thansettakij
thansettakij
LIV-24 เปิดโจทย์ผู้นำยุค AI สั่งงานแม่น ใช้เทคโนโลยีสร้างผลธุรกิจ

LIV-24 เปิดโจทย์ผู้นำยุค AI สั่งงานแม่น ใช้เทคโนโลยีสร้างผลธุรกิจ

15 เม.ย. 69 | 02:00 น.
อัปเดตล่าสุด :15 เม.ย. 69 | 02:03 น.

LIV-24 ชี้โจทย์ใหม่ผู้บริหารยุค AI ต้องใช้เทคโนโลยีให้เกิดผลลัพธ์ทางธุรกิจจริง เน้นเลือกโซลูชันที่เหมาะสม วัด ROI พร้อมปรับวัฒนธรรมองค์กร รองรับโครงสร้างแบบคล่องตัวและการตัดสินใจบนฐานข้อมูล

KEY

POINTS

  • บทบาทผู้นำยุค AI เปลี่ยนจากการสร้างแรงบันดาลใจไปสู่การทำงานร่วมกับ AI ซึ่งต้องมีทักษะการสั่งงานที่ชัดเจนและแม่นยำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพ
  • เป้าหมายหลักของการนำ AI มาใช้ในองค์กรคือเพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่เป็นรูปธรรม โดยผู้นำต้องกำหนดโจทย์ให้ชัดเจนและประเมินความคุ้มค่าในการลงทุน (ROI)
  • อุปสรรคสำคัญของการปรับตัวในยุค AI ไม่ใช่เทคโนโลยี แต่เป็น "วัฒนธรรมองค์กร" ซึ่งผู้นำต้องสร้างพื้นที่ให้เกิดการเรียนรู้และมี growth mindset เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลง
  • กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือการเลือกใช้โซลูชัน AI ที่มีในตลาดมาปรับใช้กับองค์กร แทนการพัฒนาเองทั้งหมด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและทันต่อการแข่งขัน

นางสาวนิรมล ดิเรกมหามงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลิฟ-24 จำกัด (LIV-24) ผู้ให้บริการโซลูชัน Smart Tech ครบวงจร เปิดเผยถึงบทบาทผู้นำและทิศทางองค์กรในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ว่า การปรับตัวขององค์กรในปัจจุบันไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้งาน แต่ต้องสามารถใช้ AI เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยผู้บริหารต้องกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน มองเห็น pain point ขององค์กร และประเมินความคุ้มค่าการลงทุน (ROI) ควบคู่กับประโยชน์ที่เกิดกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกมิติ

ทั้งนี้ องค์กรไม่จำเป็นต้องพัฒนา AI ขึ้นเองทั้งหมด เนื่องจากต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ทั้งงบประมาณ บุคลากร และเวลา อีกทั้งเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทำให้การพัฒนาเองอาจไม่ทันต่อการแข่งขัน กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือการเลือกใช้โซลูชันที่มีอยู่ในตลาด แล้วนำมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับบริบทขององค์กร เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

นิรมล ดิเรกมหามงคล

สำหรับตัวอย่างการนำ AI และ IoT มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ของ LIV-24 ได้แก่ ระบบรักษาความปลอดภัยเชิงรุกแบบเรียลไทม์ ภายใต้แนวคิด “ป้องกันเหตุก่อนเกิด” ซึ่งในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา สามารถตรวจจับเหตุผิดปกติได้มากกว่า 500,000 ครั้ง และจัดการเหตุการณ์ก่อนลุกลามกระทบชีวิตและทรัพย์สินได้ 100% โดยสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ภายในไม่เกิน 5 นาที นอกจากนี้ยังนำเทคโนโลยีมาบริหารจัดการระบบอาคาร เช่น ระบบปรับอากาศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและควบคุมต้นทุนในระยะยาว

นางสาวนิรมล กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อจำกัดสำคัญขององค์กรในยุค AI ไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือ “วัฒนธรรมองค์กร” โดยเฉพาะองค์กรที่มีโครงสร้างซับซ้อน จำเป็นต้องสร้างพื้นที่ทดลองเพื่อให้บุคลากรได้เรียนรู้และทดลองใช้เทคโนโลยีใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาผู้นำให้มี resilience และ growth mindset เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

บทบาทของผู้นำในยุค AI ยังเปลี่ยนจากการสร้างแรงบันดาลใจและถ่ายทอดวิสัยทัศน์ สู่การทำงานร่วมกับ AI ที่ต้องอาศัยความชัดเจนและความแม่นยำในการสั่งการ โดยทักษะสำคัญคือความสามารถในการ “สั่งงาน AI” อย่างเป็นระบบ เนื่องจากคุณภาพของผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับคำสั่งที่เฉพาะเจาะจงมากกว่าการสื่อสารเชิงนามธรรม พร้อมทั้งผู้บริหารต้องมีทักษะวิเคราะห์เพื่อคัดเลือกเครื่องมือ AI ให้เหมาะกับบริบทธุรกิจ

ขณะเดียวกัน การเข้ามาของ AI ส่งผลให้โครงสร้างองค์กรมีแนวโน้มเป็นแบบ flat มากขึ้น ลดลำดับขั้น และเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน ผู้บริหารจึงต้องเข้าใจภาพรวมธุรกิจ มองโจทย์ที่แท้จริง และใช้ข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจ เนื่องจากการตัดสินใจที่ไม่อิงข้อมูลอาจไม่แตกต่างจากการคาดเดา

ในบริบทที่ข้อมูลเข้าถึงได้รวดเร็ว ทักษะด้าน Critical Thinking จึงมีความสำคัญ ตั้งแต่การตั้งคำถาม การคัดเลือกข้อมูล ไปจนถึงการนำข้อมูลมาวางแผนเชิงกลยุทธ์อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ภายใต้ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ภูมิรัฐศาสตร์ และต้นทุนพลังงาน การนำ AI และข้อมูลมาใช้บริหารจัดการ เช่น ระบบ Fleet Management และการใช้ระบบจีพีเอสร่วมกับ AI ในการวางแผนเส้นทางโลจิสติกส์ สามารถช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

นางสาวนิรมล ยังกล่าวเสริมว่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของผู้บริหารในยุค AI สามารถเริ่มต้นจากการนำเครื่องมือ AI มาประยุกต์ใช้ เช่น Gemini สำหรับผู้ช่วยส่วนตัว NotebookLM สำหรับสรุปและวิเคราะห์ข้อมูล Claude Cowork สำหรับบริหารจัดการงานอัตโนมัติ และ Gamma สำหรับจัดทำงานนำเสนอ ซึ่งจะช่วยลดภาระงานด้านปฏิบัติการ เพิ่มความรวดเร็วในการตัดสินใจ และทำให้ผู้บริหารสามารถมุ่งเน้นการวางกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น