
ออริจิ้นเร่งเครื่องภูเก็ต ลงทุนเพิ่มกว่าหมื่นล้าน ดันพอร์ตแตะ 30,000 ล้าน
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าขยายการลงทุนในภูเก็ตต่อเนื่อง พร้อมทุ่มอีก 11,650 ล้านบาทในช่วง 3 ปีข้างหน้า ดันมูลค่ารวมแตะ 30,000 ล้านบาทในปี 2571 รับคลื่นรายได้ใหม่จากคอนโดและโรงแรม
KEY
POINTS
- ออริจิ้น (ORI) เตรียมลงทุนเพิ่มในภูเก็ตอีก 11,650 ล้านบาทในช่วงปี 2569-2571 เพื่อผลักดันให้พอร์ตการลงทุนรวมในจังหวัดแตะระดับ 30,000 ล้านบาท
- แผนลงทุนใหม่มุ่งเน้นการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม 9 โครงการ และโรงแรมอีก 2 แห่ง เพื่อขยายธุรกิจทั้งอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายและกลุ่มรายได้ประจำ
- ปัจจุบันบริษัทมีพอร์ตลงทุนในภูเก็ตแล้ว 18,350 ล้านบาท โดยมีกลุ่มลูกค้าต่างชาติเป็นกำลังซื้อหลัก โดยเฉพาะจากรัสเซีย โปแลนด์ และจีน
- บริษัทคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จากการลงทุนรอบใหม่ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2569 จากการทยอยส่งมอบโครงการและเปิดให้บริการโรงแรม
ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เดินหน้าขยายการลงทุนในจังหวัดภูเก็ตต่อเนื่อง ภายใต้วิสัยทัศน์ “Lifetime Company” และแนวคิด “Origin Infinity” หลังจากเข้ามาบุกตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตตั้งแต่ปี 2566 จนปัจจุบันมีมูลค่าการลงทุนรวม 18,350 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 และเตรียมลงทุนเพิ่มเติมอีก 11,650 ล้านบาทในช่วงปี 2569-2571 ส่งผลให้พอร์ตการลงทุนรวมขยายสู่ระดับ 30,000 ล้านบาทภายในปี 2571
นายธนกร วุฒิพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการบริหารธุรกิจตลาดต่างประเทศ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภูเก็ตยังคงเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก (World Class Destination) และเป็น “Global Safe Zone” ที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติในฐานะบ้านหลังที่สอง
ออริจิ้นถือเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากกรุงเทพฯ รายแรก ๆ ที่เข้ามาปักหมุดในตลาดภูเก็ต ผ่านโครงการ “ดิ ออริจิ้น กะทู้ ป่าตอง” ซึ่งเปิดพรีเซลในปี 2566 และได้รับการตอบรับอย่างดีจากทั้งลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ
ปัจจุบัน พอร์ตลงทุนมูลค่า 18,350 ล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ทั้งคอนโดมิเนียมและวิลล่า จำนวน 8 โครงการ รวม 3,937 ยูนิต มูลค่ารวม 15,650 ล้านบาท โดยมียอดขายเฉลี่ยมากกว่า 60% พร้อมพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสในสองทำเลหลัก ได้แก่ “ออริจิ้น รีสอร์ท เวิลด์ ภูเก็ต บางเทา บีช” และ “ออริจิ้น ลากูน เชิงทะเล ภูเก็ต”
ขณะที่ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกลุ่มรายได้ประจำ (Recurring Income) มีโครงการอยู่ระหว่างพัฒนา 3 แห่ง รวม 601 ห้องพัก มูลค่า 2,700 ล้านบาท ประกอบด้วย โรงแรม Motto Phuket Kata ภายใต้แบรนด์ของ Hilton และโรงแรม Moxy Cherngtalay กับ Moxy Phuket Chaofah ภายใต้เครือ Marriott Bonvoy
นายธนกรกล่าวว่า กลุ่มลูกค้าต่างชาติยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต โดยผู้ซื้อ 3 อันดับแรก ได้แก่ รัสเซีย สัดส่วน 46.6% โปแลนด์ 15.9% และจีน 6.4% ส่วนที่เหลืออีก 31.1% เป็นลูกค้าจากประเทศอื่น
ทุ่มเพิ่ม 1.16 หมื่นล้านบาทใน 3 ปี
สำหรับแผนลงทุนระยะถัดไปในช่วงปี 2569-2571 บริษัทเตรียมพัฒนาโครงการใหม่มูลค่ารวม 11,650 ล้านบาท แบ่งเป็นการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ 2 โครงการในย่านเชิงทะเลและกะทู้-ป่าตอง มูลค่า 3,500 ล้านบาทภายในปี 2569
ส่วนในช่วงปี 2570-2571 จะเปิดตัวคอนโดมิเนียมเพิ่มเติมอีก 7 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 8,150 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่บางเทา เชิงทะเล สุรินทร์ กะตะ และตัวเมืองภูเก็ต
ในด้านธุรกิจโรงแรม บริษัทมีแผนลงทุนเพิ่มเติมอีก 2 แห่ง มูลค่า 1,880 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาและเจรจากับพันธมิตร
เตรียมรับคลื่นรายได้ใหม่ปลายปีนี้
ออริจิ้นคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้รอบใหม่ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2569 เป็นต้นไป จากการส่งมอบโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยมีโครงการสำคัญ ได้แก่ “โซ ออริจิ้น บางเทา บีช” มูลค่า 2,800 ล้านบาท และ “บัลโค บางเทา บีช” มูลค่า 600 ล้านบาท
ขณะที่ธุรกิจโรงแรมจะทยอยเปิดให้บริการตามแผน ประกอบด้วย โรงแรม Moxy Phuket Chaofah ในไตรมาส 4 ปี 2569 โรงแรม Motto Phuket Kata ในไตรมาส 3 ปี 2571 และโรงแรม Moxy Cherngtalay ในไตรมาส 4 ปี 2571
นายธนกรกล่าวว่า ช่วงปี 2569-2571 จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากการลงทุนที่วางรากฐานไว้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งจากธุรกิจเพื่อขายและรายได้ประจำจากกลุ่มโรงแรม ซึ่งจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว





