
โครงการอยู่อาศัยปลอดภัย พลัสฯ แนะวิธีป้องกันลูกบ้านจากพิษสุนัขบ้า
กทม. ประกาศ 11 พื้นที่เฝ้าระวังโรคพิษสุนัขบ้า พลัส พร็อพเพอร์ตี้ แนะมาตรการเชิงรุกดูแลโครงการอยู่อาศัย เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้ลูกบ้าน
หลังจากกรุงเทพมหานครออกประกาศเตือน 11 พื้นที่เสี่ยงโรคพิษสุนัขบ้า ครอบคลุมเขตประเวศ สวนหลวง สะพานสูง ลาดกระบัง บางนา และพระโขนง บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้ให้บริการบริหารจัดการโครงการที่อยู่อาศัยและนิติบุคคล ได้ออกมาแนะนำมาตรการเชิงรุกเพื่อช่วยป้องกันความเสี่ยงโรคติดต่อที่อาจส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย
พลัสฯ ระบุว่า การจัดการเชิงระบบภายในโครงการถือเป็นด่านแรกที่ต้องให้ความสำคัญ โดยการดูแลพื้นที่ส่วนกลางไม่ใช่เพียงการทำความสะอาดตามปกติ แต่ต้องครอบคลุมถึงการตรวจสอบแนวรั้วและช่องโหว่ที่สัตว์จรจัดสามารถเล็ดลอดเข้ามา ตลอดจนการตัดแต่งต้นไม้ กำจัดเศษอาหาร และวางแผนป้องกันร่วมกับทีมรักษาความปลอดภัยและฝ่ายดูแลสวน เพื่อสอดส่องพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามข้อมูลประกาศเตือนจากภาครัฐอยู่เสมอ
อีกหนึ่งมาตรการสำคัญคือ การสื่อสารกับลูกบ้านอย่างทันท่วงที ผ่านบอร์ดประชาสัมพันธ์ กลุ่มไลน์นิติบุคคล หรือแอปพลิเคชันโครงการ โดยควรให้ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวเมื่อถูกสุนัขกัด เช่น การล้างแผลทันทีด้วยสบู่และน้ำสะอาด และรีบพบแพทย์เพื่อรับวัคซีนป้องกัน นอกจากนี้ยังสามารถจัดกิจกรรมเสริม เช่น เชิญสัตวแพทย์มาให้คำแนะนำเพื่อสร้างการตระหนักรู้ในชุมชน
ในกรณีที่พบสัตว์จรจัดเข้ามาในโครงการ พลัสฯ แนะนำให้ Property Management ทำหน้าที่เป็นตัวกลางประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ อาทิ การแจ้งสำนักงานเขตเพื่อควบคุมสัตว์ หรือการประสานกรมปศุสัตว์เข้ามาดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโรค รวมถึงการรายงานสถานการณ์ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอคำปรึกษาและแนวทางการปฏิบัติที่เหมาะสม
ขณะเดียวกัน โครงการควรเสริมมาตรการความปลอดภัย เช่น ติดตั้งป้ายแจ้งเตือนในพื้นที่เสี่ยง อบรมทีมรักษาความปลอดภัยให้คอยเฝ้าระวัง และจัดหาอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันสัตว์โดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย เช่น ไฟฉายหรือเครื่องไล่สัตว์ เพื่อเพิ่มความพร้อมในการรับมือเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด
พลัสฯ เน้นว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ การส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยรับรู้และป้องกันตัวเองได้ทันท่วงที ควบคู่กับการทำงานของทีมจัดการโครงการที่ต้องคอยติดตามข่าวสารจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด พร้อมคัดกรองข้อมูลที่จำเป็นและสื่อสารไปยังลูกบ้านอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้ถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุกที่จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาด ปลอดภัย และน่าอยู่อย่างแท้จริง







