thansettakij
thansettakij
‘KH Academy’ พานักศึกษาดูงาน ‘เวียดนาม’ ปั้นผู้นำรุ่นใหม่ผ่านโครงการ ‘KH Camp for Next C-Suite’

‘KH Academy’ พานักศึกษาดูงาน ‘เวียดนาม’ ปั้นผู้นำรุ่นใหม่ผ่านโครงการ ‘KH Camp for Next C-Suite’

03 ส.ค. 69 | 08:37 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ส.ค. 69 | 08:40 น.

‘KH Academy’ พานักศึกษาดูงาน ‘เวียดนาม’ ปั้นผู้นำรุ่นใหม่ผ่านโครงการ ‘KH Camp for Next C-Suite’

KEY

POINTS

  • สถาบัน KH Academy จัดโครงการ ‘KH Camp for Next C-Suite’ ปีที่ 3 เพื่อพัฒนาศักยภาพนิสิตนักศึกษาสู่การเป็นผู้บริหารระดับสูงในอนาคต
  • กิจกรรมสำคัญของโครงการคือการพานักศึกษาไปทัศนศึกษาดูงานและทำเวิร์กช็อปที่เมืองญาจาง ประเทศเวียดนาม เพื่อเปิดมุมมองด้านธุรกิจและเศรษฐกิจระดับภูมิภาค
  • นักศึกษาได้เข้าเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Phu Yen TTP ของบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ เพื่อเรียนรู้การดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ

สถาบัน “KH Academy” ยังคงประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในการจัด “โครงการ KH Camp for Next C-Suite” ที่ปีนี้เดินหน้ามาถึงปีที่ 3 โครงการนี้เป็นค่ายฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้นำองค์กรในอนาคต โดยเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาระดับชั้นปีที่ 3 - 4 จาก คณะนิติศาสตร์ คณะพาณิชย์ศาสตร์และการบัญชี และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าร่วมฝึกงานในระดับผู้นำองค์กรกับองค์กรเอกชนชั้นนำของประเทศ 

โครงการนี้ นักศึกษาจะได้รับประสบการณ์และการเรียนรู้ ที่มากกว่าโปรแกรมฝึกงานปรกติ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน (ESG)  กิจกรรมฝึกฝนทักษะและเรียนรู้มารยาททางธุรกิจทั้งในเรื่องการสื่อสารในที่สาธารณะ และธรรมเนียมการรับประทานอาหารแบบสากล ตลอดจนการความพร้อมในการทํางานอย่างมืออาชีพ จากผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการที่นิสิตนักศึกษาได้ลงมือฝึกปฏิบัติงานจริงกับองค์กรภาคเอกชน

 

พร้อมกิจกรรมปิดท้ายโครงการ ด้วยการศึกษาดูงานและเวิร์กช็อป ระหว่างวันที่ 28 - 31 กรกฎาคม 2569 ณ เมืองญาจาง ประเทศเวียดนาม เพื่อเปิดโลกทัศน์ทางธุรกิจและระบบเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค โดยได้เยี่ยมชมโรงผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Phu Yen TTP โดยบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (BGRIM) ณ เมืองฟูเอี้ยน ประเทศเวียดนาม โดยได้รับเกียรติจาก เหงียน คิม ไห่ สมาชิกคณะกรรมการบริหารและกรรมการบริษัท บี.กริมม์ พาวเวอร์ เวียดนามเป็นผู้ให้ข้อมูลภาพรวมธุรกิจ

บูรพา สงวนวงศ์ ผู้ก่อตั้ง KH Academy กล่าวถึงเป้าหมายของโครงการว่า “เราต้องการจุดประกายให้เยาวชนเห็นว่าตำแหน่ง C-Suite ไม่ใช่เรื่องไกลตัว คุณค่าของโครงการคือการปลูกฝังภาวะผู้นำ ซึ่งเป็นทักษะแรกที่สำคัญที่สุดในการก้าวสู่ระดับบริหาร และเราภูมิใจที่ได้เห็นนิสิตนักศึกษาพัฒนาศักยภาพตนเอง จนสามารถเข้าสู่สายงานระดับมืออาชีพได้จริง”

