
โรงแรมหรูภูเก็ตเผชิญแรงกดดัน นักท่องเที่ยวชะลอ แต่ซัพพลายยังเพิ่ม
คุชแมนฯ เผยโรงแรมหรูภูเก็ตครึ่งปีแรก 2569 ชะลอ นักท่องเที่ยวต่างชาติลด กดอัตราเข้าพัก-รายได้ห้องพักอ่อนตัว แต่ยังมีห้องใหม่กว่า 3,400 ห้องเตรียมเปิดใน 3 ปี
KEY
POINTS
- ตลาดโรงแรมหรูในภูเก็ตช่วงครึ่งปีแรก 2569 ชะลอตัวลง โดยจำนวนผู้เข้าพักลดลง 2.72% จากปัจจัยนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะกลุ่มเดินทางไกลลดลง
- อุปทานห้องพักยังคงขยายตัวสวนทางกับความต้องการ โดยมีโรงแรมใหม่ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างซึ่งจะเพิ่มซัพพลายอีกประมาณ 7% ในอนาคต
- ภาวะอุปสงค์และอุปทานที่ไม่สมดุลส่งผลให้ผลประกอบการโรงแรมลดลง ทั้งอัตราการเข้าพักเฉลี่ย ราคาห้องพัก และรายได้เฉลี่ยต่อห้อง
แม้จังหวัดภูเก็ตยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวระดับโลก แต่ภาพรวมตลาดโรงแรมระดับ Luxury และ Upscale ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว หลังจำนวนผู้เข้าพักโรงแรมอยู่ที่ 6.04 ล้านคน ลดลง 2.72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สงคราม-Low Season ซ้ำเติมแรงส่งท่องเที่ยว
ฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา บริษัท คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย ระบุว่า ปัจจัยหลักมาจากการลดลงของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่กระทบความเชื่อมั่นในการเดินทาง ประกอบกับค่าโดยสารเครื่องบินที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลจากยุโรป สหรัฐอเมริกา และประเทศในทวีปอเมริกาชะลอตัวลง
นอกจากนี้ ช่วงไตรมาสที่ 2 ยังเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season) หลังผ่านช่วงไฮซีซันปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปี ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยลดลงตามปัจจัยฤดูกาล
ซัพพลายยังเดินหน้า แม้ดีมานด์เริ่มแผ่ว
แม้อุปสงค์จะชะลอตัว แต่ฝั่งอุปทานยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงครึ่งแรกของปีมีโรงแรมระดับ Upscale เปิดให้บริการใหม่ 1 แห่ง จำนวน 280 ห้อง ส่งผลให้อุปทานโรงแรมระดับ Luxury และ Upscale ในภูเก็ตเพิ่มเป็น 49,380 ห้อง หรือเพิ่มขึ้น 0.57% จากครึ่งหลังของปี 2568
เมื่อพิจารณาตามพื้นที่ พบว่าโซนภูเก็ตตอนกลาง-ตะวันตก ซึ่งครอบคลุมพื้นที่หาดสุรินทร์ กมลา ป่าตอง และกะรน ยังคงเป็นทำเลหลักของตลาด คิดเป็นสัดส่วน 58.4% ของห้องพักทั้งหมด รองลงมาคือภูเก็ตตอนเหนือ 17.4% และภูเก็ตตอนใต้ 15.1%
อย่างไรก็ตาม อุปทานใหม่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีโรงแรมที่อยู่ระหว่างก่อสร้างรวมประมาณ 3,440 ห้อง ซึ่งมีกำหนดทยอยเปิดให้บริการระหว่างปี 2569-2571 คิดเป็นการเพิ่มขึ้นของอุปทานอีกราว 7% โดยส่วนใหญ่เป็นโรงแรมระดับ Upscale และกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ภูเก็ตตอนเหนือ
ข้อมูลยังสะท้อนว่า โรงแรมระดับ Upscale หรือระดับ 4 ดาว มีสัดส่วนมากที่สุดในตลาด คิดเป็นประมาณ 52% ของจำนวนห้องพักทั้งหมด ขณะที่โรงแรมระดับ Luxury มีสัดส่วน 48% โดยโรงแรมระดับ Upscale เติบโตต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 และในช่วงหลังมีการเปิดโครงการใหม่มากกว่าโรงแรมระดับ Luxury อย่างชัดเจน
สำหรับพื้นที่ที่ยังมีสัดส่วนโรงแรมระดับ Luxury สูง ได้แก่ พื้นที่หาดไม้ขาว หาดบางเทา รวมถึงโซนหาดกะตะและแหลมพันวา ซึ่งยังคงเป็นทำเลสำคัญของตลาดโรงแรมระดับบน
ผลประกอบการโรงแรมปรับตัวลดลง
ด้านผลประกอบการโรงแรม ภาพรวมปรับตัวลดลงทุกตัวชี้วัด โดยอัตราการเข้าพักเฉลี่ย (Occupancy Rate) อยู่ที่ 80% ลดลงจาก 84.1% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยต่อวัน (ADR) ลดลง 4% เหลือ 6,820 บาทต่อคืน ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักที่เปิดขาย (RevPAR) ลดลง 8.7% เหลือ 5,456 บาท จาก 5,975 บาทในช่วงครึ่งแรกของปี 2568
แม้ตัวเลขผลประกอบการจะอ่อนตัวลง แต่คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ มองว่าตลาดโรงแรมภูเก็ตยังมีแนวโน้มเติบโตในช่วงที่เหลือของปี โดยในปี 2568 จังหวัดภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวรวมทั้งชาวไทยและต่างชาติประมาณ 14.1 ล้านคน ขณะที่ปี 2569 ตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวประมาณ 14 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังต้องเผชิญปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน ทั้งการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวจากตลาดตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ข้อจำกัดด้านความจุเที่ยวบิน รวมถึงความผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งล้วนส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทาง อัตราการเข้าพัก และแนวโน้มราคาห้องพัก
ปรับตัวรับเทรนด์ใหม่ จาก “จำนวน” สู่ “มูลค่า”
คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ระบุว่า ทิศทางการท่องเที่ยวของไทยกำลังเปลี่ยนจากการมุ่งเน้น "ปริมาณนักท่องเที่ยว" ไปสู่การสร้าง "มูลค่าการใช้จ่าย" มากขึ้น โดยเน้นยกระดับสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว รวมถึงการสร้างประสบการณ์ที่มีคุณภาพ เพื่อผลักดันรายได้จากภาคการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งโจทย์สำคัญที่ผู้ประกอบการโรงแรมยังคงเผชิญ คือการแข่งขันจากที่พักที่ไม่ได้อยู่ในระบบและให้บริการผ่านแพลตฟอร์ม Sharing Economy ซึ่งยังเป็นประเด็นด้านการกำกับดูแลและการแข่งขันที่มีผลกระทบต่อโรงแรมที่จดทะเบียนและเสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย






