
อสังหาฯ EEC ส่งสัญญาณฟื้น โอนครึ่งปีแตะ 5.7 หมื่นล้านบาท
REIC เผยตลาดที่อยู่อาศัย EEC เริ่มฟื้นตัว รับมาตรการรัฐ หนุนโอนครึ่งปี 24,184 หน่วย มูลค่า 5.71 หมื่นล้านบาท ขณะใบอนุญาตก่อสร้างโต 27.9%
KEY
POINTS
- ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ EEC ครึ่งแรกของปี 2569 ฟื้นตัวชัดเจน มีมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์รวม 57,060 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
- การฟื้นตัวได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ เช่น การลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนอง และการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่
- จังหวัดชลบุรีเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดใน EEC มีมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์สูงสุดที่ 39,249 ล้านบาท ตามมาด้วยระยองและฉะเชิงเทรา
- แม้ยอดโอนจะฟื้นตัว แต่ผู้ประกอบการยังระมัดระวังในการเปิดโครงการใหม่ สะท้อนจากใบอนุญาตจัดสรรที่ดินที่ลดลง สวนทางกับใบอนุญาตก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รายงานสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ไตรมาส 2 และครึ่งแรกปี 2569 พบสัญญาณฟื้นตัวของตลาดจากแรงหนุนมาตรการภาครัฐ โดยเฉพาะการลดค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดจำนองเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท รวมถึงการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย ส่งผลให้อุปสงค์การโอนกรรมสิทธิ์ขยายตัว ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมและการจ้างงานใน EEC ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาด
โอน Q2 พุ่ง 21.7% มูลค่าโต 18.5%
REIC ระบุว่า ไตรมาส 2 ปี 2569 ตลาดที่อยู่อาศัย EEC มีการโอนกรรมสิทธิ์รวม 13,540 หน่วย มูลค่า 32,012 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.7% และ 18.5% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งมีการโอน 11,125 หน่วย มูลค่า 27,018 ล้านบาท
เมื่อแยกตามประเภท พบว่าการโอนกรรมสิทธิ์แนวราบยังเป็นตลาดหลัก มีจำนวน 9,872 หน่วย คิดเป็น 72.9% ของการโอนทั้งหมด เพิ่มขึ้น 23.4% และมีมูลค่า 23,906 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.6% จากปีก่อน
ส่วนอาคารชุดมีการโอน 3,668 หน่วย คิดเป็น 27.1% เพิ่มขึ้น 17.4% ขณะที่มูลค่าการโอนอยู่ที่ 8,106 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.2% สะท้อนว่าการฟื้นตัวของอุปสงค์เกิดขึ้นทั้งตลาดแนวราบและคอนโดมิเนียม
สำหรับภาพรวมครึ่งแรกปี 2569 EEC มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยรวม 24,184 หน่วย เพิ่มขึ้น 17.1% จาก 20,660 หน่วยในช่วงเดียวกันของปี 2568 ขณะที่มูลค่าการโอนอยู่ที่ 57,060 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.7% จาก 50,644 ล้านบาท
การโอนแนวราบมีจำนวน 17,306 หน่วย เพิ่มขึ้น 22.5% และมีมูลค่า 42,011 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.0% ส่วนอาคารชุดมีการโอน 6,878 หน่วย เพิ่มขึ้น 5.2% แต่มีมูลค่า 15,048 ล้านบาท ลดลง 1.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ชลบุรีครองตลาดโอนสูงสุด EEC
หากพิจารณาการโอนกรรมสิทธิ์รายจังหวัดโดยเรียงตามมูลค่าในช่วงครึ่งแรกปี 2569 พบว่า ชลบุรียังเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของ EEC มีการโอน 15,928 หน่วย เพิ่มขึ้น 15.1% มูลค่า 39,249 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.8% จากปีก่อน
ในจำนวนดังกล่าวเป็นการโอนที่อยู่อาศัยแนวราบ 9,599 หน่วย มูลค่า 24,980 ล้านบาท โดยทาวน์เฮ้าส์มีการโอนมากที่สุด 4,271 หน่วย มูลค่า 7,768 ล้านบาท ขณะที่อาคารชุดมีการโอน 6,329 หน่วย มูลค่า 14,269 ล้านบาท
อันดับ 2 คือ ระยอง มีการโอน 6,165 หน่วย เพิ่มขึ้น 20.2% มูลค่า 13,319 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.7% โดยแนวราบมีจำนวน 5,733 หน่วย มูลค่า 12,663 ล้านบาท และบ้านเดี่ยวมีการโอนสูงสุด 2,671 หน่วย มูลค่า 6,823 ล้านบาท ส่วนอาคารชุดมีการโอน 432 หน่วย มูลค่า 656 ล้านบาท
