thansettakij
thansettakij
Tokenized Bonds ลดต้นทุนกู้สูงสุด 40% ก.ล.ต.ปูทางตลาดทุนดิจิทัล

Tokenized Bonds ลดต้นทุนกู้สูงสุด 40% ก.ล.ต.ปูทางตลาดทุนดิจิทัล

26 ส.ค. 69 | 11:05 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ส.ค. 69 | 11:05 น.

ก.ล.ต.เผยผลศึกษา Tokenized Bonds ช่วยลดต้นทุนออกตราสารและต้นทุนกู้ยืม พร้อมเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขาย เตรียมหลักเกณฑ์รองรับหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุนไทยสู่ดิจิทัล

KEY

POINTS

  • ก.ล.ต. เผยผลการศึกษาจากต่างประเทศชี้ว่า Tokenized Bonds สามารถลดต้นทุนการกู้ยืมของผู้ออกตราสารได้สูงสุดถึง 40% เนื่องจากช่วยลดขั้นตอนและค่าธรรมเนียมตัวกลาง
  • เทคโนโลยี Tokenization ช่วยเพิ่มสภาพคล่องในตลาดตราสารหนี้ โดยทำให้ส่วนต่างราคารับซื้อ-ขายแคบลง ชำระราคาได้รวดเร็ว และเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
  • ก.ล.ต. กำลังเตรียมจัดทำหลักเกณฑ์เพื่อรองรับหลักทรัพย์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Securities) เพื่อผลักดันและยกระดับตลาดทุนไทยสู่ยุคดิจิทัล

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เผยผลการศึกษา “Tokenized Bonds: บนเทคโนโลยีใหม่ ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มสภาพคล่องในตลาดทุนได้จริง?” ระบุว่า การแปลงสินทรัพย์ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลหรือโทเคน เริ่มเข้ามามีบทบาทในตลาดทุนทั่วโลกมากขึ้น

เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้สินทรัพย์สามารถย้าย จัดเก็บ หรือบันทึกบนระบบบล็อกเชน หรือเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ หรือ Distributed Ledger Technology (DLT) โดยนำมาใช้ได้ตั้งแต่การออกและเสนอขาย การซื้อขายในตลาดแรกและตลาดรอง การบันทึกทะเบียนผู้ถือ ตลอดจนการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์

แนวคิดสำคัญคือการย้ายข้อมูลและกระบวนการทำงานขึ้นสู่ระบบดิจิทัลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และทำงานแบบอัตโนมัติมากขึ้น เพื่อลดความซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพ และขยายโอกาสการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ลงทุน

 

ตลาดยังเล็ก แต่เติบโตต่อเนื่อง

หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความสนใจคือ “พันธบัตรหรือหุ้นกู้ในรูปแบบโทเคน” หรือ Tokenized Bonds

ข้อมูลจากสมาคมอุตสาหกรรมตลาดการเงินยุโรป (AFME) องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) และ Citi Institute ระบุว่า ในปี 2568 ทั่วโลกมีการออก Tokenized Bonds รวมประมาณ 4,710 ล้านยูโร

แม้ยังคิดเป็นสัดส่วนเพียงประมาณ 0.02% ของการออกพันธบัตรและหุ้นกู้ในรูปแบบเดิม แต่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า เทคโนโลยีดังกล่าวสามารถสร้างประโยชน์ที่จับต้องได้แก่ผู้ออกตราสารและผู้ลงทุนมากน้อยเพียงใด

ก.ล.ต.จึงรวบรวมผลการศึกษาจากธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) ในปี 2566 ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ในปี 2568 และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในปี 2569 ซึ่งเปรียบเทียบ Tokenized Bonds กับพันธบัตรหรือหุ้นกู้แบบเดิมที่มีคุณลักษณะใกล้เคียงกัน

Tokenized Bonds ลดต้นทุนกู้สูงสุด 40% ก.ล.ต.ปูทางตลาดทุนดิจิทัล

ผลการศึกษามุ่งตอบคำถามหลัก 2 ด้าน ได้แก่ Tokenized Bonds ช่วยลดต้นทุนการออกและการกู้ยืมของผู้ออกตราสารได้จริงหรือไม่ และช่วยเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขายตราสารหนี้ได้เพียงใด

 

ลดค่าจัดจำหน่าย-ต้นทุนกู้ยืม

ผลการศึกษาด้านประสิทธิภาพพบว่า Tokenized Bonds มีส่วนช่วยลดต้นทุนการออกตราสารและต้นทุนการกู้ยืมอย่างมีนัยสำคัญ HKMA พบว่า ค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่าย Tokenized Bonds ลดลงเฉลี่ย 0.22 จุดเปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 25.8% เมื่อเทียบกับพันธบัตรหรือหุ้นกู้รูปแบบเดิมขณะที่ BIS พบว่า ส่วนต่างค่าจัดจำหน่ายลดลงประมาณ 0.05 จุดเปอร์เซ็นต์ หรือ 8.3%