บูรพา สงวนวงศ์ ผู้ก่อตั้ง KH Academy

นอกจากนี้ ยังเปิดเวทีให้นิสิตนักศึกษาโชว์ทักษะพรีเซนต์ผลงานก่อนคัดเลือกทีมผู้ชนะเข้าฝึกงานกับบริษัทพันธมิตรของ KH Academy ที่ประเทศเกาหลีใต้ ภายใต้โจทย์ “The Resilient Boardroom: Tri-Sector Strategy Against the Chaotic Era” ที่ท้าทายให้นักศึกษาจำลองบทบาทเป็นคณะกรรมการบริหารร่วม (Co-CEOs) วางแผนยุทธศาสตร์ 3 ปีเพื่อนำพาองค์กรฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจโลกและความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเน้นความยืดหยุ่น 3 ด้านหลัก ได้แก่ ห่วงโซ่อุปทาน การเงิน และการนำเอไอมาใช้ในการดำเนินงาน

ในงานนี้ ได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.สัญญา มิตรเอม คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ผศ.ดร.นพธนิษฐ์ โชติสาร รองคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการดิจิทัล คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ผศ.ดร.พิมพ์กมล กองโภค ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ดร.ธนวัฒน์ ตั้งจารุศรีธราธร ผู้ช่วยคณบดี (กิจการนิสิต) คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ อ.ดร.ธิติ โอสถากุล อาจารย์ประจำภาควิชาสถิติ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเป็นคณะกรรมการในการตัดสิน

จากการแข่งขันที่เข้มข้น ผู้ชนะที่ได้รับโอกาสเข้าฝึกงานที่ประเทศเกาหลีใต้ ได้แก่ “ทีม G” ซึ่งประกอบไป ทอฝัน อู่สุวรรณ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมเคมี จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, หาญณรงค์ แรงเขตร์การ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 นิติศาสตร์  จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ วัชรากร เพลิดนอก นักศึกษาชั้นปีที่ 3 วิศวกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 

ผู้ชนะทั้ง 3 คนที่ได้รับโอกาสเข้าฝึกงานที่ประเทศเกาหลีใต้ จากโครงการ KH Camp for Next C-Suite

ทีม G ได้รับมอบหมายให้แก้โจทย์ในกลุ่มอุตสาหกรรมและธุรกิจส่งออกอาหารเกษตรแปรรูประดับโลก (Global Agri-Food Exporter) ที่ต้องเผชิญกับวิกฤตต้นทุนปุ๋ยและวัตถุดิบพุ่งสูง รวมถึงมาตรการกีดกันทางการค้าด้านความยั่งยืนจากตลาดตะวันตก ซึ่งสมาชิกทีม G สามารถนำเสนอแผนงานได้อย่างเฉียบคมและมีความเป็นมืออาชีพ

ทอฝัน อู่สุวรรณ เผยความรู้สึกหลังคว้าชัยว่า “ตอนประกาศชื่อรู้สึกอึ้งจนคิดว่าฟังผิด เพราะทุกคนตั้งใจมาก ความสำเร็จนี้เกิดจากการบริหารจัดการทีมที่ยอดเยี่ยม เราคุยงานกันสม่ำเสมออย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง และอัปเดตความคืบหน้ากันตลอดเวลา ทำให้งานที่รับผิดชอบทั้งส่วนการฝึกงานและโปรเจ็กต์ของค่ายเดินหน้าไปได้พร้อมกัน”

ด้าน หาญณรงค์ แรงเขตร์การ กล่าวเสริมถึงความยากของโจทย์ว่า “มันคือการวางแผนในมุมที่เราไม่เคยทำในห้องเรียน เป็นการมองภาพใหญ่ที่ต้องซอยย่อยแผนงานให้ชัดเจน การได้มาอยู่จุดนี้ทำให้เห็นผลของความพยายามที่หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง และเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้นำทักษะการวางแผนเชิงกลยุทธ์เหล่านี้ไปใช้ในอาชีพนักกฎหมายในอนาคต”

ขณะที่ วัชรากร เพลิดนอก สะท้อนมุมมองการทำงานร่วมกันว่า “เราเปรียบเหมือนจิ๊กซอว์ที่แต่ละคนนำชิ้นส่วนความถนัดของตัวเองมาเติมเต็มกันจนเกิดเป็นภาพใหญ่ที่สมบูรณ์ โดยใช้เอไอลช่วยในการรีเช็กข้อมูลและช่วยคิดกรอบแผนงาน ทำให้การทำงานมีความแม่นยำและทันสมัยมากขึ้น ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่มีค่ามาก”

