thansettakij
thansettakij
เปิดโมเดล พม. เดินหน้าเปลี่ยน "ผู้สูงวัย" จากติดเตียง-ติดบ้าน สู่ติดสังคม

เปิดโมเดล พม. เปลี่ยน "ผู้สูงวัย" จาก "ติดเตียง-ติดบ้าน" สู่ติดสังคม

24 ส.ค. 69 | 04:15 น.
อัปเดตล่าสุด :24 ส.ค. 69 | 04:20 น.

"กรมกิจการผู้สูงอายุ" กระทรวง พม. เร่งเครื่องจับมือเอกชนรายใหญ่ สร้างงาน สร้างรายได้ ผลักดันผู้สูงวัยจากติดบ้านติดเตียง-ติดบ้าน สู่การมีคุณค่าในสังคม

KEY

POINTS

  • พม. ตั้งเป้าเปลี่ยนผู้สูงอายุจากภาวะพึ่งพิง "ติดเตียง" สู่การมีส่วนร่วมในสังคม "ติดสังคม" ผ่านการส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้
  • จับมือกับภาคเอกชนรายใหญ่ เช่น ซีพี ออลล์ ในการส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ และมีแผนขยายความร่วมมือไปยังบริษัทอื่น ๆ เพิ่มเติม
  • นำเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบฐานข้อมูล (Big Data) มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงสวัสดิการและให้ความช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายเชิงรุก

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกลไกส่งเสริมอาชีพ การจับมือภาคเอกชน และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการเข้าถึงสวัสดิการอย่างแม่นยำ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไทยมีผู้สูงอายุแล้วกว่า 14 ล้านคน หรือคิดเป็นราว 22% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งถือเป็นความท้าทายสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขับเคลื่อน

นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงสถานการณ์ผู้สูงอายุในประเทศไทยในปัจจุบันว่า ขณะนี้มีจำนวนผู้สูงอายุแล้วกว่า 14 ล้านคน หรือคิดเป็นประมาณ 22% กว่า ของประชากรทั้งหมด เป็นความท้าทายครั้งสำคัญของกรมกิจการผู้สูงอายุในการส่งเสริมและขับเคลื่อนดูแลผู้สูงอายุกลุ่มนี้ โดยกรมฯ ตั้งเป้าผลักดันระเบียบโรงเรียนผู้สูงอายุและกลไกคลังปัญญาเพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพและสร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม

"ผมว่าตัวนี้เป็นส่วนหนึ่งครับที่ทำให้ผู้สูงอายุจากการติดบ้าน ติดเตียง ขึ้นมาติดสังคม ให้มาทำงานในเรื่องเกี่ยวกันสร้างอาชีพ ไม่ต้องพึ่งพาภาระของครอบครัว แต่เป็นการสร้างพลังอันยิ่งใหญ่สำหรับผู้สูงอายุเกิดขึ้น การส่งเสริมอาชีพและรายได้นี้ นอกจากจะช่วยสร้างพลังอันยิ่งใหญ่แล้ว ยังจะทำให้ผู้สูงอายุเกิดความเข้มแข็งและสามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข" นายโชคชัย  กล่าว

นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

จ้างงานผู้สูงวัย กระแสตอบรับดีเกินคาด เตรียมขยายผลจับมือเอกชนรายใหญ่

สำหรับการส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ ทั้งในส่วนของภาครัฐและภาคเอกชนถือเป็นภารกิจหลักและกลไกสำคัญที่ต้องผลักดันร่วมกัน โดยที่ผ่านมาทางกรมฯ ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับบริษัทเอกชนรายใหญ่อย่าง CP All (7-Eleven) ซึ่งพบว่าได้รับการตอบรับที่ดีอย่างมาก มีผู้สูงอายุแสดงความสนใจและต้องการเข้ามาทำงานอย่างหลากหลายและเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้กรมฯ มีแผนที่จะขยายผลการทำ MOU เพิ่มเติมไปยังกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ เช่น CP Extra, เซ็นทรัล และบิ๊กซี ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

