
รู้จักเทรนด์ Premium Pivot เมื่อออฟฟิศแข่งสร้างคุณค่ามากกว่าทำเล-ค่าเช่า
ตลาดอาคารสำนักงานกรุงเทพฯ กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุค “Premium Pivot” เมื่อผู้เช่าไม่ได้ตัดสินใจจากทำเลและค่าเช่าเพียงอย่างเดียว
KEY
POINTS
- ตลาดอาคารสำนักงานเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านทำเลและค่าเช่า ไปสู่การสร้างคุณค่าโดยรวมให้ผู้เช่า ทั้งในด้านประสิทธิภาพองค์กรและประสบการณ์ของพนักงาน
- นิยามของออฟฟิศระดับ “พรีเมียม” ไม่ได้วัดกันที่ความหรูหรา แต่คือพื้นที่ที่สามารถสร้างผลตอบแทนเชิงธุรกิจ ตอบโจทย์ด้านเทคโนโลยี และความยั่งยืน (ESG)
- ผู้เช่ายุคใหม่ให้ความสำคัญกับสำนักงานที่ช่วยดึงดูดและรักษาบุคลากร โดยเน้นการออกแบบที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตและรองรับการทำงานที่ยืดหยุ่น
- มุมมองต่อสำนักงานเปลี่ยนจาก “ต้นทุน” ไปเป็น “สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์” ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจ
ตลาดอาคารสำนักงานในกรุงเทพมหานครกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อการแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องทำเลใจกลางเมืองหรืออัตราค่าเช่าอีกต่อไป แต่กำลังเคลื่อนสู่ยุค “Premium Pivot” ที่ผู้เช่าให้ความสำคัญกับคุณค่าโดยรวมของพื้นที่ทำงาน ทั้งในมิติของประสิทธิภาพองค์กร ประสบการณ์ของพนักงาน และความสามารถในการรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว
จากผลการศึกษาของฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา บริษัท คุชแมน แอนด์ เวคฟิลด์ ประเทศไทย ระบุว่า แนวคิด “Premium” ของตลาดสำนักงานในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่มักเชื่อมโยงกับภาพลักษณ์ความหรูหรา ทำเลชั้นนำ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกระดับสูง สู่การเป็นพื้นที่ที่สามารถสร้างคุณค่าเชิงธุรกิจได้อย่างแท้จริง
จาก “ทำเลทอง” สู่ “พื้นที่สร้างคุณค่า”
ในอดีต การเลือกอาคารสำนักงานมักพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐาน เช่น ทำเลที่ตั้ง การเข้าถึงระบบขนส่งมวลชน และค่าเช่าเป็นหลัก แต่ปัจจุบันองค์กรจำนวนมากเริ่มปรับมุมมอง โดยมองว่าสำนักงานไม่ใช่เพียงต้นทุนทางธุรกิจ แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ผู้เช่าในยุคใหม่จึงให้ความสำคัญกับอาคารที่สามารถตอบโจทย์การทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สำหรับการทำงานร่วมกัน ความยืดหยุ่นในการใช้งาน การสนับสนุนรูปแบบการทำงานแบบไฮบริด รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงาน
ผู้เช่ามองหาออฟฟิศที่สร้างประสบการณ์ให้พนักงาน
คุชแมน แอนด์ เวคฟิลด์ มองว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ตลาดสำนักงานเข้าสู่ยุค Premium Pivot คือการแข่งขันด้านบุคลากรที่รุนแรงขึ้น
องค์กรจำนวนมากเริ่มตระหนักว่า สภาพแวดล้อมในการทำงานมีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และความพึงพอใจของพนักงาน ส่งผลให้การออกแบบสำนักงานต้องคำนึงถึงประสบการณ์ของผู้ใช้งานมากขึ้น ตั้งแต่พื้นที่ส่วนกลาง พื้นที่พักผ่อน ระบบระบายอากาศ ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกที่ส่งเสริมสุขภาวะของพนักงาน
แนวโน้มดังกล่าวทำให้ “สำนักงานคุณภาพ” ในปัจจุบันไม่ได้ถูกนิยามจากความหรูหราเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงพื้นที่ที่สามารถดึงศักยภาพของบุคลากรออกมาได้อย่างเต็มที่
Premium ยุคใหม่ วัดกันที่ประสิทธิภาพ
อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงสำคัญ คือการตีความคำว่า “Premium” ในมิติใหม่ โดยอาคารสำนักงานระดับพรีเมียมไม่ได้แข่งขันกันด้วยการตกแต่งหรือทำเลเท่านั้น แต่ต้องสามารถสร้างผลตอบแทนเชิงธุรกิจให้กับผู้เช่าได้
ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จึงเริ่มให้ความสำคัญกับการพัฒนาอาคารที่รองรับเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ ตลอดจนการออกแบบพื้นที่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สอยและลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว
ขณะเดียวกัน มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน หรือ ESG ก็กลายเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ผู้เช่านำมาพิจารณา เนื่องจากองค์กรขนาดใหญ่และบริษัทข้ามชาติต่างให้ความสำคัญกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนมากขึ้น
ออฟฟิศยุคใหม่ จากต้นทุนสู่สินทรัพย์เชิงกลยุทธ์
คุชแมน แอนด์ เวคฟิลด์ ระบุว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Premium Pivot สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนบทบาทของสำนักงาน จากเดิมที่ถูกมองเป็นต้นทุนคงที่ขององค์กร สู่การเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่มีส่วนสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจ
ในระยะต่อไป อาคารสำนักงานที่สามารถผสานองค์ประกอบด้านประสิทธิภาพ เทคโนโลยี ประสบการณ์ของผู้ใช้งาน และความยั่งยืนเข้าด้วยกัน จะเป็นผู้ที่ได้เปรียบในการแข่งขัน ท่ามกลางตลาดที่กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านราคาไปสู่การแข่งขันด้าน “คุณค่า” อย่างเต็มรูปแบบ
ภายใต้บริบทดังกล่าว คำว่า “Premium” ในตลาดสำนักงานกรุงเทพฯ จึงเปลี่ยนจากความหรูหราให้หมายถึงพื้นที่ที่สามารถตอบโจทย์การทำงานและสร้างคุณค่าให้แก่องค์กรได้อย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป







