน่วย เพิ่มขึ้น 17.1% จาก 20,660 หน่วยในช่วงเดียวกันของปี 2568 ขณะที่มูลค่าการโอนอยู่ที่ 57,060 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.7% จาก 50,644 ล้านบาท

การโอนแนวราบมีจำนวน 17,306 หน่วย เพิ่มขึ้น 22.5% และมีมูลค่า 42,011 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.0% ส่วนอาคารชุดมีการโอน 6,878 หน่วย เพิ่มขึ้น 5.2% แต่มีมูลค่า 15,048 ล้านบาท ลดลง 1.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ชลบุรีครองตลาดโอนสูงสุด EEC

หากพิจารณาการโอนกรรมสิทธิ์รายจังหวัดโดยเรียงตามมูลค่าในช่วงครึ่งแรกปี 2569 พบว่า ชลบุรียังเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของ EEC มีการโอน 15,928 หน่วย เพิ่มขึ้น 15.1% มูลค่า 39,249 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.8% จากปีก่อน

ในจำนวนดังกล่าวเป็นการโอนที่อยู่อาศัยแนวราบ 9,599 หน่วย มูลค่า 24,980 ล้านบาท โดยทาวน์เฮ้าส์มีการโอนมากที่สุด 4,271 หน่วย มูลค่า 7,768 ล้านบาท ขณะที่อาคารชุดมีการโอน 6,329 หน่วย มูลค่า 14,269 ล้านบาท

อันดับ 2 คือ ระยอง มีการโอน 6,165 หน่วย เพิ่มขึ้น 20.2% มูลค่า 13,319 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.7% โดยแนวราบมีจำนวน 5,733 หน่วย มูลค่า 12,663 ล้านบาท และบ้านเดี่ยวมีการโอนสูงสุด 2,671 หน่วย มูลค่า 6,823 ล้านบาท ส่วนอาคารชุดมีการโอน 432 หน่วย มูลค่า 656 ล้านบาท

อันดับ 3 คือ ฉะเชิงเทรา มีการโอน 2,091 หน่วย เพิ่มขึ้น 23.7% มูลค่า 4,492 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.7% โดยแนวราบมีจำนวน 1,974 หน่วย มูลค่า 4,369 ล้านบาท และบ้านเดี่ยวมีการโอนสูงสุด 841 หน่วย มูลค่า 2,130 ล้านบาท ขณะที่อาคารชุดมีการโอน 117 หน่วย มูลค่า 123 ล้านบาท

อสังหาฯ EEC ส่งสัญญาณฟื้น โอนครึ่งปีแตะ 5.7 หมื่นล้านบาท

ก่อสร้างโต 27.9% สวนทางใบอนุญาตจัดสรร

ด้านอุปทาน REIC พบภาพที่แตกต่างกันระหว่างการเตรียมโครงการจัดสรรกับการก่อสร้าง โดยครึ่งแรกปี 2569 มีการออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินเพียง 41 โครงการ ลดลง 24.1% และมีจำนวนหน่วย 2,265 หน่วย ลดลงถึง 43.9% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งมี 54 โครงการ 4,038 หน่วย

ประเภทที่ได้รับใบอนุญาตจัดสรรมากที่สุดคือบ้านแฝด 838 หน่วย คิดเป็น 37.0% รองลงมาคือบ้านเดี่ยว 781 หน่วย หรือ 34.5% และทาวน์เฮ้าส์ 619 หน่วย หรือ 27.3% ส่วนที่เหลือเป็นอาคารพาณิชย์และที่ดินจัดสรร

เมื่อแยกตามจังหวัด ชลบุรีมีจำนวนหน่วยได้รับใบอนุญาตจัดสรรสูงสุด 975 หน่วย หรือ 43.1% ของทั้งหมด แม้ลดลง 42.8% จากปีก่อน รองลงมาคือฉะเชิงเทรา 655 หน่วย หรือ 28.9% เพิ่มขึ้น 20.2% และระยอง 635 หน่วย หรือ 28.0% ลดลง 64.5%

