เปิดมุมมองความสำคัญของ Interconnection Data Center และจุดแข็งของ Telehouse

01 ธันวาคม 2566

โลกของเราในทุกวันนี้ก้าวหน้าไปไกลมากขึ้น เข้าสู่ยุค ดิจิทัล อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งยุคสมัยที่เปลี่ยนไปประกอบความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เข้ามามีอิทธิพลกับการใช้ชีวิตแทบจะทุกช่องทาง  กิจวัตรประจำวันของเราเชื่อมโยงกับอินเทอร์เน็ตตลอด 24 ชั่วโมง ระบบนิเวศการเชื่อมต่อสิ่งที่สำคัญสำหรับพวกเราทุกคน คือความปลอดภัยความน่าเชื่อถือ 

วันนี้เราจะพามารู้จักบริษัท Telehouse Thailand ที่มาเปิดบริษัทที่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว ในรูปแบบ Purpose-Built Interconnection Data Center มาตรจรฐานระดับโลกที่มีมากกว่า 45 สาขา ครอบคลุม 10 กว่าประเทศ ผ่าน Eco-system เชื่อมต่อที่หลากหลายจากผู้ให้บริการมากกว่า 1,000 รายทั่วโลก ด้วยเงินลงทุนมากกว่า 2,800 ล้านบาท มาพร้อมกับจุดมุ่งหมายวางตำแหน่งให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีความปลอดภัยและเชื่อถือได้ และสนับสนุนการพัฒนาสังคมดิจิทัลของประเทศไทย

Telehouse Thailand คือหนึ่งในผู้นำด้านการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับโลก โดยทาง เคน มิยาชิตะ กรรมการผู้จัดการบริษัท Telehouse Thailand ได้อธิบายถึงความสำคัญของการบริการด้านดาต้าเซ็นเตอร์ และ Interconnection Data Center ว่า  โดยทั่วไป ข้อมูลจะมีการส่งไปมาระหว่างผู้ให้บริการเนื้อหาและผู้ใช้ปลายทาง ผ่านสายโทรคมนาคมหรืออินเทอร์เน็ต และจะถูกจัดเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ในศูนย์ข้อมูล'การเชื่อมต่อระหว่างกัน' หมายความว่า 2 สิ่งเชื่อมโยงถึงกัน บทบาทของ Interconnection Data Center คือการเชื่อมต่อผู้ให้บริการเนื้อหาและผู้ใช้ปลายทางได้อย่างราบรื่นเพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้น นั่นเป็นสาเหตุที่ Data Center มีความสำคัญในการสนับสนุนการรับส่งข้อมูลที่เพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในยุค 5G นี้

ส่วนการที่ Telehouse Thailand มาตั้งบริษัทในประเทศไทยพร้อมเปิดตัวดาต้าเซ็นเตอร์ เพราะ Telehouse Thailand เล็งเห็นว่า เมื่อมีผู้ให้บริการคลาวด์สาธารณะเข้ามาในตลาดมากขึ้น ปริมาณการรับส่งข้อมูลจะถูกสร้างมากขึ้น เราคาดว่าประเทศไทยจะเป็นตลาดที่มีศักยภาพต่อไป ซึ่งมีความต้องการระบบคลาวด์สูง เมื่อปีที่แล้ว ผู้ให้บริการคลาว์รายใหญ่ ได้มีการประกาศการลงทุนในไทย ซึ่งเราต้องการวางตำแหน่งตัวเองให้เป็น Data Center มีการเชื่อมต่อมากที่สุดในประเทศไทย เพื่อรองรับความต้องการการเชื่อมต่อที่เพิ่มขึ้นเพื่อจัดการการรับส่งข้อมูลขนาดใหญ่ที่สร้างจากคลาวด์หลัก ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวดาต้าเซ็นเตอร์ ในประเทศไทยที่ใช้พลังงานหมุนเวียน 100% 

Telehouse Thailand มุ่งเน้นไปที่บริการ Colocation และ Cross-connect  ซึ่งลูกค้าสามารถ บริหารจัดการสินทรัพย์ไอทีได้อย่างปลอดภัยเพื่อขยายธุรกิจของพวกเขา สำหรับจุดแข็งของ Telehouse Thailand คือ Purpose-Built Interconnection Data Center ที่ออกแบบเพื่อการใช้งานเฉพาะอย่าง ตั้งอยู่ ใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งให้บริการแบบ Carrier Neutral Data Center ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถเลือกเชื่อมต่อได้อย่างอิสระ ข้อที่สอง ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ของไทยทุกรายมีอยู่ใน Data Center และ รองรับเส้นทางเชื่อมต่อไฟเบอร์จากภายนอก 4 เส้นทาง เพื่อมอบการเชื่อมต่อเครือข่ายไปยังผู้ให้บริการสื่อสาร ด้วยคุณภาพระดับพรีเมียม (Network Redundancy) 

นอกจากนี้ยังมีการวางเป้าหมายการเติบโต ด้วยการสนับสนุนอินเทอร์เน็ต ให้เป็นสาธารณูปโภคด้านดิจิทัล สนับสนุนการเติบโตที่ยั่งยืนของสังคมดิจิทัลของไทย 
เพื่อให้ผู้คนได้รับประโยชน์สูงสุดจากไอทีและทำให้ชีวิตดีขึ้น ปรับปรุงสภาพแวดล้อมการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต รวบรวมการรับส่งข้อมูลอินเทอร์เน็ตให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อเป็นศูนย์กลางอินเทอร์เน็ตที่ดีที่สุดในประเทศไทย

Telehouse Thailand ยังมีนโยบายดำเนินงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายระดับโลกของ ตั้งเป้าที่จะบรรลุการปล่อย CO2 สุทธิเป็นศูนย์ของ Telehouse Data Center ทั่วโลก ทั้งหมดภายในปี 2026 โดยได้เริ่มใช้พลังงานหมุนเวียนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก The International REC Standard ตั้งแต่เริ่มเปิดดำเนินการ ทำให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าของ Telehouse ทุกคนปฏิบัติตามการปล่อยก๊าซคาร์บอนให้เป็นกลาง และต้องการเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนและมีส่วนร่วมในการเติบโตที่ยั่งยืนของสังคมด้วยการส่งเสริมการใช้พลังงานสีเขียวและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
 

 

About Telehouse :

Telehouse ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2532 เป็นผู้นำการให้บริการดาต้า เซ็นเตอร์ชั้นนำระดับโลก โดยมีสาขามากกว่า 45 แห่ง ใน 10 กว่าประเทศทั่วโลก พร้อมด้วยพันธมิตรทางธุรกิจมากกว่า 3,000 ราย ซึ่งรวมถึงผู้ให้บริการโทรคมนาคม ผู้ให้บริการมือถือ และคอนเทนต์ องค์กรต่างๆ และบริษัทที่ให้บริการทางการเงิน Telehouse โดยการให้บริการโคโลเคชั่นที่น่าเชื่อถือ ปลอดภัย และยืดหยุ่น ช่วยให้องค์กรสามารถทำการตลาดและสร้างโอกาสทางธุรกิจได้เร็วมากขึ้น ผ่านการเชื่อมต่อระหว่างกันที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย