
กทม.ขยาย BKK Housing แพลตฟอร์มสู่ประชาชน ดันโมเดล “เช่า-ออม”
กทม. ยกระดับ BKK Housing Matching Platform จากกลุ่มบุคลากรสู่ประชาชน เปิดทางคนทำงานหาบ้านใกล้งาน ลดค่าเดินทาง พร้อมดันโมเดล “เช่า-ออม” ช่วยคนรุ่นใหม่วางแผนมีบ้าน
KEY
POINTS
- กทม. ขยายแพลตฟอร์ม BKK Housing จากเดิมที่ให้บริการเฉพาะบุคลากร กทม. สู่ประชาชนทั่วไป เพื่อช่วยหาที่อยู่อาศัยใกล้ที่ทำงานและลดภาระค่าเดินทาง
- ผลักดันโมเดล “เช่า-ออม” เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมซื้อบ้าน โดยเปิดโอกาสให้เช่าที่อยู่อาศัยพร้อมเก็บออมเงินเพื่อเตรียมความพร้อมในการซื้อบ้านในอนาคต
- ร่วมมือกับภาคเอกชนและสถาบันการเงิน จัดงาน BKK Housing Expo เพื่อรวบรวมโครงการที่อยู่อาศัย พร้อมให้คำปรึกษาด้านการเงินและการแก้ไขปัญหาหนี้
กรุงเทพมหานครเดินหน้าขยาย BKK Housing Matching Platform จากเดิมที่มุ่งให้บริการบุคลากร กทม. สู่ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานและคนรุ่นใหม่ หวังเพิ่มทางเลือกที่อยู่อาศัยใกล้สถานที่ทำงาน ลดภาระค่าเดินทาง พร้อมผลักดันโมเดล “เช่า-ออม” เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมซื้อบ้าน
นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังเป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน BKK Housing Matching Platform “บ้านใกล้งาน สู่ประชาชน” ว่า กทม. ได้ขยายแพลตฟอร์มจากการดูแลกลุ่มบุคลากร กทม. ไปสู่ประชาชนทั่วไป เพื่อให้คนทำงานสามารถค้นหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมทั้งในด้านทำเลและงบประมาณ ซึ่งจะช่วยลดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
จากสวัสดิการบุคลากร สู่ทางเลือกของคนเมือง
แนวคิดดังกล่าวเริ่มต้นจากการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของข้าราชการครู ซึ่งพบว่ามีอัตราการย้ายกลับภูมิลำเนาค่อนข้างสูงจากภาระค่าครองชีพ กทม. จึงนำแนวคิดการจัดหาที่อยู่อาศัยใกล้สถานที่ทำงานเข้ามาช่วยลดภาระของบุคลากร
“การจัดหาที่อยู่อาศัยที่อยู่ใกล้สถานที่ทำงานและมีอัตราค่าเช่าหรือค่าผ่อนที่สอดคล้องกับความสามารถในการจ่าย จะช่วยลดภาระค่าเดินทาง ประหยัดค่าใช้จ่าย และช่วยให้บุคลากรสามารถทำงานกับ กทม. ได้นานขึ้น” นายศานนท์กล่าว
จากแนวคิดดังกล่าว กทม. จึงขยายแพลตฟอร์มไปยังประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีรายได้และกำลังซื้อจำกัด หรือยังไม่พร้อมตัดสินใจซื้อบ้านในทันที พร้อมผลักดันโมเดล “เช่า-ออม” เพื่อช่วยให้ประชาชนเริ่มต้นมีที่อยู่อาศัยได้โดยไม่ต้องแบกรับภาระการกู้ซื้อทันที
โมเดล “เช่า-ออม” นี้จะช่วยเปิดทางให้ผู้สนใจเริ่มจากการเช่าที่อยู่อาศัยในโครงการที่เข้าร่วม พร้อมวางแผนเก็บออมเงินอย่างเป็นระบบระหว่างช่วงเช่า เพื่อสะสมเงินสำหรับเป็นเงินดาวน์หรือเตรียมความพร้อมก่อนซื้อบ้านในอนาคต แนวทางนี้เหมาะกับผู้ที่มีรายได้ประจำ แต่ยังมีเงินเก็บไม่เพียงพอ มีภาระหนี้ หรือยังไม่ผ่านเกณฑ์การขอสินเชื่อในปัจจุบัน