อสังหาฯ EEC ส่งสัญญาณฟื้น โอนครึ่งปีแตะ 5.7 หมื่นล้านบาท

ในทางกลับกัน การออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยกลับขยายตัว โดยไตรมาส 2 ปี 2569 มีใบอนุญาตก่อสร้างรวม 8,311 หน่วย เพิ่มขึ้น 36.5% จากปีก่อน แบ่งเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ 7,206 หน่วย เพิ่มขึ้น 37.5% และอาคารชุด 1,105 หน่วย เพิ่มขึ้น 30.3%

ส่วนครึ่งแรกปี 2569 มีใบอนุญาตก่อสร้างประมาณ 15,147 หน่วย เพิ่มขึ้น 27.9% แบ่งเป็นแนวราบ 12,996 หน่วย เพิ่มขึ้น 20.6% และอาคารชุด 2,151 หน่วย เพิ่มขึ้นถึง 102.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

การขยายตัวของใบอนุญาตก่อสร้าง โดยเฉพาะอาคารชุด อาจสะท้อนความต้องการที่อยู่อาศัยของแรงงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ขณะที่การลดลงของใบอนุญาตจัดสรรที่ดินสะท้อนว่าผู้ประกอบการยังมีความระมัดระวังในการเปิดโครงการจัดสรรใหม่ แม้ตลาดด้านการโอนจะเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว

ชลบุรีนำก่อสร้าง 9,868 หน่วย

รายจังหวัดพบว่า ชลบุรีมีการออกใบอนุญาตก่อสร้างมากที่สุดในครึ่งแรกปี 2569 ประมาณ 9,868 หน่วย คิดเป็น 65.1% ของทั้งหมด เพิ่มขึ้น 51.9% จากปีก่อน แบ่งเป็นแนวราบ 7,817 หน่วย โดยบ้านเดี่ยวมีจำนวนมากที่สุด 5,322 หน่วย ตามด้วยทาวน์เฮ้าส์ 2,243 หน่วย และบ้านแฝด 178 หน่วย ส่วนอาคารชุดมี 2,051 หน่วย

ระยองมีใบอนุญาตก่อสร้างประมาณ 3,055 หน่วย คิดเป็น 20.2% ลดลง 16.5% โดยเป็นแนวราบ 3,029 หน่วย แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 1,850 หน่วย ทาวน์เฮ้าส์ 833 หน่วย และบ้านแฝด 194 หน่วย ขณะที่อาคารชุดมี 26 หน่วย

ส่วนฉะเชิงเทรามีใบอนุญาตก่อสร้างประมาณ 2,224 หน่วย คิดเป็น 14.7% เพิ่มขึ้น 32.0% จากปีก่อน เป็นแนวราบ 2,150 หน่วย โดยบ้านเดี่ยวมี 1,791 หน่วย ทาวน์เฮ้าส์ 311 หน่วย และบ้านแฝด 26 หน่วย ขณะที่อาคารชุดมี 74 หน่วย

อสังหาฯ EEC ส่งสัญญาณฟื้น โอนครึ่งปีแตะ 5.7 หมื่นล้านบาท

ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า แม้ผู้ประกอบการจะชะลอการขอใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน แต่การก่อสร้างที่อยู่อาศัยยังเดินหน้าขยายตัว โดยเฉพาะในชลบุรีและฉะเชิงเทรา สอดรับกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและตลาดแรงงานในพื้นที่ EEC ที่ยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อความต้องการที่อยู่อาศัย

ทั้งนี้ REIC ระบุว่า การฟื้นตัวของตลาดในช่วงครึ่งแรกปี 2569 ได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของ EEC โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมและการจ้างงานยังมีบทบาทต่ออุปสงค์ อย่างไรก็ตาม ทิศทางด้านอุปทานยังสะท้อนความระมัดระวังของผู้ประกอบการในการเปิดโครงการจัดสรรใหม่ ท่ามกลางตลาดที่อยู่ระหว่างการฟื้นตัว