ปัจจัยสำคัญมาจากการนำระบบดิจิทัลเข้ามาลดขั้นตอนและลดความซ้ำซ้อนของตัวกลางหลายฝ่าย เช่น ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ นายทะเบียน และผู้ดูแลระบบชำระราคา ซึ่งแต่ละส่วนมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง

ในด้านต้นทุนการกู้ยืม HKMA พบว่า ส่วนต่างของผลตอบแทน หรือ Yield Spread ลดลงเฉลี่ย 0.78 จุดเปอร์เซ็นต์ หรือ 23.9% ขณะที่ ECB พบว่าลดลงเฉลี่ย 0.14 จุดเปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 40%

ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากผู้ลงทุนยอมรับผลตอบแทนที่ลดลง หากมองว่า Tokenized Bonds มีสภาพคล่องสูงกว่า หรืออยู่ในช่วงที่ตลาดให้ความสนใจกับการลงทุนผ่านเทคโนโลยีใหม่

ซื้อขายคล่องขึ้น ชำระราคาเร็ว

ผลการศึกษาด้านสภาพคล่องพบในทิศทางเดียวกันว่า Tokenized Bonds มีสภาพคล่องสูงกว่าพันธบัตรหรือหุ้นกู้รูปแบบเดิม โดยวัดจากส่วนต่างระหว่างราคารับซื้อและราคาขาย หรือ Bid-ask Spread ที่แคบลง

HKMA พบว่าส่วนต่างราคาลดลงเฉลี่ย 0.035 จุดเปอร์เซ็นต์ หรือ 5.3% ขณะที่ ECB พบว่าลดลง 0.05 จุดเปอร์เซ็นต์ หรือ 27% และ BIS พบว่าลดลงประมาณ 0.11 จุดเปอร์เซ็นต์ หรือ 36.7%

สาเหตุสำคัญคือเทคโนโลยี Tokenization ช่วยให้การชำระราคาทำได้รวดเร็วขึ้น และเปิดโอกาสให้ซื้อขายได้ตลอดเวลา

นอกจากนี้ การแบ่งหน่วยลงทุนออกเป็นสัดส่วนย่อย หรือ Fractionalization ยังช่วยลดข้อจำกัดด้านเงินลงทุน เปิดทางให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงตราสารได้มากขึ้น

HKMA พบว่า หากเปิดให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงมากขึ้น ส่วนต่างราคารับซื้อและราคาขายอาจแคบลงถึง 0.072 จุดเปอร์เซ็นต์ หรือ 10.8%

การเกิดขึ้นของ Tokenized Bonds ยังอาจส่งผลดีต่อตลาดตราสารหนี้เดิม โดย HKMA พบว่า หลังมีการออกตราสารในรูปแบบโทเคน ส่วนต่างราคารับซื้อและราคาขายของพันธบัตรหรือหุ้นกู้รูปแบบเดิมแคบลงเฉลี่ย 0.049 จุดเปอร์เซ็นต์ หรือ 8.5% เมื่อเทียบกับการออกครั้งก่อนหน้า สะท้อนว่าเทคโนโลยีดังกล่าวอาจช่วยให้กระบวนการค้นหาราคาที่เหมาะสมของตลาดมีประสิทธิภาพขึ้น

ผลศึกษายังต้องตีความอย่างระมัดระวัง

อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต.ระบุว่า ผลการศึกษาทั้งหมดยังต้องตีความด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากกลุ่มตัวอย่างมีจำนวนจำกัด และตลาด Tokenized Bonds ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น

หลายประเทศยังอยู่ระหว่างพัฒนาความชัดเจนของกฎเกณฑ์ ระบบนิเวศ โครงสร้างพื้นฐานตลาด และช่องทางการเข้าถึงของผู้ลงทุนในวงกว้าง ทำให้ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอสำหรับการเปรียบเทียบอย่างรอบด้าน

ผลลัพธ์ที่ปรากฏในช่วงแรกจึงยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า ประโยชน์ด้านต้นทุนและสภาพคล่องจะเกิดขึ้นในระดับเดียวกัน เมื่อตลาดขยายตัวและมีการใช้งานอย่างแพร่หลาย

ก.ล.ต.เตรียมเกณฑ์รองรับหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์

สำหรับประเทศไทย ก.ล.ต.ให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมายกระดับตลาดทุน พร้อมติดตามพัฒนาการของ Tokenization และสนับสนุนการสร้างระบบนิเวศหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ Digital Securities Ecosystem อย่างต่อเนื่อง

ก.ล.ต.ยังอยู่ระหว่างเตรียมจัดทำหลักเกณฑ์รองรับหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ เมื่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องมีผลใช้บังคับ โดยมีเป้าหมายยกระดับโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุนไทยให้พร้อมต่อการเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัล

เป้าหมายสำคัญครอบคลุมทั้งการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใส ตลอดจนเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงผลิตภัณฑ์ลงทุนได้มากขึ้น ควบคู่กับการกำกับดูแลและคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างเหมาะสม เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านของตลาดทุนไทยสู่ดิจิทัลเกิดขึ้นอย่างเชื่อมั่นและยั่งยืน