
นครฯ-สุราษฎร์ หนุนแลนด์บริดจ์ จี้ศึกษารอบด้าน เปิดเช่ายาวต้องหาจุดสมดุลชาวบ้าน
เอกชนใต้ นครศรีธรรมราช- สุราษฎร์ธานี หนุนแลนด์บริดจ์ สร้างความเจริญพื้นที่ ในทางกลับกันจี้รัฐบาลศึกษารอบด้าน เปิดเช่ายาวต้องหาจุดสมดุลชาวบ้าน ไม่ให้เกิดการถือครองลักลั่น ผิดเงื่อนไขยึดคืนที่ดินได้
KEY
POINTS
- ภาคเอกชนในนครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานีสนับสนุนโครงการแลนด์บริดจ์ โดยมองว่าเป็นโอกาสในการกระตุ้นเศรษฐกิจและดึงดูดการลงทุนมาสู่ภาคใต้
- เรียกร้องให้รัฐบาลทำการศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้านและโปร่งใส ทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ก่อนเดินหน้าโครงการ
- แสดงความกังวลต่อประเด็นสิทธิในที่ดิน โดยเฉพาะการเปิดให้เช่าระยะยาวแก่นักลงทุน ซึ่งจำเป็นต้องหาจุดสมดุลเพื่อไม่ให้กระทบสิทธิและวิถีชีวิตของคนในพื้นที่
H
โครงการแลนด์บริดจ์ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นหนึ่งใน “เมกะโปรเจ็กต์” สำคัญของประเทศ ท่ามกลางความคาดหวังว่าจะเป็นเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เชื่อมโยงการขนส่งทางทะเลระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน ลดระยะเวลาและต้นทุนโลจิสติกส์ พร้อมต่อยอดการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และการจ้างงานในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน
ในมุมของภาครัฐและภาคธุรกิจ โครงการนี้ถูกมองว่าเป็นโอกาสยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางการขนส่งและการค้าระดับภูมิภาค สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนมหาศาล กระตุ้นเศรษฐกิจในหลายจังหวัด และเปิดพื้นที่การพัฒนาใหม่ทั้งท่าเรือน้ำลึก ระบบราง ถนน และนิคมอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง
อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่งของแลนด์บริดจ์ยังเป็นประเด็นที่สังคมตั้งคำถามและต้องการความชัดเจน โดยเฉพาะผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ ทั้งเรื่องที่ดินทำกิน วิถีชีวิตชุมชน สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรชายฝั่ง รวมถึงอาชีพประมงพื้นบ้านและพื้นที่การเกษตรที่อาจได้รับผลกระทบจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
หลายฝ่ายจึงมองว่า แม้โครงการจะมีศักยภาพในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่กระบวนการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนยังเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อให้การพัฒนาเกิดความสมดุลระหว่าง เศรษฐกิจกับ คุณภาพชีวิต และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว
คำถามสำคัญของแลนด์บริดจ์จึงอาจไม่ได้อยู่เพียงว่า “โครงการจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากแค่ไหน” แต่รวมถึงว่า การพัฒนานั้นจะกระจายประโยชน์ไปถึงคนในพื้นที่อย่างเป็นธรรม และยั่งยืนได้หรือไม่ ด้วยเช่นกัน
นายประยูร เงินพรหม ประธานหอการค้าอาวุโส จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผย”ฐานเศรษฐกิจ”ว่า การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ในภาคใต้ โดยเฉพาะ แลนด์บริดจ์ ซึ่งเอกชนในพื้นที่มองในแง่ของการพัฒนาสร้างความเจริญให้เกิดขึ้นในพื้นที่ ภาคใต้ และแม้ว่าจังหวัดนครศรีธรรมราชจะไม่มีพื้นที่ติดต่อกับโครงการแลนดบริดจ์แต่มองว่าจะได้รับอานิสงส์ ตามมาจากนักลงทุนเข้าพื้นที่นครศรีธรรมราชมากขึ้น
ในทางกลับกันหากรัฐบาลพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์แล้ว เอกชนในพื้นที่ต้องการให้พัฒนาคลองไทยควบคู่ไป ด้วย ซึ่งจะเป็นเส้นทางเศรษฐกิจใหม่ที่เชื่อมพื้นที่นครศรีธรรมราช หัวไทร ระโนด และพัทลุง เป็นต้น
อย่างไรก็ตามเมื่อย้อนดูโครงการแลนด์บริดจ์ที่รัฐบาลอยู่ระหว่างผลักดันในขณะนี้ กำลังเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก แม้จะมีทั้งเสียงสนับสนุนและข้อกังวล แต่หลายฝ่ายมองว่า หากบริหารจัดการอย่างเหมาะสม จะเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจของประเทศและสร้างอนาคตให้คนรุ่นลูกหลาน
ภาคเอกชนในพื้นที่มองว่า การลงทุนขนาดใหญ่จะช่วยดึงเม็ดเงินและนักลงทุนเข้าสู่จังหวัดต่าง ๆ ในภาคใต้ จากเดิมที่การลงทุนกระจุกตัวอยู่ในจังหวัดท่องเที่ยวอย่างกระบี่และภูเก็ต หากมีโครงการเชื่อมโยงด้านคมนาคมและเศรษฐกิจเกิดขึ้นจริง จังหวัดนครศรีธรรมราช รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง อาจกลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ของภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังมีข้อกังวลสำคัญเรื่องสิทธิในที่ดินและทรัพยากรสาธารณะ โดยเฉพาะกรณีการลงทุนจากต่างชาติที่อาจเข้ามาถือครองพื้นที่ระยะยาว หรือเกิดการจำกัดสิทธิการเข้าถึงชายหาดและทรัพยากรของคนไทย เหมือนที่หลายพื้นที่ท่องเที่ยวเคยประสบปัญหา จึงเรียกร้องให้ภาครัฐกำกับดูแลอย่างรัดกุม ไม่ให้เกิดการใช้อำนาจหรือสิทธิพิเศษเกินขอบเขต และต้องคำนึงถึงสิทธิของประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ
อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกคือเรื่องสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อภาคเกษตร โดยเฉพาะสวนทุเรียนและสินค้าเกษตรของภาคใต้ ซึ่งบางส่วนยังมีความกังวลต่อการเปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากร น้ำ และระบบนิเวศ หากโครงการขนาดใหญ่เกิดขึ้นจริง
ทั้งนี้ ภาคเอกชนส่วนใหญ่ยืนยันว่า ไม่ได้คัดค้านการพัฒนา แต่ต้องการเห็นการพัฒนาที่สมดุล โปร่งใส และเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ทั้งด้านเศรษฐกิจ การจ้างงาน การศึกษา และคุณภาพชีวิต เพื่อให้การลงทุนครั้งใหญ่เป็นการสร้างอนาคตให้ประเทศ มากกว่าการเอื้อผลประโยชน์ให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น
ขณะเดียวกัน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภาคใต้ในนครศรีธรรมราช ที่สร้างความเจริญอย่างเห็นได้ชัดเช่น ถนนวงแหวนและเส้นทางตัดใหม่ ส่งผลให้ราคาที่ดินในหลายพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่รอบเมืองนครศรีธรรมราชที่ราคาประเมินบางจุดขยับขึ้นถึงไร่ละ 3-5 ล้านบาท จากราคาหลักแสนบาท สะท้อนความคาดหวังต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต และการขยายการลงทุนในพื้นที่
สอดคล้องกับนายอาร์ม วงศ์อำไพพิสิฐรองประธานหอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี และเลขาธิการหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย สะท้อนมุมมองต่อโครงการแลนด์บริดจ์ว่า ขณะนี้สังคมแบ่งออกเป็น 2 มุมหลัก คือ กลุ่มที่มองเห็นโอกาสด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ และกลุ่มชาวบ้านรวมถึงเกษตรกรในพื้นที่ที่ยังมีความกังวลต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้น
ทั้งนี้ ภาคเอกชนส่วนใหญ่เห็นด้วยในหลักการพัฒนา แต่ต้องสอดคล้องกับข้อเท็จจริงของพื้นที่ และต้องหาจุดกึ่งกลางร่วมกับประชาชนให้ได้ โดยเฉพาะบริบทของภาคใต้ที่ที่ผ่านมาไม่ค่อยมีโครงการขนาดใหญ่ จึงจำเป็นต้องเดินหน้าอย่างระมัดระวังและสร้างความเข้าใจร่วมกัน