"ต้องขอความร่วมมือแล้วก็ขอเชิญชวนพี่น้องเอกชนทุกท่านนะครับ มาทำ MOU กับเราครับ แล้วก็มีการส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุให้เยอะเยอะ ๆ ขึ้นครับ นั่นแหละครับทำ จะทำให้ผู้สูงอายุมีพลังและไม่เป็นภาระต่อสังคมต่อไปครับ" อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กล่าว

พร้อมกับระบุเพิ่มเติมว่า งานดูแลผู้สูงอายุไม่ใช่ภารกิจเฉพาะของกรมฯ หรือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพียงหน่วยงานเดียว แต่เป็นงานที่ต้องอาศัยการบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงแรงงาน, ภาค NGO, ภาครัฐ และภาคเอกชน  โดยทางกระทรวงฯ มีกลไกสำคัญในระดับพื้นที่อย่าง อพม. (อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) และ อพม. เชี่ยวชาญด้านผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นตัวกลางสำคัญในการลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือ ส่งเสริมการจ้างงาน ตลอดจนสนับสนุนการเข้าถึงสิทธิ์และสวัสดิการต่าง ๆ ของกระทรวงฯ ซึ่งครอบคลุมดูแลทั้งกลุ่มผู้สูงอายุ เด็ก และคนพิการอย่างทั่วถึง

"นิกร" เผยผลงาน 120 วัน ยกระดับดูแลประชาชน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงผลงาน 120 วันของกระทรวงภายใต้แนวคิด "ร่วมสร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน" ว่า พม. ได้ปรับระบบการทำงานใหม่ จากการเยียวยาปัญหาเฉพาะหน้า สู่การมองประชาชนเป็นรายคน รายครอบครัว และรายพื้นที่ พร้อมนำระบบดิจิทัลและเทคโนโลยี AI มาใช้ค้นหา เข้าถึง และติดตามดูแลกลุ่มเป้าหมายเชิงรุก แทนการรอให้ประชาชนเข้ามาขอรับความช่วยเหลือ

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

นายนิกร ระบุว่าจากการทำงานในตำแหน่ง รมว.พม.ในช่วง 4-5 เดือน ที่ผ่านมา ครอบคลุมทุกช่วงวัย อาทิ การพัฒนาระบบฐานข้อมูล MSDHS Big Data เชื่อมข้อมูลกลุ่มเปราะบางกับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 231,091 ราย ระบบ พม. Care สำหรับขอรับเงินสงเคราะห์ออนไลน์ การเชื่อมบริการคนพิการผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" ที่มีผู้ใช้งานกว่า 71,642 คน และการยกระดับสายด่วน พม. 1300 ด้วยเทคโนโลยี AI

นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนเงินอุดหนุนเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดกว่า 2.42 ล้านคน ปรับเบี้ยความพิการเป็น 1,000 บาท ดูแลผู้สูงอายุผ่านศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) 2,258 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมผู้สูงอายุ 169,150 คน ตลอดจนส่งเสริมการจ้างงานคนพิการกว่า 75,772 คน

"ก้าวต่อไปของกระทรวงจะไม่ใช่การทำโครงการแยกส่วน แต่เป็นการวางวาระรวมของระบบสังคมใหม่ เชื่อมโยงคน ครอบครัว ชุมชน เทคโนโลยี ที่อยู่อาศัย อาชีพ สวัสดิการ และกฎหมายเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ทุกนโยบายสามารถเปลี่ยนชีวิตประชาชนได้จริง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. กล่าว

กระทรวง พม. ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กับบริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ผนึกกำลังภาคเอกชน-สถาบันการศึกษา ต่อยอดพัฒนาอาชีพกลุ่มเปราะบาง

นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวง พม. เปิดเผยว่า กระทรวง พม. ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กับบริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพให้กลุ่มสตรีและครอบครัว ผ่านการฝึกอบรมวิชาชีพในศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว โดยมุ่งหวังสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

พม. ลงนาม MOU ความร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)

พร้อมกันนี้ พม. ยังได้ลงนาม MOU ความร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ การวิจัยและนวัตกรรม ความยั่งยืนด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐานตามหลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางในสังคมอย่างยั่งยืน