BTS  เขย่าวงการอสังหาฯจุดพลุ‘บ้านชาวไทย’ แสนล้าน ช่วยคนเข้าถึงที่อยู่อาศัย

20 ม.ค. 2569 | 23:03 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ม.ค. 2569 | 02:59 น.

‘เจ้าสัวคีรี’ บีทีเอสกรุ๊ป เขย่าวงการอสังหาฯจุดพลุ “บ้านชาวไทย” แสนล้าน สวนทางเศรษฐกิจชะลอ แบงก์เข้มสินเชื่อ ผนึก ธอส. ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ ประเดิม 2 ทำเลฮอต ศรีนครินทร์-คลองหลวง ใกล้แนวรถไฟฟ้า 1.2 หมื่นหน่วย การันตี ผ่อนถูกกว่าเช่า ชี้มีแลนด์แบงก์รอพัฒนากทม.-ภูมิภาคเพียบ

KEY

POINTS

  • บีทีเอส กรุ๊ป เปิดตัวโครงการ "บ้านชาวไทย" มูลค่าแสนล้านบาท เพื่อช่วยให้คนไทยสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น
  • โครงการตั้งอยู่ในทำเลแนวรถไฟฟ้า นำร่อง 2 แห่งที่ศรีนครินทร์และคลองหลวง โดยตั้งราคาขายต่ำกว่าตลาด 25-30%
  • มีจุดเด่นคือไม่ต้องวางเงินดาวน์ เริ่มผ่อนชำระเมื่อโครงการสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ และร่วมมือกับ ธอส. เพื่อสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ

ท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว ตลาดที่อยู่อาศัยตกอยู่ในภาวะวิกฤตรุนแรงยอดโอนกรรมสิทธิ์ทรุดตัวในรอบ 30 ปี  จากกำลังซื้อที่หายไปจากตลาด หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูง และนำไปสู่ความเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน

“บ้านชาวไทย” โครงการที่อยู่อาศัย แนวรถไฟฟ้า ถูกพูดถึงเป็นวงกว้าง เมื่อ นายคีรี กาญจนกาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSผู้ให้บริการระบบรถไฟฟ้าสายแรกของเมืองไทยหวนคืนสังเวียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ประกาศลงทุน1แสนล้านบาท ใน3ทำเล ได้แก่ คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ศรีนครินทร์(ศรีเอี่ยม) แนวรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและ ธนาซิตี้ สมุทรปราการสร้างแรงกระเพื่อมให้กับตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างมาก หลังเคยประสบความสำเร็จจากตลาดคอนโดมิเนียมราคาถูกเมื่อกว่า 30 ปีก่อน อย่างอาณาจักรธนาซิตี้ สมุทรปราการ

อย่างไรก็ตาม การกลับมาคราวนี้ แม้จะท้าทายอย่างหนัก มองว่าไม่ใช่เรื่องที่ง่ายจากปัจจุจัยเสี่ยงรุมเร้ารอบทิศทาง แต่ในทางกลับกัน นายคีรีกลับมองว่า หากทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงที่อยู่อาศัยและสินเชื่อได้ นั่นคือความสำเร็จขั้นสูงสุด

วิธีคิดดังกล่าวจึงถูกถ่ายทอดผ่านการออกแบบโครงสร้าง ต้นทุนโครงการและภาระทางการเงินให้สอดคล้องกับความสามารถในการผ่อนชำระจริงของผู้ซื้อ ซึ่งนายคีรีมองว่าสามาถทำได้จริง จึงเลือกตั้งราคาขายต่ำกว่าตลาดราว 25-30% พร้อมลดภาระดอกเบี้ยระหว่างก่อสร้างออกจากผู้ซื้อ เพื่อลดปัญหาการแบกรับค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนในช่วงรอรับโอน

