thansettakij
thansettakij
‘เวลเนส เรียลเอสเตท’บูม แสนล้าน บิ๊กเนแห่ผุดรับสังคมสูงวัย

‘เวลเนส เรียลเอสเตท’บูม แสนล้าน บิ๊กอสังหาฯแห่ผุดรับสังคมสูงวัย

28 ส.ค. 69 | 00:34 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ส.ค. 69 | 00:51 น.

‘เวลเนส เรียลเอสเตท’ บูม  บิ๊กเนม แห่ผุด รับสังคมสูงวัย แสนสิริ นำร่องกรุงเทพกรีฑา 6,000ล้าน ออริจิ้น –แอสเซทไวส์ ยึดภูเก็ต   ศุภาลัย –พฤกษา เน้นตอบโจทย์คุณภาพชีวิต อรสิริน -กานดา ปรับใหญ่   การเคหะฯ ปูพรมผู้มีรายได้น้อย จุฬาฯติดอาวุธผู้ประกอบการ 

KEY

POINTS

  • ตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาวะ (Wellness Real Estate) เติบโตสูง คาดมีมูลค่าตลาดระดับแสนล้านบาท เพื่อรองรับสังคมสูงวัยและกลุ่มผู้มีกำลังซื้อ
  • ผู้ประกอบการอสังหาฯ รายใหญ่หลายค่าย เช่น แสนสิริ, ออริจิ้น, พฤกษา, MQDC ต่างเข้ามาลงทุนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่เน้นด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี
  • โครงการใหม่ๆ มีความหลากหลาย ตั้งแต่ระดับลักชัวรีไปจนถึงราคาที่เข้าถึงได้ โดยมุ่งเน้นการออกแบบเพื่อรองรับการใช้ชีวิตของผู้สูงวัยและผนวกบริการทางการแพทย์เข้ากับที่อยู่อาศัย

 

อสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ในภาวะที่กำลังซื้อโดยรวมอ่อนแรง ตลาด Wellness Real Estate กลับมีแนวโน้มเติบโต โดยได้รับแรงหนุนจากกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง รวมถึงกลุ่มผู้สูงวัยที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เจาะกำลังซื้อทั้งไทยและต่างชาติ

เวลแนส เรียลเอสเตทบูม

ศาสตราจารย์ไตรรัตน์ จารุทัศน์ อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรมหาวิทยาลัย  สะท้อนว่า ปัจจุบัน ตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาวะ หรือ เวลเนส เรียลเอสเตท กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ท่ามกลางความท้าทายของโครงสร้างสังคมสูงวัย    มองว่าเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการที่จะพัฒนา โครงการที่อยู่อาศัยให้สอดรับความต้องการของผู้บริโภค และพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป   โดยไม่จำเป็นต้องเป็นกลุ่มระดับบนเท่านั้นแต่สามารถ เจาะตลาดระดับกลาง-ล่าง ให้เข้าถึงกับคนทุกกลุ่มวัยได้ โดยเฉพาะการนำโครงการเก่ามาปรับให้พื้นที่ด้านล่างเป็นห้องผู้สูงวัยและติดตั้งอุปกรณ์รองรับ 

 “ตลาดส่วนใหญ่ยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มลูกค้าระดับบน ขณะที่ช่องว่างสำคัญของอุตสาหกรรมคือการพัฒนาที่อยู่อาศัยระดับกลาง ที่เข้าถึงได้จริง ตลอดจนองค์ความรู้ในการนำอาคารเดิมมาปรับปรุง ผสานกับแนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคน และการดูแลสุขภาวะทางจิตใจ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ จุฬาฯเองได้พัฒนาหลักสูตรนี้ เป็นรายแรกเพื่อตอบโจทย์การขยายตัวของตลาดและติดอาวุธให้ผู้ประกอบการ”

บิ๊กอสังหาฯบุกเวลเนสแสนล้าน

ล่าสุดผู้ประกอบการไทยจำนวนไม่น้อยขยับเข้าสู่ตลาดเวลเนส เรียลเอสเตท กันมาก แม้ว่ายังเป็นกลุ่มไม่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับเวลเนสทั้งระบบ แต่ประเมินว่าจะอยู่ที่ระดับแสนล้านบาท ที่สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ และทุก ธุรกิจเวลเนส ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล อาหาร ยา  สปา วัสดุอุปกรณ์ นวัตกรรม ฯลฯ  จะรวมศูนย์ไปที่ เวลเนส เรียลเอสเตท ที่ขยายตัวจากความต้องการของผู้บริโภค

ทั้งนี้บริษัทอสังหาริมทรัพย์ ที่เข้ามาสู่ตลาดเวลเนส ที่เห็นเด่นชัด บริษัทแสนสิริ จำกัด(มหาชน) ออริจิ้น แอสเซทไวส์ พฤกษา ศุภาลัย  เจ้าพระยามหานคร  นอกเหนือไปจาก  เจ้าตลาดใหญ่ มิกซ์ยูสอย่างเดอะ ฟอเรสเทียส์โครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่บนพื้นที่ 398 ไร่ ริมถนนบางนา-ตราด กม. 7 โดยMQDC  จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้  เครือธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) โครงการมิกซ์ยูส เวลเนส เรสซิเดนซ์ 140 ไร่ ในย่านรังสิต  BDMS  มิกซ์ยูสทางการแพทย์ ย่านสารสิน  อีกทั้ง ตรีวนันดา  โครงการที่อยู่อาศัย ระดับอัลตร้าลักชัวรีและเวลเนสคอมมูนิตี้  600ไร่ จังหวัดภูเก็ต   โดย มนทาระ ฮอสพิตาลิตี้กรุ๊ป เป็นต้น 

แสนสิริปักหมุดกรุงเทพกรีฑา6,000ล้าน

สำหรับค่ายใหญ่ แสนสิริ  พัฒนา โครงการ บุราสิริ เวลล์ กรุงเทพกรีฑา มูลค่า 6,000 ล้านบาท  นับเป็นครั้งแรกกับบ้านแนวคิด Well-being และเป็นโครงการนำร่องใน Sansiri Wellscape Krungthep Kreetha Community บนพื้นที่กว่า 142 ไร่  ติดถนนใหญ่กรุงเทพกรีฑาตัดใหม่ ฝั่งขาเข้าเมือง  ที่เปิดตัวไตรมาส3  จำนวน  192 ยูนิตราคาเริ่มต้นที่23ล้านบาท     

ออริจิ้น-แอสเซทไวส์ ยึดภูเก็ต

 ค่ายออริจิ้น วางกลยุทธ์ “ORIGIN Portfolio Evolution 2026” เดินหน้าขยายธุรกิจรับเทรนด์ Wellness และ Longevity Economy โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์สุขภาพและคุณภาพชีวิตระยะยาว  เตรียมเปิดตัว Origin Wellness Residence Phuket มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 3.79 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการของคนรักสุขภาพ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มองหาที่อยู่อาศัยเพื่อการลงทุนในตลาดเวลเนสและลองจิวิตี้ที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน บริษัทจะนำธุรกิจ Origin Healthcare เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ผ่าน Wellness Club และ Health Club ที่ให้บริการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน รวมถึงแผนพัฒนา Mediplex สหคลินิกด้านสุขภาพและความงาม กายภาพบำบัด และพื้นที่ค้าปลีกสินค้าสุขภาพ สะท้อนการเปลี่ยนบทบาทของอสังหาริมทรัพย์จากที่อยู่อาศัยสู่สภาพแวดล้อมที่สนับสนุนการมีอายุยืนยาวและคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมสร้างระบบนิเวศด้านสุขภาพที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคในอนาคต

ด้าน ค่ายแอสเซทไวส์ วางแผนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจในเครือที่เกี่ยวข้องกับ Wellness ในปี 2569 ภายใต้วิสัยทัศน์ “EMPOWERING THE FUTURE” โดยมุ่งพัฒนา Lifestyle Ecosystem ที่เชื่อมโยงที่อยู่อาศัย บริการสุขภาพ โรงแรม คอมมูนิตี้มอลล์ และกิจกรรมการใช้ชีวิตเข้าด้วยกัน เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การใช้ชีวิตระยะยาว และการเตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเกษียณ

โครงการสำคัญที่สะท้อนแนวคิดดังกล่าว ได้แก่ THE TITLE Heritage Bang-Tao โครงการคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียมในย่านบางเทา จังหวัดภูเก็ต มูลค่าโครงการกว่า 6,000 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 15 ไร่ ตอบโจทย์ทั้งผู้ที่มองหาที่อยู่อาศัยเพื่อการพักผ่อน บ้านหลังที่สอง และการลงทุนในทำเลที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและการอยู่อาศัยระยะยาว

อีกหนึ่งโครงการสำคัญคือ THE TITLE VILLA KIRARA โครงการพูลวิลล่าระดับลักชัวรี ราคาเริ่มต้นประมาณ 29 ล้านบาท ตั้งอยู่ภายในเมกะโปรเจกต์มิกซ์ยูส THE TITLE PARK ซึ่งมีขนาดกว่า 100 ไร่ โครงการรองรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้ชีวิตแบบรีสอร์ตและให้ความสำคัญกับสุขภาพ ความสงบ และคุณภาพชีวิตในระยะยาว

นอกจากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแล้ว ASW ยังขยายธุรกิจบริการ Health & Wellness ผ่านบริษัทในเครือ ได้แก่ Vitala คลินิกกายภาพบำบัดและฟื้นฟูร่างกายที่ให้บริการโดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัย และ Rocket Fitness ฟิตเนสแนวคิดใหม่ที่เน้นทำเลเข้าถึงง่าย

