
คอนโดฯหรูกลางเมือง เป้าหมายใหม่ คนต่างชาติ
ผ่ามุมคิด
การพัฒนาที่ดินเก่ากลุ่มดุสิตธานี พลิกโฉมเป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” มูลค่ารวม 3.67 หมื่นล้านบาท บนพื้นที่ 23 ไร่ ใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพ มหานคร โดยกำหนดแล้วเสร็จโซนแรก ช่วงปี 2566 นั้น นอกจากจะรื้อสร้างไอคอนใหม่ ในแง่โรงแรมดุสิตธานี ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง และการจับไม้จับมือกับกลุ่มค้าปลีกใหญ่อย่าง ซีพีเอ็น สานต่อในธุรกิจรีเทลและออฟฟิศบิวดิ้งแล้ว การสร้างที่พักอาศัย (เรสซิเดนท์) เป็นครั้งแรกของกลุ่มดุสิตฯ เพื่อรองรับคนที่ต้องการใช้บริการของดุสิต ก็ยังเป็นอีกสปอร์ตไลท์ที่น่าจับตาในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ไม่น้อย ตั้งแต่ในแง่สุดยอดทำเลที่ตั้ง ไปจนถึงรูปแบบ การตอบรับของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และการแข่งขันบนถนนพระราม 4 ท่ามกลางสภาวะที่ตลาดคอนโด มิเนียม ไม่ว่าเซ็กเมนต์ไหนก็ตามกำลังอิ่มตัว รอปรับฐานใหม่
อย่างไรก็ตาม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุ เชื่อมั่นในฐานลูกค้าแฟนคลับทั้งคนไทยและคนต่างชาติ สบโอกาสโควิด-19 ดันมาตรฐานสาธารณสุขไทยขึ้นแท่น ขณะเมืองเป้าหมายลงทุน อสังหาฯอย่างฮ่องกง ระส่ำ กลายเป็นจังหวะตลาดซูเปอร์ลักชัวรีคอนโดฯของไทยคึกคัก นำร่องส่ง “รูฟพาร์ค” ดูดความสนใจคนทั่วโลก
ตีตลาดคอนโดซูเปอร์ลักชัวรี
คอนเซ็ปต์ของโครงการที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ส่วนประกอบสำคัญของโครงการ “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” จะอยู่ในรูปแบบของคอนโดมิเนียม ลีสโฮลด์ สัญญาเช่า 30 ปี (ต่ออีก 30 ปี) เน้นความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย และให้บริการมาตรฐานโรงแรมระดับสากลซึ่งเป็นจุดเด่นของเรา พื้นที่รวมทั้งสิ้น 8 หมื่นตารางเมตร ความสูง 69 ชั้น ผ่าน 2 แบรนด์ คือ ดุสิต เรสซิเดนเซส จำนวน 159 ยูนิต และ ดุสิต พาร์คไซด์ อีก 230 ยูนิต คาดกำหนดแล้วเสร็จ ในช่วงปี 2567 ต่อเนื่องจากส่วนโรงแรมที่จะเปิดให้บริการเป็นส่วนแรก โดยจะมีจุดแข็ง อยู่ที่โลเคชั่นที่ตั้ง หัวมุมถนนสีลม เปิดรับวิวมุมสูงของสวนลุมพีนีใจกลางเมือง ซึ่งหาได้ยาก มีห้องขนาดเริ่มต้นตั้งแต่ 60 ตร.มขึ้นไป ตีตลาดในเซกเม้นท์ซูเปอร์ลักชัวรีคอนโดฯ โดยถือว่ามีแนวโน้มการแข่งขันสูงในอนาคต จากซัพพลายเดิม และซัพพลายใหม่ที่จะเติมเข้ามาผ่านโครงการมิกซ์ยูสอื่นๆที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง ตลอดแนวถนนพระราม 4 และใจกลางเมืองอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันมีราคาสูงสุดอยู่ที่ 7 แสนบาทต่อตร.ม แต่อย่างไรก็ตาม คาดทั้ง 2 แบรนด์ จะได้เปรียบ จากราคาที่อยู่ในระดับประมาณ 3 แสนกว่าบาทต่อตร.ม เท่านั้น พร้อมเชื่อมั่นว่า ตลาดคอนโดฯซูเปอร์ลักชัวรี ยังมีโอกาสไปต่อได้ จากดีมานด์ที่ไม่เคยตก ท่ามกลางความท้าทายของสภาวะเศรษฐกิจ กำลังซื้อ และตลาดคอนโดฯโดยรวมชะลอตัวก็ตาม
