thansettakij
thansettakij
RML มั่นใจตลาดอสังหาฯ สดใส พร้อมเทิร์นอะราวด์ โชว์ ปี65 โตโดดเด่น

RML มั่นใจตลาดอสังหาฯ สดใส พร้อมเทิร์นอะราวด์ โชว์ ปี65 โตโดดเด่น

11 มี.ค. 66 | 05:09 น.
อัปเดตล่าสุด :11 มี.ค. 66 | 05:33 น.

RML ประกาศความสำเร็จ โชว์ผลประกอบการ Q4 ปี’65 โดดเด่น พลิกมีกำไร มั่นใจปีนี้สดใส พร้อมเทิร์นอะราวด์ตามคาดการณ์

 

 บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ รายงานผลการดำเนินงาน ช่วงปีที่ผ่านมา(ปี2565) ต่างมีรายได้ผลตอบแทนกำไรเติบโตแทบทุกค่าย เช่นเดียวกับ บมจ. ไรมอน แลนด์ หรือ RML ผู้นำวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี่และอัลตร้าลักชัวรี่ โชว์ผลประกอบการไตรมาส 4 เติบโตโดดเด่นอย่างมีนัยสำคัญด้วยกำไรสุทธิ 43 ล้านบาท จากช่วงไตรมาสเดียวกันของปี 2564 ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 457 ล้านบาท

ขณะที่ไตรมาส 4 มียอดขาย (Presales) 803 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 73% และผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 2,745 ล้านบาทหรือเพิ่มสูงขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

นายกรณ์ ณรงค์เดช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินธุรกิจของไรมอน แลนด์ ในปี 2565 ที่ผ่านมา นับว่าบริษัทฯ ประสบความสำเร็จ มีผลประกอบการที่โดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง

 

 

 

กรณ์ ณรงค์เดช
 

 

 

 

 

 

 

 

โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ที่สามารถทำกำไรได้จากที่มีผลขาดทุนในปีก่อนหน้านั้น รวมถึงบริษัทฯ ยังมียอดขายในไตรมาสเดียวกัน ที่สูงมากขึ้นกว่าปีก่อนเกือบเท่าตัว ขณะที่ยอดขายทั้งปี ก็ยังขยับสูงขึ้นเกือบ 7% จากปี 2564 เนื่องจากลูกค้าเชื่อมั่นในแบรนด์และคุณภาพโครงการ ‘ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์’

จึงทำให้การโอนโครงการเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว โดยเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ปี 2565 และมียอดโอนไปแล้วประมาณ 50% ของจำนวนยูนิตพร้อมขาย และคาดว่า จะปิดการขายในปีนี้อย่างแน่นอน

"ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2565 บริษัทฯ สามารถพลิกกลับมามีกำไร เนื่องจากผลการดำเนินงานที่สะท้อนถึงการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ จากการบริหารจัดการต้นทุนโครงการของ RML ในปัจจุบัน รวมถึงการบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีดอกเบี้ยแบบอัตราลอยตัวและอัตราคงที่ในสัดส่วนที่เหมาะสม"

 

โครงการคอนโดมิเนียมลักชัวรี่

 

 

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังประสบความสำเร็จจากการรีแบรนด์ ภายใต้สโลแกน ‘ลักชัวรี่ รีอิมเมจิ้น (Luxury Reimagined)’ เพื่อยกภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เข้าถึงง่าย ทันสมัย และขยายกลุ่มเป้าหมายให้เข้าถึงทุกเจเนอเรชั่นที่มีกำลังซื้อของตลาดลักชัวรี่และอัลตร้าลักชัวรี่ จึงทำให้โครงการได้รับการตอบรับที่ดีมาก

โดยทั้งสองโครงการภายใต้การร่วมทุนกับ โตเกียว ทาเทโมโนะ คือ ‘ดิ เอสเทลล์ พร้อมพงษ์’ มียอดขายแล้วประมาณ 80% และ ‘เทตต์ สาทร ทเวลฟ์’ (Tait Sathorn 12) มียอดขายแล้วประมาณ 90%” นายกรณ์ กล่าว 

ศูนย์กลางธุรกิจ