
ราคาวัสดุก่อสร้าง ก.ค. เพิ่ม 5.8% พลังงาน-ทองแดง ดันต้นทุน ส.ค.จ่อสูงต่อ
สนค.เผยดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือน ก.ค. 2569 เพิ่ม 5.8% ผลจากต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และค่าขนส่ง โดยอุปกรณ์ไฟฟ้า-ประปาพุ่ง 12.6% ขณะที่ ส.ค.มีแนวโน้มขยายตัวต่อ
KEY
POINTS
- ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกรกฎาคม 2569 เพิ่มขึ้น 5.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
- สาเหตุหลักมาจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นตามราคาพลังงานและวัตถุดิบสำคัญอย่างทองแดง ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในต่างประเทศ
- คาดการณ์ว่าราคาวัสดุก่อสร้างในเดือนสิงหาคมจะยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากปัจจัยด้านราคาพลังงานและทองแดงที่ยังอยู่ในระดับสูง
ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น สนค. เผย ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนก.ค. 2569 อยู่ที่ 112.8 เพิ่มขึ้น 5.8% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน จากราคาวัตถุดิบ พลังงาน และค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่แนวโน้มเดือนสิงหาคมยังมีโอกาสขยายตัวต่อเนื่องจากราคาพลังงานและทองแดงในตลาดโลกที่อยู่ในระดับสูง
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกรกฎาคม 2569 เท่ากับ 112.8 เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2568 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 5.8% โดยมีสาเหตุสำคัญจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบ พลังงาน และค่าขนส่ง ปรับสูงขึ้นจากผลกระทบสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ สูงขึ้น 4.7% จากการสูงขึ้นของไม้แบบ บานหน้าต่าง บานประตู จากราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน
หมวดซีเมนต์ สูงขึ้น 0.2% จากการสูงขึ้นของปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ และปูนกาวซีเมนต์ เนื่องจากมีความต้องการใช้ในโครงการก่อสร้างของภาครัฐ
หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต สูงขึ้น 9.3% คอนกรีตผสมเสร็จ คานคอนกรีตสำเร็จรูป พื้นคอนกรีตสำเร็จรูปอัดแรง และท่อระบายน้ำคอนกรีต เนื่องจากราคาวัตถุดิบ (ซีเมนต์ หิน ทราย) และค่าขนส่งเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้น เนื่องจากได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก สูงขึ้น 0.2% จากการสูงขึ้นของเมทัลชีท ชีทไพล์เหล็ก ท่อเหล็กดำ และลวดเหล็กเสริมคอนกรีตอัดแรง เนื่องจากราคาวัตถุดิบ (บิลเล็ต เศษเหล็ก) สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
หมวดกระเบื้อง สูงขึ้น 3.2% จากการสูงขึ้นของกระเบื้องเคลือบปูพื้น และกระเบื้องคอนกรีตมุงหลังคาเนื่องจากราคาพลังงาน (ก๊าซธรรมชาติ) และวัตถุดิบ (สารเคลือบ แร่ซิลิกา) ปรับสูงขึ้น
หมวดวัสดุฉาบผิว สูงขึ้น 1.8% จากการสูงขึ้นของสีน้ำอะคริลิคทาภายนอก สีเคลือบน้ำมัน และสีทาเคลือบพื้น Epoxy สูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ (ผงสี อีพ็อกซีเรซิน ตัวทำละลาย)
หมวดสุขภัณฑ์ สูงขึ้น 2.6% จากการสูงขึ้นของกระจกเงา ราวแขวนผ้าติดผนัง และที่ปัสสาวะเซรามิก เนื่องจากกระบวนการผลิตใช้พลังงานในปริมาณสูงส่งผลให้ต้นทุนการผลิตปรับเพิ่มขึ้น
หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา สูงขึ้น 12.6% จากการสูงขึ้นของสายไฟทุกชนิด อาทิเช่น สายเคเบิล THW สายส่งกำลังไฟฟ้า NYY และสายไฟฟ้า VCT ตามราคาวัตถุดิบหลัก (ทองแดง) ในตลาดโลกที่ปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากมีความต้องการใช้ในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด และเทคโนโลยีขั้นสูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้ายังคงอยู่ในระดับสูง และท่อพีวีซีสูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบ (เม็ดพลาสติก) สูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
หมวดวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ สูงขึ้น 13.0% จากการสูงขึ้นของยางมะตอยที่ราคาปรับตามราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่สถานการณ์ยังคงมีความรุนแรงและความไม่แน่นอน และวัสดุธรรมชาติ (หิน ดิน ทราย) ราคาสูงขึ้นตามต้นทุนค่าเชื้อเพลิงสำหรับใช้ในเครื่องจักร
นายนันทพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างในเดือนสิงหาคม 2569 คาดว่าจะยังขยายตัวต่อเนื่อง จากหลายปัจจัย ดังนี้
1. ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค (ตะวันออกกลาง และรัสเซีย – ยูเครน) มีแนวโน้มทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันและราคาพลังงานมีความผันผวนสูง
2. ราคาทองแดงในตลาดโลกยังคงอยู่ในระดับสูง จากความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและการก่อสร้าง Data Center เพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ราคาของสายไฟฟ้าทุกชนิดปรับราคาสูงขึ้น
3. ความต้องการใช้สินค้าวัสดุก่อสร้างในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและโครงการด้านสาธารณูปโภคของภาครัฐ