ที่สำคัญจากการทำธุรกิจรถไฟฟ้ามาอย่างยาวนาน จึงได้เปรียบในเรื่องของการสะสมที่ดินรอพัฒนาตลอดแนวเส้นทางที่มีต้นทุนที่ต่ำเลือกทำเลศักยภาพที่นายคีรีมีประสบการณ์อยู่ก่อนหน้า ขณะเดียวกันยังมีความคุ้นเคยกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จึงใช้จุดนี้ ช่วยให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยไม่แสวงหากำไรมากนัก

ดังนั้น โครงการ “บ้านชาวไทย” จึงเป็นหนึ่งในบิ๊กโปรเจ็กต์ยักษ์ของบีทีเอส กรุ๊ป  โครงการอสังหาริมทรัพย์ในรอบ 30 ปี ที่ต้องการตอบโจทย์ปัญหาที่อยู่อาศัยของคนทำงานรุ่นใหม่และประชาชนทั่วไป โดยมุ่งเน้นให้คนไทยสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยคุณภาพในราคาที่เอื้อมถึง ลดภาระค่าดาวน์และงวดผ่อนระหว่างก่อสร้างอย่างแท้จริง

ผุดโปรเจ็กต์ยักษ์  ปลุก 2 ทำเล สร้างคอนโด

ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ได้ฤกษ์ดี นายคีรี ได้เปิดตัวโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยในแบรนด์บ้านชาวไทยพร้อมเปิดลงทะเบียนอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิ์เข้าถึงที่อยู่อาศัยในราคาถูกต่ำกว่าราคาตลาด โดยร่วมมือกับธอส. ให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.54%

โดยระบุว่าเบื้องต้นพื้นที่นำร่อง 2 โครงการ คือ ถนนศรีนครินทร์ ใกล้รถไฟฟ้ามหานครสายนัคราพิพัฒน์ (สายสีเหลือง) และอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี  โดยทั้ง 2 โครงการใช้เงินลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท บาท จำนวนประมาณ 12,000 ยูนิต บนพื้นที่ 40 ไร่ ประกอบด้วย

1.โครงการ D:CODE SRINAKARIN (ดี-โค้ด ศรีนครินทร์) เป็นคอนโดมิเนียม Low Rise 8 ชั้น บนเนื้อที่กว่า 42 ไร่ ตั้งอยู่ห่างจากรถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีศรีเอี่ยม เพียง 200–300 เมตร ประกอบด้วยอาคารพักอาศัยไม่เกิน 23 อาคาร รวม 4,150 ยูนิต ราคาพื้นที่ดังกล่าวขนาดพื้นที่30 ตารางเมตร ราคา 1.89 ล้านบาท, ขนาดพื้นที่ 45 ตารางเมตรราคา 2.85 ล้านบาท และขนาดพื้นที่ 60 ตารางเมตรราคา 3.78 ล้านบาท

 ทั้งนี้โครงการ D:CODE SRI NAKARIN ปัจจุบันอยู่ระหว่างการขอรับใบอนุญาตและการอนุมัติที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย ซึ่งรวมถึงใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร และการพิจารณาให้ความเห็นชอบการประเมินผลกระทบและมาตรการแก้ไขผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) จากนั้นจะเริ่มทยอยก่อสร้างได้ประมาณเดือนกันยายน 2569 คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณปลายเดือนธันวาคม 2571 ก่อนที่จะดำเนินการจดทะเบียนเป็นอาคารชุดตามกฎหมายต่อไป

2.โครงการ D:CRAFT KHLONG LUANG บนที่ดินกว่า 120 ไร่ ตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต พัฒนาเป็นอาคารสูง 8 ชั้น ประมาณ 60 อาคาร รวม 7,500 ยูนิต ราคาพื้นที่ดังกล่าวมีขนาดพื้นที่ 30 ตารางเมตร ราคา 1.6 ล้านบาท ,ขนาดพื้นที่ 45 ตารางเมตรราคา 2.4 ล้านบาท และขนาดพื้นที่ 60 ตารางเมตรราคา 3.2 ล้านบาท