อันดับ 3 คือ ฉะเชิงเทรา มีการโอน 2,091 หน่วย เพิ่มขึ้น 23.7% มูลค่า 4,492 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.7% โดยแนวราบมีจำนวน 1,974 หน่วย มูลค่า 4,369 ล้านบาท และบ้านเดี่ยวมีการโอนสูงสุด 841 หน่วย มูลค่า 2,130 ล้านบาท ขณะที่อาคารชุดมีการโอน 117 หน่วย มูลค่า 123 ล้านบาท
ก่อสร้างโต 27.9% สวนทางใบอนุญาตจัดสรร
ด้านอุปทาน REIC พบภาพที่แตกต่างกันระหว่างการเตรียมโครงการจัดสรรกับการก่อสร้าง โดยครึ่งแรกปี 2569 มีการออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินเพียง 41 โครงการ ลดลง 24.1% และมีจำนวนหน่วย 2,265 หน่วย ลดลงถึง 43.9% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ซึ่งมี 54 โครงการ 4,038 หน่วย
ประเภทที่ได้รับใบอนุญาตจัดสรรมากที่สุดคือบ้านแฝด 838 หน่วย คิดเป็น 37.0% รองลงมาคือบ้านเดี่ยว 781 หน่วย หรือ 34.5% และทาวน์เฮ้าส์ 619 หน่วย หรือ 27.3% ส่วนที่เหลือเป็นอาคารพาณิชย์และที่ดินจัดสรร
เมื่อแยกตามจังหวัด ชลบุรีมีจำนวนหน่วยได้รับใบอนุญาตจัดสรรสูงสุด 975 หน่วย หรือ 43.1% ของทั้งหมด แม้ลดลง 42.8% จากปีก่อน รองลงมาคือฉะเชิงเทรา 655 หน่วย หรือ 28.9% เพิ่มขึ้น 20.2% และระยอง 635 หน่วย หรือ 28.0% ลดลง 64.5%
ในทางกลับกัน การออกใบอนุญาตก่อสร้างที่อยู่อาศัยกลับขยายตัว โดยไตรมาส 2 ปี 2569 มีใบอนุญาตก่อสร้างรวม 8,311 หน่วย เพิ่มขึ้น 36.5% จากปีก่อน แบ่งเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ 7,206 หน่วย เพิ่มขึ้น 37.5% และอาคารชุด 1,105 หน่วย เพิ่มขึ้น 30.3%
ส่วนครึ่งแรกปี 2569 มีใบอนุญาตก่อสร้างประมาณ 15,147 หน่วย เพิ่มขึ้น 27.9% แบ่งเป็นแนวราบ 12,996 หน่วย เพิ่มขึ้น 20.6% และอาคารชุด 2,151 หน่วย เพิ่มขึ้นถึง 102.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
การขยายตัวของใบอนุญาตก่อสร้าง โดยเฉพาะอาคารชุด อาจสะท้อนความต้องการที่อยู่อาศัยของแรงงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ขณะที่การลดลงของใบอนุญาตจัดสรรที่ดินสะท้อนว่าผู้ประกอบการยังมีความระมัดระวังในการเปิดโครงการจัดสรรใหม่ แม้ตลาดด้านการโอนจะเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว
ชลบุรีนำก่อสร้าง 9,868 หน่วย
รายจังหวัดพบว่า ชลบุรีมีการออกใบอนุญาตก่อสร้างมากที่สุดในครึ่งแรกปี 2569 ประมาณ 9,868 หน่วย คิดเป็น 65.1% ของทั้งหมด เพิ่มขึ้น 51.9% จากปีก่อน แบ่งเป็นแนวราบ 7,817 หน่วย โดยบ้านเดี่ยวมีจำนวนมากที่สุด 5,322 หน่วย ตามด้วยทาวน์เฮ้าส์ 2,243 หน่วย และบ้านแฝด 178 หน่วย ส่วนอาคารชุดมี 2,051 หน่วย
ระยองมีใบอนุญาตก่อสร้างประมาณ 3,055 หน่วย คิดเป็น 20.2% ลดลง 16.5% โดยเป็นแนวราบ 3,029 หน่วย แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 1,850 หน่วย ทาวน์เฮ้าส์ 833 หน่วย และบ้านแฝด 194 หน่วย ขณะที่อาคารชุดมี 26 หน่วย
ส่วนฉะเชิงเทรามีใบอนุญาตก่อสร้างประมาณ 2,224 หน่วย คิดเป็น 14.7% เพิ่มขึ้น 32.0% จากปีก่อน เป็นแนวราบ 2,150 หน่วย โดยบ้านเดี่ยวมี 1,791 หน่วย ทาวน์เฮ้าส์ 311 หน่วย และบ้านแฝด 26 หน่วย ขณะที่อาคารชุดมี 74 หน่วย
ภาพรวมดังกล่าวสะท้อนว่า แม้ผู้ประกอบการจะชะลอการขอใบอนุญาตจัดสรรที่ดิน แต่การก่อสร้างที่อยู่อาศัยยังเดินหน้าขยายตัว โดยเฉพาะในชลบุรีและฉะเชิงเทรา สอดรับกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและตลาดแรงงานในพื้นที่ EEC ที่ยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อความต้องการที่อยู่อาศัย
ทั้งนี้ REIC ระบุว่า การฟื้นตัวของตลาดในช่วงครึ่งแรกปี 2569 ได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของ EEC โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมและการจ้างงานยังมีบทบาทต่ออุปสงค์ อย่างไรก็ตาม ทิศทางด้านอุปทานยังสะท้อนความระมัดระวังของผู้ประกอบการในการเปิดโครงการจัดสรรใหม่ ท่ามกลางตลาดที่อยู่ระหว่างการฟื้นตัว