“เป็นโครงการแรกที่เราบุกเบิกเรื่องอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายด้านที่อยู่อาศัย เพื่อต้องการให้ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค มีความสมบูรณ์แบบมากที่สุด ซึ่งแม้คอนโดฯทั่วไป อาจไม่ใช่จังหวะในการเปิดใหม่ และท้าทายอยู่มาก แต่เชื่อว่าทั้ง 2 แบรนด์ จะตอบโจทย์ผู้ซื้อซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายได้ ผ่านดีไซน์รายละเอียดที่ลึก ขณะที่ตลาดซูเปอร์ลักชัวรีคอนโดฯ ศึกษาแล้ว ยังมีดีมานด์ จากทั้งกลุ่มคนไทย และคนต่างชาติ ที่เป็นทั้งเรียลดีมานด์ และซื้อเพื่อการลงทุน จึงไม่มีความกังวลมากนัก”
โควิดพลิกโอกาส
ความน่าสนใจของตลาดซูเปอร์ลักชัวรีคอนโดฯ ของไทยในขณะนี้ ยังเกิดขึ้นจาก 2 กลุ่มผู้ซื้อใหญ่อย่างมีนัยยะน่าสนใจ คือ 1.ความต้องการที่มีมากขึ้นของกลุ่มผู้รักสุขภาพ (Health and Wellness) หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของๆไวรัสโควิด-19 กลายเป็นจุดเปลี่ยนภาพลักษณ์ของประเทศไทย ในแง่การบริหารรับมือจัดการกับโรคได้อย่างดี จนทั่วโลกให้การยอมรับชื่นชม ทั้ง อันดับ 2 ของโลก และอันดับ 1 ของเอเชีย 2.ความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงในฮ่องกง กลายเป็นจังหวะและโอกาสของอสังหาฯไทย ในแง่ความต้องการย้ายถิ่นฐานที่อยู่อาศัย ซึ่งไทย ขณะนี้ ถือเป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ ที่ถูกมองว่าปลอดภัยในด้านสุขอนามัยและน่าอยู่อาศัยในระยะยาวมากที่สุด โดยเฉพาะ ในกลุ่มโปรดักต์ระดับบน โลเกชันใจกลางเมือง
จีน-ฮ่องกงหนุนยอดจอง 22%
นางศุภจี ยังกล่าวว่า ความร้อนแรงของดีมานด์ดังกล่าว นำมาซึ่งยอดจองวางเงินในคอนโดฯทั้ง 2 โครงการแล้วถึง 22 % จากจำนวนห้องทั้งหมด 389 ยูนิต แม้ เซลล์ แกลเลอรี่ ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ และยังไม่มีการเปิดพรีเซลอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ โดยส่วนใหญ่ ผู้ซื้อเป็นกลุ่มคนไทย ขณะอีกส่วนมาจากผู้ซื้อชาวจีน และ ฮ่องกง ซึ่งล้วนเป็นฐานแฟนคลับของโรงแรมดุสิตธานีมายาวนาน ผ่านความมั่นใจในมาตรฐานการบริการที่โครงการจะมอบให้และความชื่นชอบเป็นทุนเดิม ขณะสัดส่วนผู้พักอาศัยโครงการ 60 % วางกลุ่มเป้าหมาย เป็นคนไทย และอีก 40 % เจาะกลุ่มผู้ซื้อต่างชาติ
“จากการสำรวจตลาด และข้อมูลที่ได้จากเอเยนซี่ พบทั้ง 2 โครงการ เป็นที่สนใจและได้รับการตอบรับสูงจากกลุ่มผู้ซื้อคนจีน และฮ่องกง โดยมีการวางเงินจอง ติดต่อเข้ามามาก ส่วนโควิดเอง ได้กลายเป็น 1 ในปัจจัย ให้หันกลับมาดูในเรื่องฟังก์ชัน สุขอนามัย ความปลอดภัยที่รองรับผู้อยู่อาศัยมากขึ้น”
รูฟพาร์คเรียกแขก
ทั้งนี้ ล่าสุดจากการเปิดโฉมของรูฟพาร์ค สวนสาธารณะลอยฟ้า ซึ่งจะเป็นพื้นที่สีเขียวของโครงการ จากดาดฟ้าชั้น 3 ต่อเนื่องถึงชั้น 7 ความสูงรวม 20 เมตร พื้นที่รวมทั้งสิ้น 7 ไร่ เชื่อมต่ออาณาจักรของสวนลุมพีนี เชื่อว่า นอกจากจะทำให้โครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ได้รับการจดจำในระดับสากลในฐานะตึกไอคอนิคแห่งใหม่ของกรุงเทพมหานครแล้ว ยังจะเป็นอีกจุดขายสำหรับโครงการที่อยู่อาศัยด้วย จากความสามารถที่คาดว่า จะดึงดูดคนจากทั่วโลกให้ต้องมาเยือน เพราะเป็นได้ทั้งจุดหมายการท่องเที่ยว และเป็นพื้นที่สาธารณะที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ใหม่ของคนเมือง
หน้า 19-20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,599 วันที่ 9 - 12 สิงหาคม พ.ศ. 2563