ศุภาลัย-พฤกษา เน้นตอบโจทย์คุณภาพชีวิต

ขณะที่ ค่ายศุภาลัย พัฒนา ศุภวัฒนาลัย  สระบุรี โครงการบ้านพักตากอากาศและที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไป ตราคาเริ่มต้น: ประมาณ 1.3 ล้านบาท  สัญญาเช่าระยะยาวหรืออยู่ได้ตลอดชีพ พื้นที่ใช้สอยประมาณ 55 ตารางเมตร การออกแบบ เน้นปลอดภัย ไร้รอยต่อ ป้องกันการลื่นล้ม และติดตั้งปุ่มกดฉุกเฉินภายในบ้านและสายรัดข้อมือ

ด้านพฤกษา โฮลดิ้ง วางกลยุทธ์ “Lifetime Well-Living อยู่ดี…ทั้งชีวิต” เพื่อเชื่อมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เข้ากับบริการด้านสุขภาพ โดยมีโรงพยาบาลวิมุตและธุรกิจเฮลท์แคร์ในเครือเป็นส่วนสำคัญของแนวทางดังกล่าว หนึ่งในบริการที่นำมาเชื่อมกับโครงการคือ Family Doctor หรือแพทย์ประจำครอบครัว รวมถึงแพทย์เฉพาะทางและการตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน ปัจจุบันมีการนำร่องใน 14 โครงการ ครอบคลุมประมาณ 15,000 ยูนิต แนวทางนี้ทำให้ลูกบ้านสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้สะดวกขึ้น โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โรงพยาบาลวิมุต และหน่วยงานด้านสุขภาพอื่น ๆ ภายในเครือพฤกษา

กานดา –อรสิริน รับเทรนด์ผู้สูงอายุ

เช่นเดียวกับ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด นายอิสระ บุญยังกรรมการผู้จัดการมองว่าได้ให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้สูงวัย โดยหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจปี2540 หรือกว่า20ปีก่อนได้เริ่ม เพิ่มพื้นที่ด้านล่างเป็นห้องสำหรับผู้สูงอายุพร้อมกับอุปกรณ์  สำหรับบ้านทาวน์เฮ้าส์บ้านเดี่ยวทั่วไป ส่วนบ้านระดับบน มองว่า มีลิฟท์โดยสาร สามารถทำห้องผู้สูงอายุให้อยู่ชั้นบนได้ 

 ด้านอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในจังหวัดเชียงใหม่ นายอรรคเดช อุดมศิริธำรง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อรสิริน  ระบุว่า อรสิรินปรับทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยยกเลิกแนวคิดการสร้างโครงการเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุแบบแยกส่วน แล้วหันมาใช้กลยุทธ์การออกแบบที่อยู่อาศัยให้ตอบโจทย์การใช้งานตลอดช่วงชีวิต  เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถซื้อและใช้ชีวิตอยู่ได้ตั้งแต่อายุ 40 ปีไปจนถึงอายุ 80 ปี หรือสามารถอยู่ได้ต่อเนื่องยาวนานอีก 30 ปี โดยไม่ต้องย้ายที่อยู่อาศัยใหม่ ออกแบบเน้นฟังก์ชันการใช้งานที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตในวัย 70 ปีขึ้นไป

เช่น การจัดวางห้องนอนและห้องน้ำในพื้นที่ที่ไม่ต้องเดินขึ้นลงบันไดหลายชั้น และการปรับขนาดพื้นที่รอบบ้านไม่ให้กว้างขวางจนเกินไปเนื่องจากผู้สูงอายุอาจจะดูแลรักษาไม่ไหวในอนาคต โดยที่สมาชิกครอบครัวและลูกหลานยังคงสามารถร่วมอยู่อาศัยในบ้านหลังเดียวกันได้ สำหรับกลยุทธ์การรับมือและการให้บริการเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่อยู่อาศัยคนเดียวนั้น บริษัทได้แบ่งแนวทางดำเนินงานออกเป็นสองส่วนหลักคือ การออกแบบโครงสร้างของโครงการใหม่ให้รองรับการอยู่อาศัยระยะยาวจนถึงช่วงสูงวัย และการจัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาเพื่อบริหารจัดการธุรกิจบริการเสริม (Services) สำหรับดูแลผู้สูงอายุในโครงการเดิมโดยเฉพาะ

การเคหะฯปูพรมทั่วประเทศ

ทางด้านการเคหะแห่งชาติ ขับเคลื่อนโครงการที่อยู่อาศัยและคอมเพล็กซ์สำหรับผู้สูงอายุ เพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบในราคาที่จับต้องได้  ได้แก่พื้นที่บางละมุงและร่มเกล้าพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุรวมเกือบ 3,000 หน่วย โครงการบ้านเคหะสุขเกษม: อาคารเช่าสำหรับผู้เกษียณอายุโดยเฉพาะ โครงการบ้านสบายเพื่อยายตา โครงการปรับปรุงหรือสร้างบ้านให้ผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง โดยในปี  2569 มีเป้าหมายปรับปรุง 32 หลังใน 10 จังหวัด

อสังหาฯเวลเนส