ส่วนโครงการ D:CRAFT KHLONG LUANG อยู่ระหว่างขอใบอนุญาตและความเห็นชอบจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง รวมถึง EIA) โดยการพัฒนาจะเป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต คาดเริ่มทยอยก่อสร้างราวกันยายน 2569 และแล้วเสร็จปลายธันวาคม 2571

 “หากจะได้รับผลตอบรับดี บริษัทเตรียมออกโครงการใหม่ในเดือนมีนาคมนี้ โดยบริษัทจะดำเนินโครงการในลักษณะ Project Finance ที่มีสถาบันการเงินหลายแห่งพร้อมร่วมมือ ปัจจุบันบริษัทมีกระแสเงินสดในมือ หลังจากที่ได้รับการชำระคืนหนี้จากกทม.กว่า 30,000 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทยังมีที่ดินในมืออีกหลายแห่งทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด เช่น ชลบุรี นครราชสีมา กาญจนบุรี เป็นต้น”

 

ปลดล็อกภาระเงินผ่อน-ดาวน์

  นายคีรีมองว่าจากประสบการณ์การทำงานกว่า 30 ปีในต่างประเทศและการพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานหลายมิติทั้งในและต่างประเทศ โดยแนวคิดบ้านชาวไทยมีรากฐานมาจากการมองเห็นปัญหาการเข้าถึงที่อยู่อาศัยของคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เริ่มทำงาน ซึ่งจำนวนไม่น้อยไม่สามารถซื้อบ้านได้ด้วยเงินดาวน์และเงื่อนไขสินเชื่อ รวมถึงการให้ผู้พัฒนาเป็นฝ่ายแบกรับต้นทุนดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายระหว่างก่อสร้างแทนผู้ซื้อ เพื่อให้ผู้ซื้อไม่ต้องวางเงินดาวน์ก่อน และไม่ต้องผ่อนชำระจนกว่าการก่อสร้างจะแล้วเสร็จ แต่ยังคงคุณภาพมาตรฐานการก่อสร้างและสิ่งอำนวยความสะดวก

  “ในหลายปีที่ผ่านมาเราได้ศึกษาตลาดและพบว่าปัญหาเรื่องเงินดาวน์และการผ่อนระหว่างก่อสร้างกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการมีบ้านของคนรุ่นใหม่ จึงมีการพัฒนาโมเดลที่อยู่อาศัยที่ช่วยลดภาระนี้อย่างเป็นรูปธรรม” 

นายคีรี สะท้อนว่า แนวคิดนี้ไม่ใช่การลดคุณภาพเพื่อให้ราคาถูก แต่เป็นการวางแผนต้นทุนอย่างรัดกุม ตั้งแต่การออกแบบ การเลือกวัสดุ ไปจนถึงการบริหารงานก่อสร้าง เพื่อให้มั่นใจว่า บ้านชาวไทยเป็นที่อยู่อาศัยที่ดี มีคุณภาพ และเป็นไปได้จริงสำหรับคนไทยทุกกลุ่ม โดยโครงการบ้านชาวไทยยังมีแนวร่วมสำคัญจากธอส. ในการสนับสนุนช่องทางสินเชื่อที่เหมาะสมสำหรับผู้ซื้อ เพื่อขยายโอกาสให้คนไทยเข้าถึงการเป็นเจ้าของบ้านได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่เพิ่งเริ่มทำงาน

 “การกลับมาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วยโครงการบ้านชาวไทยที่ไม่เคยมีใครทำ เป็นการนำ concept ที่จะช่วยทำให้ประชาชนมีโอกาสได้ที่อยู่อาศัยได้จริงในทำเลสะดวก เดินทางรถไฟฟ้าได้ ซึ่งได้โมเดลนี้มาจากฮ่องกงที่รัฐบาลได้ทำโครงการนี้ หากบริษัทอสังหาริมทรัพย์อื่นจะนำโมเดลนี้ไปใช้ก็ยิ่งดี” 

 