ประเด็นที่ชาวบ้านกังวลมากที่สุด คือ เรื่องข้อกฎหมาย สิทธิการถือครองที่ดินระยะยาว และผลกระทบต่อประมงชายฝั่ง เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดการแย่งที่ทำกิน ในขณะเดียวกันในแง่ของการพัฒนาโครงการดังกล่าวจะช่วยให้เกิดการจ้างงานและผลักดันให้ราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจุดนี้รัฐบาลต้องทำให้ปร ะชาชนเข้าใจและหาจุดสมดุลให้ได้ โดยเฉพาะการเปิดให้นักลงทุนถือครองที่ดินในระยะยาวซึ่งมองว่าเป็นการดึงดูดการลงทุน
ขณะที่พื้นที่ส่วนใหญ่ที่อยู่ในแนวโครงการแลนด์บริดจ์ยังเป็นพื้นที่ป่าและ ส.ป.ก.อยู่ในพื้นที่ชุมพรและระนอง หากจะพัฒนาโครงการ จำเป็นต้องมีการปรับแก้ผังเมืองและศึกษาด้านกฎหมายที่ดินอย่างรอบด้าน รวมถึงการจัดสิทธิประโยชน์บริเวณหลังท่าเรือ ที่เปิดให้นักลงทุนถือกรรมสิทธิ์ในระยะยาว แม้เป็นเรื่องที่จูงใจแต่ต้องรอบคอบ
“ ทีโอดีพัฒนาหลังท่าเรือระนอง-ชุมพร 99 ปี มีเงื่อนไขลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายถ้าลงทุนแล้วหยุดลงทุนจะตกเป็นของรัฐแต่ต้อง ในทางกลับกันหากไม่มีมาตรการจูงใจ ให้เช่าระยะยาวเลยหรือไม่ให้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินเลย ก็อาจทำความสนใจของนักลงทุนลดลงได้ ”
อย่างไรก็ตามต้องรอคณะกรรมการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ที่มี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังศึกษาออกมาก่อนจะเหมาะสมกว่า
นายอาร์มยังมองว่า เดิมทีแลนด์บริดจ์ถูกประเมินว่าจะคุ้มทุนในระยะยาว แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน เกิดการสู้รบในตะวันออกกลางและปิดช่องแคบ ฮอร์มุซและปัจจัยการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจโลก ภูมิรัฐศาสตร์ อาจทำให้ความคุ้มค่าของโครงการเปลี่ยนแปลงไป จึงต้องติดตามสถานการณ์โลกประกอบการตัดสินใจอย่างรอบด้านส่วนราคาที่ดิน เริ่มมีบางส่วนมองเห็นโอกาสและเข้าไปกว้านซื้อโดยเฉพาะชุมพรและระนอง
ส่วนสุราษฎร์ธานี ยังไม่เห็นภาพชัด เพราะไม่มีแนวเขตติดต่อโดยตรงซึ่งสุราษฎร์ธานี จะเป็นหนึ่งในโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC (Southern Economic Corridor) โครงการพัฒนาเชิงพื้นที่ครอบคลุม 4 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราชแต่ร่างกฎหมายถูกปัดตกไปแล้วและคาดว่าจะผลักดันกำหนดเป็นร่างขึ้นมาใหม่ ซี่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับโครงการแลนดบริดจ์
เมื่อมองมูลค่าทางเศรษฐกิจของสุราษฎร์ธานี เติบโตเป็นอันดับสองของภาคใต้รองจากภูเก็ต ที่มูลค่า 277,300 ล้านบาทต่อปีในขณะที่ภูเก็ตอยู่ที่ 277,500 ล้านบาท ซึ่งห่างกันไม่มากนักและใกล้เคียงกับภูเก็ต แต่ภูเก็ตเป็นหัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญในขณะที่สุราษฎร์ธานีมีความหลากหลายทั้งภาคท่องเที่ยว ภาคกึ่งอุตสาหกรรม การเกษตร เป็นต้น ส่วนราคาที่ดินขยับต่อเนื่อง ราคาหลักแสนไปจนถึงหลักล้านบาทต่อไร่ ส่วนบริเวณชายหาดราคาร้อนแรงไม่ต้องพูดถึง
นายอาร์มทิ้งท้ายว่าโครงการแลนด์บริดจ์เกิดขึ้นได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับผลการศึกษา แต่มองว่าอาจจะเกิดได้เป็นลักษณะโครงการที่มีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไปและหากมีความเป็นไปได้คนในพื้นที่ต้องการโครงข่ายรถไฟทางคู่มากที่สุดและล่าสุดรัฐบาลได้อนุมัติโครงการรถไฟทางคู่ชุมพร-สุราษฎร์ธานี เพื่อสนับสนุนการเดินทางการขนส่งสินค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้านและประเทศที่ไกลออกไป