นอกจากช่วยให้ผู้เช่ามีที่อยู่อาศัยใกล้สถานที่ทำงานแล้ว โมเดลดังกล่าวยังช่วยลดความเสี่ยงจากการรีบซื้อบ้านเกินกำลัง เพราะผู้สนใจสามารถทดลองประเมินค่าใช้จ่ายจริง ทั้งค่าเช่า ค่าเดินทาง และภาระการออม ก่อนตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการซื้อหรือขอสินเชื่อในระยะต่อไป
จับมือเอกชนเพิ่มทางเลือกที่อยู่อาศัย
สำหรับ BKK Housing Matching Platform เป็นความร่วมมือระหว่าง กทม. สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย การเคหะแห่งชาติ และภาคเอกชน เพื่อรวบรวมโครงการที่อยู่อาศัยและเชื่อมโยงกับความต้องการของประชาชน โดยข้อมูล ณ วันที่ 2 กันยายน 2569 มีผู้ใช้งานแล้ว 3,912 ราย ผู้ประกอบการเข้าร่วม 50 บริษัท รวม 289 โครงการ และเกิดการจับคู่จองที่อยู่อาศัยแล้ว 60 ยูนิต
ขณะเดียวกัน กทม. เตรียมขยายการเข้าถึงแพลตฟอร์มผ่านงาน BKK Housing Expo ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคม 2569 ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง โดยมีพื้นที่จัดแสดงกว่า 60 บูธ จากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 30 ราย
ภายในงานจะรวบรวมที่อยู่อาศัยหลายทำเลและระดับราคา ตั้งแต่กลุ่มผู้เริ่มต้นสร้างตัวจนถึงโครงการที่มีระดับราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยเน้นให้สอดคล้องกับรายได้ ทำเล ความต้องการ และกำลังซื้อของคนทำงานในเมือง รวมถึงนำเสนอทางเลือกการเช่าและการวางแผนออมเงินสำหรับผู้ที่ยังไม่พร้อมซื้อบ้านทันที
นอกจากโครงการที่อยู่อาศัยแล้ว ยังมีสถาบันการเงิน หน่วยงานภาครัฐ และภาคีด้านที่อยู่อาศัยเข้าร่วม เพื่อให้ประชาชนสามารถเปรียบเทียบทางเลือก ขอคำปรึกษา และวางแผนการมีบ้านได้ในพื้นที่เดียว โดยผู้สนใจสามารถสอบถามเงื่อนไขของโครงการเช่า-ออม แนวทางการออมเงิน และความพร้อมในการขอสินเชื่อได้ภายในงาน
เติม “คลินิกการเงิน” แก้โจทย์คนกู้ไม่ผ่าน
อีกประเด็นที่ กทม. ให้ความสำคัญคือความพร้อมทางการเงิน โดยภายในงานจะมีพื้นที่ให้คำปรึกษาและคลินิกด้านการเงินและการแก้ไขปัญหาหนี้ สำหรับประชาชนที่มีภาระหนี้หรือมีข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ
บริการดังกล่าวจะเน้นให้คำแนะนำด้านการจัดการหนี้ การวางแผนปลดหนี้ และการฟื้นฟูความพร้อมทางการเงิน รวมถึงการเตรียมตัวด้านสินเชื่อ เพื่อให้ประชาชนมีความพร้อมมากขึ้นก่อนตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยในอนาคต โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการใช้ช่วงเวลาการเช่าเป็นระยะเตรียมตัวเข้าสู่โมเดลเช่า-ออม
ทั้งนี้ กทม. มองว่าการขยาย BKK Housing Matching Platform ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจับคู่ระหว่างผู้ซื้อกับโครงการที่อยู่อาศัย แต่เป็นการเชื่อมโยง “บ้าน-งาน-การเดินทาง-ความพร้อมทางการเงิน” พร้อมเพิ่มทางเลือกให้ประชาชนสามารถเริ่มต้นจากการเช่าและออม ก่อนก้าวไปสู่การเป็นเจ้าของบ้านตามกำลังซื้อและความพร้อมของแต่ละคน