เปิดช่องเก็งกำไร-ปล่อยเช่า

 นายคีรีกล่าวว่าในช่วงที่ผ่านมาได้เห็นประชาชนที่ต้องการที่อยู่อาศัยจริงแต่จากราคาบ้านในปัจจุบันสูง หรือบางคนก็กู้ไม่ผ่าน ทำให้มีแนวคิดโครงการบ้านชาวไทยเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยให้มีราคาจับต้องได้และมีคุณภาพ ในทำเลที่สะดวก รวมถึงมีเฟอร์นิเจอร์ให้ครบ โดยจะเปลี่ยนตลาดเช่าบ้านที่เป็นตลาดใหญ่มากเปลี่ยนมาซื้อบ้าน โดยค่าผ่อนบ้านเหมือนค่าเช่า ไม่ต้องดาวน์ ไม่ต้องผ่อนบ้านไปจ่ายค่าเช่าไป จึงเชื่อมั่นว่า 2 โครงการนี้จะได้รับการตอบรับอย่างดี หากมีจำนวนผู้สนใจมากกว่าจำนวนยูนิตที่ก่อสร้างจะมีการจับสลากต่อไป

 ส่วนกรณีที่มีคนได้สิทธิ์ในโครงการแล้วเข้ามาเก็งกำไรเพื่อนำมาขายต่อในราคาสูงขึ้นตามนั้น มองว่าได้เปิดให้ใช้สิทธิจองคนละ 1 ยูนิต หากจับสลากได้แล้วจะนำไปขายต่อก็สามารถทำได้เหมือนคนถูกล็อตเตอรี่ ซึ่งบริษัทเป็นเอกชนไม่สามารถกำหนดได้ว่าต้องเป็นบ้านหลังแรกเหมือนภาครัฐได้ ดังนั้นถ้าเขานำไปขายต่อก็ทำได้

ธอส.หนุนเต็มสูบ

นายมหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์  (ธอส.) กล่าวว่า ธอส. มีพันธกิจทำให้คนไทยมีบ้านเปิดโอกาสให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองผ่านการสนับสนุนสินเชื่อที่หลากหลายในอัตราดอกเบี้ยต่ำ และมีระยะเวลาการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่นเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน เชื่อว่าประชาชนที่เข้าร่วมโครงการบ้านชาวไทยจะได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง

ขณะเดียวกัน ธอส. ได้จัดทีมเจ้าหน้าที่สินเชื่อคอยให้คำปรึกษาแก่ผู้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์จะซื้อที่อยู่อาศัยในโครงการ และต้องการขอสินเชื่อกับธนาคาร เตรียมความพร้อมก่อนยื่นขอสินเชื่อและเพื่อให้การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่ง ธอส. พร้อมผลักดันโครงการนี้ให้บรรลุเป้าหมาย ส่งมอบที่อยู่อาศัย ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนไทยได้มากขึ้น

ที่สำตัญ ธอส.ซึ่งเป็นธนาคารที่มุ่งให้ผู้รายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และหากประชาชนรายใด มีปัญหาด้านการผ่อนชำระ มีประวัติ ติดเครดิตบูโร สามารถเข้าโรงเรียนธอส.เพื่อการออมได้

สแกนจุดเด่นโครงการ

 สำหรับจุดเด่นที่ทำให้โครงการนี้เป็นโครงการที่เข้าถึงง่ายแบบเท่าเทียม ปลดล็อกภาระเงินก้อนด้วยเงื่อนไขไม่ต้องมีเงินดาวน์ และให้เริ่มผ่อนชำระเมื่อเข้าอยู่อาศัยจริงเท่านั้น และการมอบห้องชุดแบบ Fully Furnished พร้อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการตกแต่งให้ผู้ซื้อ  นอกจากนี้ยังผ่อนถูกกว่าเช่าเพียง 6,000-7,000 บาทต่อเดือน หากได้รับโปรโมชันจากสถาบันการเงินในช่วงแรก อาจผ่อนต่ำเพียง 3,000 บาทต่อเดือน

บ้านชาวไทย