สมาชิกทีม G ยังเปิดเผยว่า โครงการนี้เปลี่ยนมุมมองชีวิตอย่างมาก โดยเฉพาะโอกาสที่จะได้ไปดูงานต่อที่ประเทศเกาหลีใต้ เพราะจะช่วยให้เห็นภาพการทำงานในบริษัทที่ปรึกษาหรือสายงานด้านการเงินในระดับสากล ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่าย ๆ ในระบบการศึกษาปรกติ

ขณะที่ ศิษย์เก่าของโครงการรุ่นที่ 1 เริ่มกระจายตัวเข้าสู่สายงานต่าง ๆ และบางส่วนได้รับโอกาสทำงานจริงกับบริษัทพันธมิตรที่เคยฝึกงาน ซึ่งบูรพากล่าวว่า “นี่คือสิ่งที่เราภาคภูมิใจ และพิสูจน์ให้เห็นว่า KH Academy ไม่ได้เป็นเพียงแค่โครงการฝึกงาน แต่เป็นชุมชนแห่งการสร้างโอกาสและพัฒนาทักษะผู้นำแห่งอนาคตอย่างแท้จริง”

เพื่อให้ก้าวทันโลกที่หมุนเปลี่ยนไปไว ทางสถาบันจึงวางแผนปรับปรุงหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง โดยบูรพากล่าวถึงแผนงานในปี 2570 ว่า “เราเห็นพัฒนาการที่น่าสนใจโดยเฉพาะการใช้เอไอของน้อง ๆ สถาบันจึงมีแผนจะเพิ่มหลักสูตรการนำเอไอมาใช้ปฏิบัติงานจริงให้เข้มข้นขึ้น เพราะเอไอและแมชชีนเลิร์นนิ่งเป็นการเรียนรู้ที่ไม่มีวันจบสิ้น และจะเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้นำในยุคถัดไป”

ขณะเดียวกัน ความรู้พื้นฐานทางการบริหารควรเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สถาบันจึงมุ่งมั่นพัฒนาบุคลากรในองค์รวมเพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีการใช้แอปพลิเคชัน KH Academy และสื่อพันธมิตรต่าง ๆ ในการเผยแพร่องค์ความรู้และกิจกรรมให้ครอบคลุมนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ โดยเฉพาะแนวคิด ESG (Environmental, Social, and Governance) เพื่อให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่บริษัทชั้นนำทั่วโลกให้ความสำคัญ และไม่ได้สนใจแค่เรื่องผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในแผนธุรกิจด้วย

สำหรับนักศึกษาที่สนใจเข้าร่วมรุ่นถัดไป บูรพากล่าวว่า แม้คำว่า “C-Suite” อาจจะดูเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับผู้ที่กำลังจะเริ่มต้นชีวิตการทำงาน แต่โครงการนี้มุ่งหวังให้เป็นโอกาสในการตั้งเป้าหมายเพื่อก้าวไปสู่ตำแหน่งผู้นำสูงสุดขององค์กรในอนาคต โดยทักษะที่สำคัญที่สุดซึ่งเป็นหัวใจหลักของโครงการคือการปลูกฝังภาวะผู้นำ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นผู้บริหารระดับสูง ดังที่เขาได้ให้คำแนะนำไว้ว่า “คุณค่าของโครงการนี้ คือ การปลูกฝังความเป็นผู้นำ ซึ่งเป็นสกิลอันดับแรกที่ทำให้ใครคนใดคนหนึ่งก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับ C-Suite ได้”

สุดท้ายนี้ ทีมผู้ชนะทั้ง 3 คน และผู้บริหาร KH Academy ต่างเห็นพ้องกันว่า โลกธุรกิจในวันข้างหน้าเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ด้วยรากฐานที่แข็งแกร่งจากการฝึกฝนในโครงการนี้ และความมุ่งมั่นที่จะไม่หยุดพัฒนาตนเอง จะเป็นแรงส่งสำคัญให้พวกเขาก้าวขึ้นไปยืนในฐานะผู้นำระดับ C-Suite ได้อย่างสง่างามในอนาคตอันใกล้