thansettakij
thansettakij
SC เร่งยอดโค้งท้าย ส่ง 8 ซีรีส์บ้านใหม่เจาะ 19 ทำเลทั่วกรุง 2.56 หมื่นล้าน

SC เร่งยอดโค้งท้าย ส่ง 8 ซีรีส์บ้านใหม่ เจาะ 19 ทำเลทั่วกรุง ดันเป้า 2.56 หมื่นล้าน

15 ก.ย. 69 | 04:31 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ก.ย. 69 | 04:37 น.

SC เดินหน้าต่อยอด Live and Learn Home เปิด 8 ซีรีส์ใหม่ 19 ทำเล หวังดันยอดขายโค้งท้าย พร้อมตั้งเป้าปิดขาย 19 โครงการ 2.56 หมื่นล้าน

KEY

POINTS

  • SC แอสเสท เปิดตัวบ้าน 8 ซีรีส์ใหม่ ใน 19 ทำเลทั่วกรุงเทพฯ เพื่อเร่งยอดขายในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี
  • ตั้งเป้าปิดการขายโครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมรวม 19 โครงการภายในสิ้นปี คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 25,600 ล้านบาท
  • ชูกลยุทธ์ “Live and Learn Home” พัฒนาแบบบ้านที่ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันและพื้นที่ใช้สอยได้ตามการใช้ชีวิตจริงของลูกค้า

บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เดินหน้ากลยุทธ์ “Live and Learn Home บ้านที่ปรับไปตามชีวิตที่เปลี่ยน” ในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี 2569 ด้วยการพัฒนาแบบบ้านใหม่ 8 ซีรีส์ ครอบคลุม 19 ทำเล ภายใต้ 5 แบรนด์หลัก เพื่อนำข้อมูลการอยู่อาศัยจริงของลูกค้ามาปรับฟังก์ชันและพื้นที่ใช้สอยให้ยืดหยุ่นมากขึ้น พร้อมคาดการณ์สามารถปิดการขายโครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมรวม 19 โครงการ มูลค่าโครงการกว่า 25,600 ล้านบาท ภายในสิ้นปี

นายมงกุฎ เตโชฬาร กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพัฒนาทรัพย์สินแนวราบและการตลาด บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC เปิดเผยว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้อยู่อาศัยในแต่ละทำเลและกลุ่มเป้าหมาย โดยปี 2569 คาดว่าจะสามารถปิดการขาย (Sold Out) โครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมในเครือได้ประมาณ 19 โครงการ คิดเป็นมูลค่าโครงการรวมกว่า 25,600 ล้านบาท

ณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและนวัตกรรม SC Asset และ มงกุฎ เตโชฬาร กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพัฒนาทรัพย์สินแนวราบและการตลาด SC Asset

ในจำนวนดังกล่าวมีโครงการที่ปิดการขายแล้ว 4 โครงการ ได้แก่ คอนนาเซอร์ พัฒนาการ, แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-ปิ่นเกล้า, วี คอมพาวด์ ติวานนท์-รังสิต และเวิร์คเพลส รามอินทรา-พระยาสุเรนทร์

ขณะที่อีก 15 โครงการอยู่ในช่วงใกล้ปิดการขาย เช่น แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด สุขสวัสดิ์-พระราม 3, แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด กรุงเทพกรีฑา และบางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์ เวสต์เกต

นายมงกุฎกล่าวว่า ปัจจัยที่สนับสนุนการปิดการขายมาจากการทำงานร่วมกันตั้งแต่การวางสินค้าให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย การทำกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการนำข้อมูลเชิงลึกจากการอยู่อาศัยจริงมาพัฒนาฟังก์ชันบ้าน โดยบริษัทต้องการให้สินค้าแต่ละแบรนด์และแต่ละทำเลตอบโจทย์พฤติกรรมของลูกค้าได้มากขึ้น

รื้อแบบบ้าน เน้น Space ปรับเปลี่ยนตามความต้องการผู้บริโภค

ด้าน นายณัฏฐกิตติ์ ศิริรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและนวัตกรรม บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC กล่าวว่า บริษัทต้องการผลักดันแนวคิด Individual-Centric ให้เกิดขึ้นตลอดกระบวนการพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยมีการเก็บข้อมูลประสบการณ์การอยู่อาศัยของลูกบ้านผ่านบริษัทวิจัย รวมถึงให้ผู้บริหารลงพื้นที่เยี่ยมลูกบ้านและรับฟังความคิดเห็นโดยตรง

นอกจากนี้ บริษัทยังมีการทำ Voice of Customer ด้วยการเชิญลูกค้ามาพูดคุยเป็นประจำ เพื่อเก็บทั้งปัญหา ความต้องการ และข้อเสนอแนะ ก่อนส่งต่อข้อมูลให้ทีมออกแบบนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์และฟังก์ชันใหม่

หนึ่งใน Pain Point ที่พบคือ พื้นที่ภายในบ้านไม่สอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละครอบครัว เนื่องจากบ้านส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ก่อสร้างเสร็จตามแบบที่กำหนดไว้แล้ว SC จึงนำแนวคิด Transformative Home มาใช้ เพื่อให้พื้นที่สามารถปรับเปลี่ยนตามจำนวนสมาชิกและกิจกรรมของผู้อยู่อาศัยได้มากขึ้น

แนวคิดดังกล่าวถูกนำไปพัฒนาเป็นฟังก์ชันต่าง ๆ อาทิ Double Living ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานได้, Equitable Bedroom ห้องนอนพี่น้องที่มีขนาดใกล้เคียงกัน, Secondary Pantry พื้นที่อเนกประสงค์บริเวณชั้น 2 และ His & Her Walk-in Closet

ขณะที่ฟังก์ชัน Cinematic Space ออกแบบให้พื้นที่ Living มีเพดานสูงและใช้กระจกบานใหญ่เพื่อเปิดมุมมองไปยังสวน ส่วน Open Space Living เน้นการใช้พื้นที่ร่วมกันของสมาชิกครอบครัว แม้แต่ละคนจะทำกิจกรรมแตกต่างกัน แต่ยังสามารถอยู่ในพื้นที่เดียวกันได้

SC เร่งยอดโค้งท้าย ส่ง 8 ซีรีส์บ้านใหม่ เจาะ 19 ทำเลทั่วกรุง ดันเป้า 2.56 หมื่นล้าน

เปิด 8 ซีรีส์ใหม่ เจาะ 19 ทำเล

สำหรับแคมเปญ Live and Learn Home ในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปี 2569 SC นำเสนอแบบบ้านภายใต้แนวคิด “บ้าน…ที่ปรับไปตามชีวิตที่เปลี่ยน จาก SC” จำนวน 8 ซีรีส์ใหม่ ใน 19 ทำเล ครอบคลุมแบรนด์ แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด, บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์, บางกอก บูเลอวาร์ด และเวนิว รวมถึงโครงการภายใต้แบรนด์เดอะ พาวิลเลียน

ปัจจุบันบริษัทเปิดตัวซีรีส์ใหม่แล้ว 4 รูปแบบ ได้แก่ Cape Dutch Revival, Modern Tropical, Pause Series และ Mid-Century Modern โดยพัฒนาจากข้อมูลการใช้ชีวิตจริงของลูกค้าและนำมาปรับเป็นทั้งรูปแบบสถาปัตยกรรม พื้นที่ใช้สอย และฟังก์ชันภายในบ้าน

นายณัฏฐกิตติ์กล่าวว่า เป้าหมายของแนวคิดนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มฟังก์ชันให้บ้าน แต่ต้องการให้พื้นที่สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของชีวิตผู้อยู่อาศัยในระยะยาว โดยมองว่าในปัจจุบันฟังก์ชันพื้นฐานของบ้านอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคที่มีรูปแบบการใช้ชีวิตหลากหลายมากขึ้น

มองตลาดบ้านแข่งฟังก์ชันแทนสงครามราคา

จากการประเมินตลาดในช่วงที่ผ่านมาของ SC มองว่าการแข่งขันในตลาดบ้านยังอยู่ในระดับสูง แต่ผู้ประกอบการเริ่มเรียนรู้จากภาวะตลาดที่เกิดขึ้นก่อนหน้า และมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์มากขึ้น แทนที่จะใช้การลดราคาเป็นเครื่องมือหลักในการแข่งขัน

นายณัฏฐกิตติ์กล่าวว่า SC จึงเลือกกลับมาให้ความสำคัญกับ Product และ Function โดยเฉพาะการบริหารพื้นที่และต้นทุนการก่อสร้าง เพื่อให้สามารถนำเสนอแบบบ้านที่มีความน่าสนใจในราคาที่แข่งขันได้ โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มต้นทุนจากองค์ประกอบที่ไม่จำเป็น

ในแง่เซ็กเมนต์ บริษัทมองว่ากลุ่มบ้านราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป ยังคงมีความแข็งแกร่ง ขณะที่ช่วงราคา 10-20 ล้านบาทยังเป็นตลาดที่บริษัทต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม โดยมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในเดือนพฤศจิกายน เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของแบรนด์บางกอก บูเลอวาร์ด

ส่วนแบรนด์ เวนิว บริษัทมีแผนเปิดตัว 3 โครงการ โดยต่อยอดจากแบบบ้าน Mid-Century Modern ซึ่งได้รับการตอบรับดี โดยเฉพาะฟังก์ชัน Double Living และระดับราคาประมาณ 7-12 ล้านบาท ก่อนนำแนวคิดดังกล่าวไปพัฒนาในทำเลโรงกษาปณ์ วิภาวดี, รังสิต คลอง 3 และมอเตอร์เวย์-พระราม 9

SC เร่งยอดโค้งท้าย ส่ง 8 ซีรีส์บ้านใหม่ เจาะ 19 ทำเลทั่วกรุง ดันเป้า 2.56 หมื่นล้าน

Q4 ลุ้นยอดขายฟื้น หลังครึ่งปีแรกไม่มีของใหม่

สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงาน นายณัฏฐกิตติ์ระบุว่า ยอดขายช่วงครึ่งปีแรกของ SC ยังเติบโตและดีกว่าปีก่อน ขณะที่ยอดโอนอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม ยอดขายได้รับผลจากการที่บริษัทมีสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดไม่มากนัก ทำให้คาดว่าการเติบโตจะกลับมาเห็นชัดขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 3 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 4 หลังจากทยอยเปิดตัวโครงการใหม่

SC ตั้งเป้ายอดขายทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 27,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขรวมธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ขณะที่เฉพาะธุรกิจแนวราบตั้งเป้ายอดขายประมาณ 16,000 ล้านบาท โดยบริษัทมองว่ายอดขายและยอดโอนมีแนวโน้มอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน

สำหรับช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทประเมินว่าไตรมาส 3 อาจชะลอตัวลงเล็กน้อย ก่อนที่ตลาดจะกลับมามีแรงส่งมากขึ้นในไตรมาส 4 จากการเปิดตัวสินค้าใหม่และกิจกรรมการตลาดในช่วงปลายปี

ขณะที่การซื้อบ้านด้วยเงินสดในกลุ่มลูกค้าแนวราบยังอยู่ที่ประมาณ 30% และยังไม่เห็นการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มบ้านราคาสูงกว่า 20 ล้านบาท ซึ่งยังมีกำลังซื้ออยู่ ขณะเดียวกัน SC เดินหน้าเจาะกลุ่ม High Net Worth มากขึ้น ซึ่งอาจช่วยรักษาสัดส่วนลูกค้าที่ซื้อด้วยเงินสดได้

นอกจากนี้ บริษัทมีความร่วมมือกับสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารยูโอบี เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้า Wealth และเพิ่มทางเลือกในการซื้อที่อยู่อาศัย โดยหนึ่งในรูปแบบที่บริษัทนำเสนอคือการใช้เงินฝากเป็นหลักประกันเพื่อขอสินเชื่อซื้อบ้าน ซึ่งช่วยตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีเงินฝากแต่ต้องการบริหารสภาพคล่อง

SC มองทำเลครอบคลุม ดันแคมเปญยาวถึงสิ้นปี

ทั้งนี้ SC มองว่าทำเลที่มีศักยภาพในช่วงท้ายปีมีความหลากหลาย โดยบริษัทมีโครงการครอบคลุมหลายพื้นที่ อาทิ บางนา กรุงเทพกรีฑา รามอินทรา โรงกษาปณ์ ราชพฤกษ์ และพื้นที่โดยรอบ ซึ่งแต่ละทำเลมีพฤติกรรมการตอบรับต่อสินค้าแตกต่างกัน

SC ระบุว่าแคมเปญ Live and Learn Home จะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2569 โดยเปิดให้ผู้บริโภคเข้าชมฟังก์ชันใหม่ของบ้านทั้ง 19 ทำเล เพื่อสัมผัสแนวคิดการออกแบบที่นำ Insight จากการอยู่อาศัยจริงมาปรับใช้

บริษัทมองว่า Live and Learn Home จะเป็นมากกว่าแคมเปญการตลาด แต่เป็นแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ต้องเดินหน้าต่อเนื่อง โดยการออกแบบบ้านจะต้องปรับตามพฤติกรรมและรูปแบบชีวิตของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ขณะที่ SC ยังเตรียมสื่อสารและทำกิจกรรมทางการตลาดต่อเนื่องในช่วงโค้งสุดท้าย เพื่อสร้างการรับรู้และผลักดันยอดขายตามเป้าหมายที่วางไว้